​​​​​​​“ปรีชา เกตุคำ” พลิกชีวิตจากนักพากย์ สู่เจ้าหน้าที่ไกล่เกลี่ยศาล จ.อยุธยา

​​​​​​​“ปรีชา เกตุคำ” พลิกชีวิตจากนักพากย์ สู่เจ้าหน้าที่ไกล่เกลี่ยศาล จ.อยุธยา

1,142
0

“ปรีชา เกตุคำ” พลิกชีวิตจากนักพากย์ สู่เจ้าหน้าที่ไกล่เกลี่ยศาล จ.อยุธยา

               สำหรับ “จิ๋ว ปรีชา เกตุคำ” นักพากย์เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ และนักแสดง เริ่มจากเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ 7 สีธรรมดาคนหนึ่ง กระทั่งมีคนได้ยินเสียงและชักชวนไปทำงานพากย์เสียงเมื่อ 20 ปีก่อน กระทั่งกลายเป็นเสียงเอกลักษณ์เสียงหนึ่งในวงการการ์ตูน สารคดี ยุคนั้น ทว่าชีวิตในวันนี้ของเขาพลิกผันอย่างเหลือเชื่อ โดยได้เข้ามาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ไกล่เกลี่ยประนีประนอมประจำศาล จ.อยุธยา โดยทำหน้าที่นี้มาเกือบ 2 ปีแล้ว และนี่คือเสี้ยวหนึ่งของนักพากย์เสียงที่เป็นตำนานในวงการบันเทิง

ปรีชา เกตุคำ นักพากย์ เจ้าหน้าที่ ไกล่เกลี่ย ศาล

               หยุดไปเป็นปีเลยสำหรับงานละคร คือผมกลับไปอยุธยาพักหนึ่ง ไปทำหน้าที่เจ้าหน้าที่ไกล่เกลี่ยคดีของศาล อยุธยา เป็นเจ้าหน้าที่แต่งตั้งของหัวหน้าผู้พิพากษาที่อยุธยา คือทุกศาลในปัจจุบันนี้จะมีการสอบและแต่งตั้งประชาชนที่สมัครเข้ามาเพื่อทำงานตรงนี้ ทำหน้าที่ คู่กรณีที่มีปัญหาฟ้องร้อง เราก็มาไกล่เกลี่ยคู่กรณี เพื่อให้ตกลงกัน พอฟ้องก็จะต้องมีผู้แพ้ผู้ชนะ เราก็ทำหน้าที่ตรงนี้ ถ้าตกลงกันไม่ได้จริงๆ ก็ส่งฟ้องศาล แล้วก็ทำหน้าที่รายงานตัวผู้ที่รอลงอาญา หน้าที่คือผู้ไกล่เกลี่ยประนีประนอมประจำศาลอยุธยา

ปรีชา เกตุคำ นักพากย์ เจ้าหน้าที่ ไกล่เกลี่ย ศาล

               ไปทำงานที่ศาลได้อย่างไร มันเริ่มจากไปเจอผู้ใหญ่ในวงการท่านหนึ่ง เขาบอกว่าผมน่าจะกลับไปทำอะไรที่บ้าน จะไปตะลอนอยู่กรุงเทพฯ ตลอดชีวิตไม่ได้ อายุมากขึ้นเรื่อยๆ พอดีบ้านผมอยู่อยุธยา ก็คุยกับผู้ใหญ่หลายท่าน จนได้เข้าไปสอบ และได้รับการแต่งตั้งจากหัวหน้าผู้พิพากษา ให้เป็น เจ้าหน้าที่ไกล่เกลี่ยประนีประนอมศาล จ.อยุธยา

ปรีชา เกตุคำ นักพากย์ เจ้าหน้าที่ ไกล่เกลี่ย ศาล

               จากคนทีวีช่อง 7 แล้วมาพากย์เสียงได้อย่างไร งานพากย์หนังผมเริ่มจริงๆ ก็ปี 50 นะ ตอนนั้นผมทำงานที่ช่อง 7 แล้ววันหนึ่งพักเที่ยงก็ไปทานข้าวกัน เราก็พูดคุยกับเพื่อนในโรงอาหาร มีคนได้ยินเสียงผม เขาก็มาทักว่าเสียงนุ่มดี มาช่วยงานกันไหม ก็เริ่มพากย์เสียงฟรีแลนซ์ จากนั้นก็ทำงานฟรีแลนซ์มาเรื่อยๆ พากย์เสียงโฆษณาอะไรบ้างหลายงาน จนมีชื่อเสียงก็ได้งานใหญ่งานหนึ่ง

ปรีชา เกตุคำ นักพากย์ เจ้าหน้าที่ ไกล่เกลี่ย ศาล

               งานอะไรครับ เป็นงานพากย์เสียงซูเปอร์แมนฉบับการ์ตูน คือมันเริ่มจากที่ทางเจ้าของลิขสิทธิ์เขาก็มาหาเสียงที่จะใช้สำหรับซูเปอร์แมน เขาก็มาออดิชั่น เอาเสียงไปเป็นพันๆ เสียงเลย เอากลับไปอเมริกา สุดท้ายเขาก็เลือก เสียงของผมเป็นเสียงซูเปอร์แมน คือยุคนั้นถ้าเป็นเสียงซูเปอร์แมนก็ใช้เสียงของผมเท่านั้น จำได้ว่าก็จะมีคนเลือกเสียงไปเยอะมาก ก็ดีใจที่ทางอเมริกาเลือกเสียงเรา ก็ได้พากย์เสียงหลายตอน

               จริงๆ “พี่จิ๋ว” เริ่มจากนักแสดงมาก่อน ใช่ ถ่ายโฆษณาอะไรแบบนี้ จริงๆ ผมเริ่มจากอาชีพนักแสดงนะ ผมเริ่มเล่นละครปี 30 เรื่อง “เล็บครุฑ” เป็นละครกันตนา เล่นเป็น สารวัตรกริช กำจร เรื่องนั้นก็ทำให้เป็นที่รู้จัก คือผมโชคดีที่ได้งานต่อเนื่อง หยุดไปพักหนึ่ง ไปทำสารคดีให้เสียงนี่แหละ ละครล่าสุดก็มี นายฮ้อยทมิฬ ผมก็ยังเล่นอยู่เลย ชาติลำชี ก็เล่น ตอนนี้ที่ถ่ายอยู่ก็มี “เลือดสุพรรณ” ช่อง 5 และ “ทะเลเดือด” ช่อง 7HD

ปรีชา เกตุคำ นักพากย์ เจ้าหน้าที่ ไกล่เกลี่ย ศาล

               งานสารคดีที่โดดเด่นที่คนจำได้ สำหรับผมก็ทำงานในวงการมา 30 กว่าปีแล้ว พอพักละครก็ไปพากย์หนัง สมัยก่อนเป็นหนังไทยนะ ให้เสียงพระเอกบ้าง ตัวร้ายบ้าง ตอนหลังวงการหนังซบเซาก็ไปพากย์เสียงสารคดี จากนั้นไปทำสารคดีเลย คือไปทำให้บริษัท GM ก็ผลิต บรรยาย ได้ความรู้อะไรดี สารคดีที่ทำให้เราเป็นที่รู้จัก เสือ จระเข้ ช้าง คือเป็นชีวิตสัตว์ และชุดเบญจภาคี  ปี พ.ศ.2558

               ย้อนกลับมาที่งานไกล่เกลี่ยที่ศาลอยุธยา มีเรื่องคดีความอะไรที่น่าสนใจ ก็ทำมา 2 ปีนะครับ มีเคสที่น่าสนใจคดีหนึ่งคือ สามีฟ้องภรรยา ภรรยาขายที่ดินแล้วไม่บอก ไม่แบ่งรายได้ คนซื้อก็ตกเป็นจำเลยด้วย คือซื้อที่ดินแล้วก็ขายไม่ได้ ถมที่ไปแล้วก็ตั้งบริษัทไม่ได้ คนซื้อก็ลำบากเลย สามีก็ต้องการแบ่งรายได้จากการขายที่ดินมูลค่า 5 ล้าน ก็เปิดโอกาสให้ภรรยาหาเงินมาแบ่ง เขามีอยู่ 2 ล้าน ขาดไป 5 แสน ก็ยังรอไกล่เกลี่ย เขาขอเวลา 1 เดือน ก็ต้องให้ภรรยาเขาหาเงินมาแบ่ง คือเหตุที่ภรรยาขายที่ไปก็เพราะสามีเขาไปมีเมียน้อย อันนี้ก็ต้องติดตามกันไป มันก็เป็นงานที่เราต้องเข้าไปช่วยเขาประนีประนอม เราก็ใช้วิธีการของเราตามที่ได้อบรมเรียนรู้มา

ปรีชา เกตุคำ นักพากย์ เจ้าหน้าที่ ไกล่เกลี่ย ศาล

               ชีวิตส่วนตัว “พี่จิ๋ว” เป็นอย่างไรทุกวันนี้ ผมมีลูกชายคนหนึ่ง เป็นเทรนเนอร์ออกกำลังกายแห่งหนึ่ง ผมเองตอนนี้กลับไปที่หมู่บ้านกลางขุย อ.อุทัย จ.อยุธยา คือเราตั้งใจที่จะพัฒนาหมู่บ้านให้ไปในแนวนววิถี ผมอยากทำแบบโฮมสเตย์ คือจังหวัดอยากให้พัฒนาไปแนวนี้ เรามีที่นาที่สวนก็ต้องกลับไปพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว มีที่พัก มีแหล่งการเกษตรที่ยั่งยืน มีคนมาเที่ยวมาซื้อก็จะทำให้เราและชาวบ้านมีรายได้เพิ่ม มีงานทำ

ยังมีเรื่องราวที่คุณสนใจอีก!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Comments