​​​​​​​เปิดใจ “ทราย อินทิรา”  กับโรคซึมเศร้าที่ต้องเผชิญ

​​​​​​​เปิดใจ “ทราย อินทิรา”  กับโรคซึมเศร้าที่ต้องเผชิญ

0

เปิดใจ “ทราย อินทิรา” กับโรคซึมเศร้าที่ต้องเผชิญ

                  อีกหนึ่งนักแสดงมากความสามารถ “ทราย อินทิรา เจริญปุระ” ที่หลายคนจะได้เห็นผลงานต่างๆ มากมายซึ่งเธอก็ถ่ายทอดแต่ละตัวละครออกมาได้อย่างดี แต่เมื่อย้อนกลับไปช่วงก่อนหน้าจะเห็นได้ว่าเธอได้เฟดตัวไปจากวงการอยู่พักหนึ่งด้วยสาเหตุจากโรคซึมเศร้า ล่าสุดได้พูดคุยกับเธอพร้อมเผยช่วงเวลาที่ต้องต้องเผชิญกับโรคดังกล่าวรวมไปถึงการรับมือของคนรอบตัวเธอจะเป็นอย่างไรบ้างมาฟังกัน

ทราย ป่วย ซึมเศร้า อาการ รักษา

อ่านข่าวต่อ : “ทราย” บอก “กอล์ฟ” แล้ว เรื่องไม่แต่งงาน

Q:จุดเริ่มต้นของ “โรคซึมเศร้า”
                  มันก็คงสะสมมาเรื่อยๆ แหละ เป็นเด็ก suffer อยู่แล้ว ไม่ได้เป็นเด็ก enjoy โลกอะไรอย่างนี้ แล้วก็จะถามว่า แบบน้อง 3 คนก็โดน ก็เลี้ยงมาเหมือนๆ กัน เลี้ยงมาด้วยกันอะไรอย่างนี้ น้องก็โอเค ไม่เป็นไร แต่ว่าของเรามันก็คงทำงานด้วยอะไรด้วย อะไรหลายๆ อย่าง มันก็ด้วยความเป็นพี่คนโต เราก็ไม่ค่อยคุย ไม่ค่อยอยากระบายอะไรกับใครอะไรอย่างเนอะ แต่มันมาระเบิดตู้มจริงๆ ก็คือช่วงเจออุบัติเหตุหนักๆ จนอาการที่ตามมามันแบบโพสคอมาติกไปเลยอะไรแบบนี้ อาการซึมเศร้าหลังเกิดเหตุ แล้วพอมันมีเชื้อมาแล้วคราวนี้มันก็จะเริ่มมีแนวโน้มที่จะเป็นได้ง่าย พอมาเจอเรื่องที่มันกระตุ้นปมเดิมๆ ซึ่งก็จะมาพอดีกับช่วงที่แม่ป่วยหนักขึ้นไปอีก ซึ่งอันนั้นแหละก็คือป่วยอย่างแท้จริง กระทั่งหมอเองก็ยังบอกว่าคนที่ต่อให้ไม่เป็นอะไรเลยอะนะ แต่ว่าต้องเป็นคนที่ดูแลผู้ป่วยที่ติดเตียง หรือเป็นโรคทางสมองอะไรอย่างนี้ ก็มีแนวโน้มสูงมากอยู่แล้วที่จะมีสิทธิ์เป็นซึมเศร้า เพราะมันเครียดมาก แล้ว “ทราย” มีเชื้ออยู่แล้ว แบบเคยเป็นมาแล้ว ถึงจะรักษาแล้วหายแล้วเนี่ย แต่ปมหลักๆ สำคัญในชีวิตเราเนี่ยก็คือเรื่องแม่นี่แหละ แล้วคุณต้องมาอยู่ใกล้ชิดกับเขาอะมันมีสิทธิ์จะเป็นนะ ซึ่งมันก็เป็นราคาที่ “ทราย” รู้อยู่แล้วว่าจะต้องจ่าย

ทราย ป่วย ซึมเศร้า อาการ รักษา

Q:สิ่งที่แม่เป็นมันไม่ได้ถูกแก้มาตั้งแต่ต้น
                  เราก็เลี่ยงมาทั้งชีวิต จริงๆ คือมันไม่ได้ถูกแก้มาตั้งแต่ต้น เราใช้วิธีแบบแม่อยากได้อะไรเราก็ตามใจ การตามใจคนมันง่ายอะ แล้วเขาเป็นแม่ด้วย โครตมีเหตุผลเลยที่เราจะตามใจแม่อะ ถูกปะ แต่ว่าพอวันหนึ่งอาการของเขามันหนักขึ้น เขาก็เริ่มเรียกร้องในสิ่งที่เราให้ไม่ได้ ให้ไม่ได้จริงๆ อะไรแบบนี้ ไม่ใช่แบบ มันมากขึ้นมันหนักขึ้น แล้วตอนนั้นมันเหมือนเป็นช่วงคือเราต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวจริงๆ แล้ว อย่างแท้จริง คือพ่อไม่อยู่แล้วอะไรอย่างนี้ แล้วมันหลายอย่างมาก คือทุกอย่างมันต้องได้รับความสำคัญหมดอะ แต่เรามีร่างเดียว เออแล้วมันหดหู่มากไง คือมันเป็นเรื่องของวิธีคิดของเราว่าในสังคมไทยอาจจะพอเข้าใจได้ คือถ้าไม่ดูแลพ่อแม่เองคือชั่วร้ายมากอะ เออคือการเอาพ่อแม่ไปอยู่ที่เนิร์ด แบบใครรู้จักต้องเป็นที่น่าละอาย อะไรนะ แม่คนเดียวเลี้ยงลูก 10 คนได้ ลูก 10 คนเลี้ยงแม่คนเดียวไม่ได้ คือทุกคนจะต้องสาดมาด้วย Mindset แบบนี้ เราก็โดนเหมือนกัน เราก็เลยใช้วิธีแบบตามใจแม่มาโดยตลอด แต่คราวนี้พอเรารับมือไม่ไหว เราต้องขอความช่วยเหลือ เราก็ไม่อยากขอ เพราะว่าเราโดนอันนี้มันเซ็ตเราอยู่ว่าแบบไม่ได้อะไรอย่างนี้ โดยที่เราก็ลืมไปว่าแม่ก็มีหลายแบบ คือแม่เขาก็คนอะ แล้วคนบางคนก็ต้องให้อีกคนรับมือ เออแต่ว่าหวดตัวเองจนในที่สุดเราก็ป่วยไป ดังนั้นคือในช่วงนี้ที่เราเห็นน้องหรือเพื่อนหลายๆ คนมากๆ คือตอนนี้พอมาเริ่มเข้าสู่ ageing society จริงๆ คนมันแบบต้องแบกเยอะมากเลยนะ บางคนมีลูกคนเดียว ต้องแบกทั้งพ่อและแม่ งานตัวเองก็ต้องทำ ถ้ามีครอบครัวก็ต้องดูครอบครัวตัวเองด้วย พ่อแม่ผัวพ่อแม่เมียอีก นึกออกปะ มันเยอะขึ้นไปอีก แล้วความเครียดก็สูงมากช่วงหลังๆ ที่เข้ามาเนี่ย เป็นความเครียดในแนวแบบนี้ตลอด คือความเครียดที่ปรึกษาใครไม่ได้ มันก็มาจากพ่อแม่ของเราเอง

ทราย ป่วย ซึมเศร้า อาการ รักษา

Q:คนรอบข้างรับมือกับสิ่งที่เราเป็นยังไงบ้าง
                  อยู่ห่างๆ ถ้าช่วงไหนที่แบบ เฮ้ย แต่เขารู้ “กอล์ฟ” เป็นคนที่รีเทคไวมาก ซึ่งดีมาก เพราะว่าถ้าเราจะต้องมานั่งอธิบายทุกครั้งเราจะยิ่งโมโห ขนาดยังไม่ต้องป่วยแล้วมาอธิบายทุกครั้งก็โมโหแล้วนึกออกปะ แต่เขาจะรู้เลยว่า สมมติวันนี้ว่างในรอบอาทิตย์นะ นัดกินข้าวกัน ดูหนัง เราตื่นมาตอนเช้าพร้อมกับแบบ เชี่ย วันนี้วันปล่อยผีเหรอวะ ทำไมมันดูหดหู่อย่างนี้ เออมันจะมีวันแบบ bad day เราก็จะแบบมีจังหวะชีวิตที่แปลกไป แล้วเขาจะจับได้ แล้วเขาจะแบบพัก อาทิตย์หน้าว่ากันใหม่ ไม่โกรธ แล้วเขาไม่โกรธจริงๆ ไม่ประชด ไม่แบบ ไม่งี่เง่าอะ เออ ไหวเมื่อไรว่ากัน แบบเออดีว่ะ

ทราย ป่วย ซึมเศร้า อาการ รักษา

Q:โรคซึมเศร้ามีโอกาสที่จะหายขาดไหม
                  มี เราหายมาแล้วรอบหนึ่งด้วยเหอะ จริงๆ ถ้าหาเร็วก็หายเร็วค่ะ อย่าหยุดยาเอง แต่ก็แน่นอนว่ามันมีกลุ่มคนโชคดีที่จะหายขาด และกลุ่มคนที่ดวงเฮงจะได้อยู่กับหมอไปตลอดกาล แต่เราก็จะคิดว่าเออ เป็นความดัน เบาหวาน โรคพวกอย่างนี้ ภูมิแพ้ อะไรว่าไป หายบ้าง แบบคือขึ้นบ้าง สะกิดก็แบบ เอ๊ย ผื่นขึ้นอะไรแบบนี้ นั่นแหละคล้ายๆ กัน คือนี่ก็ต้องกินยา

ทราย ป่วย ซึมเศร้า อาการ รักษา

Q: สิ่งที่ไม่ควรพูดประโยคแบบนี้กับคนที่เป็นโรคซึมเศร้า
                  มันต้องบอกอย่างนี้ว่าคนที่เป็นเขาก็ไม่ได้คาดหวังคำปลอบใจจากทุกคน เพราะว่าคนป่วยรีเทคเร็วมากว่าคนไหนปลอม ยิ่งพี่เป็นดาราพี่ดูแอ็คติ้งออก อืม ถ้าไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด แต่คำที่ว่าแบบ สู้ๆ นะ ถ้าเป็นเพื่อนหรือเป็นคนที่เราสนิทใจจริงๆ เป็นคนที่เรารู้ว่ามันหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ เราจะโอเคกับมันมาก เหมือนอย่างแฟน เมื่อเช้าเขาเพิ่งเลิกกองตอนเช้า เราขับรถออกมาแล้วเขาก็แบบ “ตัวสู้นะ ส่งพลัง” อะไรแบบนี้ ซึ่งเราจะรู้สึกแบบเขาหมายความว่าอย่างนั้น literally ส่งพลัง และสู้นะ อะไรอย่างนี้ ถ้าคนเดินโฉบมาแล้วเห็นเราเป็นถังสังฆทานที่แบบ สู้นะคะ เออคือก็ไม่ต้อง เราไม่ได้คาดหวังอะไรจากคุณอยู่แล้ว คือบางคนเล่นใหญ่มาก อุ๊ย แล้วแบบนี้จะไปพูดอะไรได้ ไม่ เขาไม่ได้อยากพูดกับมึง จริง ไม่ต้องเดือดร้อน ถ้าไม่มีใครมาขอก็ไม่ต้องพูด จริงๆ นะ ง่ายกว่า ง่ายกว่าด้วย ทั้งทางคนที่ไม่ได้เป็นด้วย เพราะว่าคุณจะได้ไม่เกร็ง เออ พูดไปปกตินั่นแหละ แต่คนเราก็ไม่ควรจะ bully กัน ไม่ใช่แบบเดินไปล้อเขาอันนั้นก็เหี้ยไง แบบเออก็ไม่ได้ถึงขั้นต้องเกร็ง อุ๊ย คุยอะไรไม่ได้เลยอะ แหม...บอบบาง เขาก็ไม่ได้อยากคุยกับมึง แค่นั้นเอง

ทราย ป่วย ซึมเศร้า อาการ รักษา

Q: อาการยังไงบ้างที่เข้าข่ายภาวะ “โรคซึมเศร้า”
                  เอ่อ อะไรที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปผิดปกติ เช่นอันนี้เป็นได้ทุกอย่างเลยนะ นอนมากเกินไป นอนมากเกินไปไม่มีอะไรทำก็นอนจ้องเพดานไปเรื่อยๆ เราเคยเป็นมาแล้ว หรือนอนน้อยเกินไป เดี๋ยวนี้คนมีปัญหาเรื่องการนอนมาก เพราะบางคนเหมือนไม่รู้ว่าแข่งกันนอนดึกหรือยังไงก็ไม่รู้ จนบางทีมันพร่าเลือนบ้างหรืออะไรอย่างนี้อะนะคะ นอนน้อยไป นอนมากไป กินน้อยเกินไป หรือกินมากเกินไป มีความหิวโหยในเพศตรงข้ามมากเกินไปหรือน้อยเกินไป คือบางทีคนป่วยก็ต้องการการยืนยันตัวตนด้วยอะไรบางอย่าง ซึ่งการกินหรือความสัมพันธ์มันก็จะมาเติมตรงนี้ได้แบบชั่วครั้งชั่วคราว

ทราย เจริญปุระ

Q: คนที่มีภาวะ “โรคซึมเศร้า” ควรทำยังไง
                  ก็ไปหาหมอ ง่ายมากเลย เหมือนแบบแกจามสัก 5 วันติดต่อกัน ไม่อยากหาหมอเหรอ เออ มันสนุกเหรอ ด้วยความเป็นคนเดี๋ยวนี้ที่มันเอ๊ย กูเป็นนี้เหรอ กูเสิร์ชแป๊บหนึ่งกูเป็นอะไรวะ โอ๊ย ส่วนมากเสิร์ชไปก็ไปจบที่มะเร็ง จริงๆ เชื่อเรา ต้องเป็นมะเร็งอะไรสักอย่าง มะเร็งอารมณ์ เออ มะเร็งอะไรอย่างนี้ ต้องเป็นสักอย่าง อย่าไปอย่างนั้น ศูนย์มะเร็งคนไข้เยอะแล้ว ลองไปหาหมอ จริงๆ คุณไม่ได้เป็นมะเร็ง คุณเป็นอย่างอื่น ซึ่งแบบมันไม่ต้อง จะบอกยังไงดีอะไม่ว่าหมออะไร เรื่องของการสาธารณสุขของประเทศนี้มันมีทั้งง่ายทั้งยากหมดแหละ มันไม่ได้เกี่ยวกับการไปหาจิตแพทย์ มันจะยากกว่าอย่างอื่น มันยากเท่าๆ กับอย่างอื่นนั่นแหละ คือถ้าคุณรู้สึกป่วยกายแล้วไปหาหมอได้อะ เวลาป่วยอะไรแบบนี้คุณก็ไปหาหมอได้เหมือนกัน มันไม่ได้จำเป็นจะต้องเป็นแบบคุณไปแล้วคุณจะดูอ่อนแอ หรือไปแล้วไม่เป็นหมอจะล้อ เออ อุ๊ย ถ้าไปแล้วไม่เป็นอะแก ฉันจะคิดไปเองหรือเปล่า ก็ไปให้มันรู้ ให้หมอเขาบอก หมอเขาไม่ล้อแก จริงๆ ไม่เป็นก็ดี กูก็อนุโมทนา ทุกคนมันเริ่มอยู่ในภาวะซึมเศร้าแล้วมันยังไม่ไปแตะเส้นโรค ซึ่งคุณจะหายได้โดยไม่ต้องกินยา แต่ถ้าคุณจะรอให้มันแช่อิ่มจนแบบ โอ้โห กูหนัก เขาต้องลากไปแล้ว ก็เรียบร้อย ทุกคนก็ต้องกินยา

ทราย เจริญปุระ


“ทราย อินทิรา” ในอนาคต
                  จริงๆ เลิกคิดถึงอนาคตไกลๆ ตั้งแต่ป่วยอะนะ เพราะรู้สึกว่าการคิดอะไรไกลมันเสี่ยงมาก ถ้ามันวืดจะล่มจม ชีวิตจะพินาศมาก แต่จริงๆ ที่คิดไว้คือแบบอยากมีแมวอีกตัว แต่เกรงใจ “โมโม่” กลัวมันน้อยใจ เพราะเป็นเราก็คงไม่ชอบ ใส่อารมณ์ทำไมเนี่ย แต่ก็คิดว่าเออ คือเรารู้สึกว่าถ้าจะมองเราในอนาคตจริงๆ อะก็คงแบบอยากมีแมวอีกตัวแค่นั้นเอง เพราะเราจะรู้สึกว่าการได้ให้คนอื่นบ้าง ตัวอื่นบ้าง มันดีนะ มันให้ความรู้สึกที่ไม่มีอะไรอย่างอื่นจะมาเหมือนกับการได้ดูแลอย่างอื่นบ้าง นอกจากตัวเราเองที่จะต้องดูแลอยู่แล้ว มันน่าจะเป็นคำตอบที่ดีกับชีวิต แล้วก็เป็นความหมายบางอย่างที่คนเราควรจะมีอะ อย่างที่บอกเรากำหนดไม่ได้ ไม่สามารถกำหนดได้ว่าปีนี้เราจะทำนั่น ปีหน้าเราจะทำนี่ ก็ทำไปค่ะ แต่ถามว่ารักไหม ก็รักที่สุด คือสิ่งที่เรียกว่าการทำงานก็คือการออกกองนะ อย่างวันนี้ไม่ได้รู้สึกว่าเหมือนทำงานนะ เหมือนมานั่งคุยกันอะไรอย่างนี้ แต่ถ้าออกกอง มันจะเออทำงาน เราจะชินอย่างนั้นตั้งแต่เด็ก กลายเป็นส่วนหนึ่งของเราไปแล้ว แล้วก็ไม่คิด เราว่าดาราทุกคนคงโดนฝึกมาเหมือนกันว่ามันเป็นเรื่องไม่แน่นอน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Comments