​​​​​​​"โต๋ ศักดิ์สิทธิ์" ไม่ติดใจเอาความหลังโดนเชิด Macbook

​​​​​​​"โต๋ ศักดิ์สิทธิ์" ไม่ติดใจเอาความหลังโดนเชิด Macbook

0

"โต๋ ศักดิ์สิทธิ์" ไม่ติดใจเอาความหลังโดนเชิด Macbook

 

                 เกิดเรื่องส่งท้ายปี 62 เลย สำหรับนักร้องหนุ่ม "โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร" เรียกใช้บริการแอปหนึ่งเพื่อเป็นการส่งของและของนั้นคือ Macbook ที่ใช้ในการทำงาน หลังจากเรียกก็โดนเชิดหายไป จนล่าสุดได้ของกลับคืนมาแล้ว โดยเจ้าตัวไม่ติดใจเอาความ เพราะเห็นแก่แม่ของน้องคนที่เอาไป ไปฟังเจ้าตัวพูดถึงเรื่องนี้ว่า

โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ โน๊ตบุ๊ค หาย โดนขโมย Macbook

อ่านข่าวต่อ

ใครว่างทักด่วน! “โต๋ ศักดิ์สิทธิ์” เฮง! ถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว

                 ได้ Macbook ของผมคืนแล้ว ก็ขอบคุณตำรวจสน.โชคชัย ด้วยที่ติดตามคืน และทีมงานผมก็เป็นคนรวบรวมข้อมูล และไปตามจนเจอ และส่งให้ตำรวจเป็นคนจัดการให้ครับ ขอบคุณจริงๆ

                 นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราใช้บริการ เราเคยส่งคอมพิวเตอร์ตัวนี้ไประหว่างห้องอัดกับห้องซ้อมประจำ เพราะเราต้องมีการทำเพลงกัน และเราต้องแก้ดาต้าในคอมพิวเตอร์ เราก็ต้องส่งไปที่ห้องซ้อมเพื่อซ้อม และบางทีระหว่างทัวร์นักดนตรีทุกคนก็ยุ่งหมด ผมเองก็ยุ่ง ทีมงานเลยเป็นคนส่ง แต่เคยส่งมาแล้วหลายครั้งไม่มีปัญหา ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 62 พอดีวันคริสต์มาสเลยครับ ก็ส่งไป แล้วเพิ่งมารู้วันรุ่งขึ้นว่าที่ห้องซ้อมไม่ได้รับ ก็ตามนั้น ทีมงานก็เลยโทรไปทางคอลเซ็นเตอร์ และก็ได้คำตอบอย่างที่บอกว่าเขาให้เราไปแจ้งความเอง เขาไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลอะไรได้ทั้งนั้น ติดใจวิธีแก้ปัญหาของเขา เอาจริงๆ แล้วผมไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ตอนแรกที่เกิดคำถามขึ้นมาที่เราโทรไปที่คอลเซ็นเตอร์ เราก็เกิดคำถามว่าเราใช้บริการเขาแล้วเราต้องรับผิดชอบเอง แล้วเราต้องทำยังไงดี เราก็เลยให้ผู้จัดการโทรไปอีกทีเลยครับ ฝากบอกด้วยว่าเป็นผู้จัดการของผมนะ เพราะว่าผมต้องใช้ ผมแสดงคอนเสิร์ตแล้วต้องใช้คอมพิวเตอร์ตัวนี้ตลอด ช่วยตามหาได้ไหม ทางคอลเซ็นเตอร์เขาก็ตอบมาเป็นครั้งที่สองว่าเปิดเผยข้อมูลให้ไม่ได้จริงๆ เป็นนโยบายของเขา ให้ไปแจ้งความเอาเอง จริงๆ แล้วมีแผนกติดตามเรื่องนี้อยู่ แต่ปิดปีใหม่ไปแล้วครับ ต้องรอหลังปีใหม่อีก พอได้ยินครั้งที่สองผมก็รู้สึกว่าน่าจะมีคำตอบที่ดูใส่ใจเรามากกว่านี้แค่นั้นเอง ไม่ใช่ว่าผมเป็นศิลปินหรืออะไรนะ ผมแค่รู้สึกว่าเราเป็นลูกค้า เราเป็นผู้ใช้บริการน่าจะมีคำตอบที่น่าจะช่วยเหลือเราได้มากกว่านี้ แต่นี่เราต้องทำเองหมด ก็แค่รู้สึกตรงนั้น ก็บอกทีมงานว่าไม่เป็นไร เรารวบรวมเอง คือเราก็เริ่มต้นจากทีมงานเลย แล้วก็ฝากถามกลุ่มเพื่อนๆ ว่าใครที่รู้จักกลุ่ม GrabBike หรืออะไรบ้าง เพราะเขาบอกว่าเขาจะมีกลุ่มไลน์ที่รู้จักกันหมด เอาจริงๆ แล้วโลกเรามันก็ไม่ได้กว้างใหญ่ขนาดนั้น มันก็ถึงกันหมดครับ เขาก็เลยสอบถามในกลุ่ม ดูไอดี จนเราได้ชื่อจริงนามสกุลมา เราได้หน้าเฟซบุ๊กมา เราก็เลยยืนยันกับทีมงานว่าคนนี้จริงๆ ใช่ไหม เราก็เลยรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไปส่งให้ตำรวจ จากนั้นผมก็เลยเขียนสั้นๆ ลงไปในทวิต ผมแค่อยากรู้ว่ามีคนโดนอย่างนี้ไหม แล้วเขาจะรู้สึกยังไง ก็เลยเขียนทวิตไปในวันเสาร์ที่ 28 ธ.ค. ครับ แล้วก็มีการตอบทวิตเข้ามาหลายหมื่นเลยในคืนนั้นจนกลายเป็นข่าวขึ้นมา ผมก็เพิ่งทราบว่ามีคนเคยโดนแบบนี้เหมือนกัน กรณีเดียวกันเลย และได้คำตอบเหมือนกัน มันก็เลยกลายเป็นว่าเราไม่ใช่คนเดียวแล้ว

โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ โน๊ตบุ๊ค หาย โดนขโมย Macbook

โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ โน๊ตบุ๊ค หาย โดนขโมย Macbook

                 ทำไมถึงไม่คิดจะเอาเรื่อง ผมเองก็โดนตินิดหนึ่งว่าทำไมไม่เอาเรื่อง แต่ที่ผมไม่เอาเรื่องเพราะว่าผมเห็นแก่คุณแม่เขาครับ คุณแม่เป็นคนพาลูกเขามาเอง ติดต่อเข้ามาว่าเป็นคนไปตามตัวลูกเขามาให้เอาของมาคืน เห็นว่าเอาไปจำนำ ใช่ครับ พอดีเครื่องเอาไปจำนำไว้ ตามที่ตำรวจแจ้งเขาบอกว่าติดพนันบอล ก็เลยเอาเครื่องไปจำนำไว้ และทางคุณแม่เขาเป็นคนบอกว่าเดี๋ยวจะเป็นคนไปจัดการให้ แล้วก็จะพามาคืนเอง ผมก็เลยเห็นใจคุณแม่ ผมเองไม่ว่างไปเจอให้ทีมงานไปเอานัดกันที่สน. ผมแค่ฝากบอกทีมงานให้บอกเขาเฉยๆ คือผมบอกคุณแม่เขาไว้แล้วว่าเอาของมาคืนผมเถอะ เพราะผมต้องใช้ข้อมูลหลายอย่างที่สำคัญที่ผมต้องใช้ในการทำงาน ก็ไม่เป็นไรเลยครับ ไม่ได้เอาเรื่อง ผมก็ฝากคุณแม่ให้บอกน้องเขาว่าอย่าทำอย่างนี้อีก เพราะว่าสมัยนี้มันไม่มีความลับแล้ว โลกมันไม่ได้กว้างขนาดนั้นที่ว่าทำแล้วคนจะตามคุณไม่เจอ มันไม่ได้ยากขนาดนั้นครับ

โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ โน๊ตบุ๊ค หาย โดนขโมย Macbook

                 ด้วยความใจดีของเรากลัวไหมว่าเขาจะไม่เข็ด อาจจะทำอีก มันก็มีหลายๆ มุมนะครับในการมองเรื่องนี้ สาเหตุที่ผมไม่เอาเรื่องก็คือผมเห็นแก่คุณแม่เขา และผมคิดว่าครั้งนี้น่าจะเป็นบทเรียนที่ใหญ่มากสำหรับตัวเขาแล้ว เพราะชื่อเขา หน้าของเขาก็ขึ้นสื่อใหญ่ทั่วประเทศ ผมยังเชื่อในส่วนดีของคนอยู่เสมอ และผมเชื่อว่าเขาน่าจะเรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้ และเหตุการณ์นี้คงได้สอนอะไรหลายๆ คนไม่ใช่แค่ตัวเขาด้วย ผมคิดว่าเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วครับ

                 ทางโน้นได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบบ้างไหม ถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้ติดต่อมาทางผู้จัดการผมเลย ก็มีแค่จดหมายที่ออกมาตามสื่อ แต่ยังไม่ได้มีติดต่อมาทางผู้จัดการผมเลย

โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ โน๊ตบุ๊ค หาย โดนขโมย Macbook

                 ก่อนหน้านี้เห็นเขาบอกว่าจะมีการขอโทษโดยการแบน เขาได้บอกไหมว่าจะแบนยังไง ไม่ใช่ครับ มาตรการของเขาในการรับมือเรื่องนี้ คือถ้าเกิดมีของหายเกิดขึ้น พอเราโทรไปหาเขา เขาก็จะปิดสัญญาณโทรศัพท์ของคนนั้น นี่คือสิ่งที่เขาบอกกับทีมงานผมนะครับ เขาปิดสัญญาเพื่อที่คนขับคนนี้จะได้รับงานไม่ได้อีก และจะได้ติดต่อเข้ามา ผมก็เลยถามทีมงานว่า ถ้าผมขโมยของมา ผมจะติดต่อเข้าไปเพื่ออะไร ผมก็ต้องไปแล้วสิครับ แต่เขาตอบอย่างนั้นมันงงๆ หรือเปล่า ผมก็เลยทวิตถามว่ามีคนโดนอย่างนี้ไหม ก็มีเยอะแยะจริงๆ

โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ โน๊ตบุ๊ค หาย โดนขโมย Macbook

                 ยังจะใช้บริการนี้อีกไหม ผมไม่พูดถึงทางแกร็บโดยตรงนะ คือผมรู้สึกว่าเรื่องการบริการในสายทางนี้ ไม่ว่าจะเป็นการส่งอาหารหรือส่งของต่างๆ เรามีหลายๆ เจ้านะ และผมคิดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเมืองสมัยนี้แล้ว ผมไม่ได้บอกว่ามันไม่ดีเลย มันก็เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตเราเลย และผมในฐานะลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ เราก็ใช้บริการหลายครั้งในการส่งของ ผมแค่รู้สึกว่าเราเชื่อมั่นในระบบนะครับ เห็นโฆษณาต่างๆ ว่ามีความปลอดภัยในระบบ ผมก็เชื่อว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะระบบ แต่เกิดเพราะคน ผมก็เลยรู้สึกว่าน่าจะมีการกระตุ้นและพัฒนาในเรื่องการบริการด้านนี้ให้กับผู้บริโภคมากขึ้น พัฒนาโดยการสกรีนคนขับขี่ อีกอย่างก็คือสำหรับตัวคนทำผิดเองเขาจะได้รู้ว่าไม่ได้ทำแล้วลอยนวลได้นะ ทำผิดอย่าคิดว่าจับไม่ได้นะครับ จับได้ครับ ที่สำคัญเลยผมรู้สึกว่าพอเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น อย่างน้อยก็น่าจะมีคำตอบในการใส่ใจในการช่วยมากกว่านี้เท่านั้นเอง ผมพูดแทนหลายๆ คนที่โดนแล้วกันครับ เพราะเคสนี้ไม่ใช่แค่เคสผมคนเดียว ยังมีอีกหลายๆ เคสที่ได้รับการตอบอย่างนี้เช่นเดียวกันครับ

                 ไม่ติดใจคนทำผิด แต่ติดใจระบบใช่ไหม ผมคิดว่าผมไม่ได้โดนแค่คนเดียว แต่มีอีกหลายๆ คนที่โดนเหมือนกัน อย่างน้อยเห็นใจลูกค้า และช่วยแสดงความใส่ใจในการช่วยกันหน่อยเท่านั้นเอง แต่พอตอบแบบนั้นมาผมก็เลยรู้สึกว่าแล้วยังไงต่อ แค่นั้นเอง

โต๋ ถูก ลอตเตอรี่ หวย รับ ปีใหม่ โชค โชคดี

                 หลังจากนี้เราคงจะใช้แมสเซนเจอร์ส่วนตัวแล้วใช่ไหม ไม่หรอกครับ เอาจริงๆ ผมว่าสำหรับผมแล้วเรื่องการสั่งอาหารก็คงยังต้องใช้บริการอยู่ เพราะว่าเวลาของเราด้วย และเรื่องการทำงานมันก็ต้องมีบ้าง ในมุมผมก็คือนอกจากจะเตือนผู้ให้บริการแล้ว มันก็ยังเตือนใจผู้บริโภคด้วยว่า มันมีสิทธิ์ที่จะเกิดขึ้นได้ และเราควรจะรับมือกับมันยังไงแค่นั้นเอง ผมก็หวังว่าเรื่องทั้งหมดจะส่งผลดีให้กับการทำธุรกิจรายนี้ ไม่ว่าผู้ให้บริการหรือผู้ใช้เองจะได้พัฒนาและเข้าใจมากขึ้นครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Comments