“ป๋อมแป๋ม” เล่าจุดเปลี่ยนในชีวิตหลังน้ำหนักพุ่งขึ้นถึง 85

“ป๋อมแป๋ม” เล่าจุดเปลี่ยนในชีวิตหลังน้ำหนักพุ่งขึ้นถึง 85

0

“ป๋อมแป๋ม” เล่าจุดเปลี่ยนในชีวิตหลังน้ำหนักพุ่งขึ้นถึง 85

            ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา! “ป๋อมแป๋ม นิติ ชัยชิตาทร” เล่าถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตหลังน้ำหนักพุ่งขึ้นถึง 85 ภายในปีเดียว จนนั่งยองในห้องน้ำไม่ได้! ผ่านรายการ Kim’s Mirror เพราะความเครียดสะสม นอนน้อย ดื่มบ่อย กินกลางคืน จนร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือน พังโดยไม่รู้ตัว มองว่าการแก่ไม่ใช่เรื่องแย่ แต่คือการมีชีวิตอยู่ได้นานแบบมีคุณภาพมากกว่าการพยายามย้อนวัย พร้อมเล่าแนวคิดการใช้ชีวิตแบบบาลานซ์

ป๋อมแป๋ม

ป๋อมแป๋ม

ทำไมถึงตัดสินใจปรับโฟกัสมาดูแลตัวเอง ?

ป๋อมแป๋ม : ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา คืออันที่เป็นปัญหาเรื้อรังและสะสมคืออ้วนขึ้นแบบปุ๊ดป๊าด เมื่อก่อนเราสึกว่าเช้ามาเราก็จะผอมได้ น้ำหนักกระโดดไปถึง 85 กิโลกรัมเลย ขึ้นมา 15 กิโลกรัมภายในปีเดียว ช่วงนั้นก็คือดื่มเยอะ แต่พอช่วงลดน้ำหนักก็คือไม่แตะเลย

ใช้ชีวิตปาร์ตี้หนัก ๆ เพราะคลายเครียด ?

ป๋อมแป๋ม : ไม่รู้ว่าอะไรเป็นต้นเหตุหลัก แต่พี่รู้สึกว่าช่วงนั้นเราเครียดด้วยส่วนหนึ่ง แล้วก็เป็นช่วงที่โฟกัสไปอยู่ที่เรื่องอื่น เหมือนฉันปล่อยวางดีกว่า แต่อันที่จริงเราไม่ได้ปล่อยวางจริง ๆ เพราะถ้าปล่อยวางจะไม่เครียด อย่างตอนนั้นรายการก็เริ่มพักไป มีเรื่องงาน เรื่องใด ๆ เป้นช่วงที่รู้สึกว่ามีเรื่องให้เราคิดเยอะ แล้วพอคิดเยอะก็จะนอนได้ไม่ดี นอนดึก เริ่มกินอาหารตอนกลางคืน แล้วรู้สึกว่ามือมันว่างก็เปิดจุกไม้ก๊อกแล้วก็เท ถึงบอกว่าไม่อยากใช้คำว่าปาร์ตี้ เพราะบางครั้งเราก็ไม่ได้ออกไปพบปะ เราก็จุ๊บจิ๊บของเรา คิดว่าตัวเองออกกำลังกาย แต่น้ำหนักไม่ลงเลย มันทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ จากเสื้อเบอร์ M ก็เป็น L และก็ XL การนอนไม่พอ พอตื่นมาจะตามันปรือ ตื่นไม่เต็มที่ ระหว่างวันก็ยิ่งเครียดสะสมไปอีก เป็นวงจรไปเรื่อย ๆ จนน้ำหนักกระโดดขึ้นมาถึง 85 กิโลกรัม ซึ่งส่วนนั้นเริ่มรู้สึกว่ากางเกงมันใส่ไม่ได้ เพื่อนในวงการหลาย ๆ ท่านก็ผอมแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว มันมีปัญหาในตรงอื่น ๆ เช่น เรื่องเข่า ตีเทนนิสแล้ว Performance มันดรอปลงอย่างเห็นได้ชัด จุดแตกหักคือตอนเดินทางไปต่างจังหวัด เดินทางไปหัวหิน ถนนพระราม 2 รถติดมาก แล้วพี่ปวดท้องเข้าห้องน้ำ พี่บอกรถตู่ว่าตรงไหนก็ได้ พี่วิ่งไปเข้าห้องน้ำในตลาดแห่งหนึ่ง ปรากฏว่าห้องน้ำมันเป็นแบบยอง แล้วเรายองไม่ได้เพราะมันติดเข่า ติดพุง รู้สึกว่านี่คือจุดที่ฉันมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร มันสควอท ( Squat ) ไม่ถึง พอสควอท (Squat) เหมือนจะคว่ำไปด้านหน้าด้วย ก็เลยรู้สึกว่ามันคงไม่ได้จริง ๆ แล้ว ก็เลยคิดวาสจะต้องลดน้ำหนัก ก็เหมือนว่าพอเราเริ่มลดน้ำหนัก ครั้งนี้เลยพยายามลดแบบไม่ปุ๊บปั๊บ ก็เลยได้ปรึกษา โชคดีที่ได้คุยกับหลาย ๆ คน ก็เชี่ยวชาญ ก็เลยได้เจอทั้งหมอร่างกายและหมอจิตใจ เลยพบว่าความเครียดที่เราไม่รู้ตัวเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดวงจร เครียดแล้วกิน กินแล้วอ้วน อ้วนแล้วเครียด

ป๋อมแป๋ม

ป๋อมแป๋ม

นอกจากออกกำลังกาย มีเรื่องอาหารที่เปลี่ยนไปไหม ?

ป๋อมแป๋ม : อาหารด้วยความที่พอเราลดน้ำหนัก กินอาหารให้เป็นเวลามากขึ้น โชคดีอย่างหนึ่งคือไม่กินของหวาน ทำขนมแต่ทำแล้วแจก ไม่กินน้ำอัดลมด้วย หรืออะไรที่เป็นฟอง ๆ ซ่า ๆ ไม่กิน ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้กินไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ เพราะเกี่ยวกับว่ากินแล้วฉันเรอ ท้องอืด มันก็เลยลดการกินจุกจิก ตอนนี้กินเป็นเวลามากขึ้น อาหารที่กินพูดตรง ๆ ว่ามันก็ไม่ได้สตริก (Strict) ว่าโปรตีนเท่านี้ แต่ว่าอย่างหนึ่งที่จะเป็นเลยก็คือด้วยความทำอาหารเอง มันก็เลยเหมือนเลือกวัตถุดิบมาทำ ไม่ได้เป็นอาหาร Healthy จ๋า ยังใส่ซีอิ๊ว น้ำปลา ทอดด้วย Deep Fryer แต่เรารู้ว่าใส่อะไรลงไป หรือว่ากำลังกินอะไรอยู่ ไม่ได้สตริก (Strict) ว่าต้องกินอาหารเพื่อสุขภาพ หรือก็บาลานซ์ถูก

ป๋อมแป๋ม

ในเรื่องของผิว ?

ป๋อมแป๋ม : เป็นคนชอบแดด ชอบอาบแดด ผิวเลยแทนจริง แต่ถ้าแทนแล้วมันแห้ง มันจะมีความเขียว มันจะแบบดำด้านเหมือนกระดานไวท์บอร์ด มันจะเป็นผิวประเภทฝุ่นจับปุ๊บแล้วรู้เลยว่าฝุ่นจับ ผิวของพี่ถ้าเกิดว่ามันแห้ง มันจะรู้เลยว่าสกปรก (หัวเราะ) พื้นเพเราก็ไม่ใช่คนสะอาดอะไรมากอยู่แล้วด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Comments