ข่าวฮอตประจำปี 2558 บทสรุปรักร้าว “แตงโม” พิสูจน์ชัดยอมตายเพื่อคนรักได้จริง
เดินทางเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี 2558 แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าในปีนี้ก็มีข่าวสุดฮอตของคนบันเทิงทั้งในประเทศ และนอกประเทศมากมาย ไม่ว่าจะเป็นข่าวที่เรียกเสียงกรี๊ดสร้างสีสันในวงการบันเทิง ตลอดถึงเรื่องช็อกวงการ ที่ทำเอาแฟนคลับสะเทือนขวัญไปตามๆ กัน ทาง “ดาราเดลี่” เลยได้ทำการเลือกข่าวบันเทิงที่เป็นประเด็นร้อนแรงในวงการบันเทิงปี 2558 มาฝากกัน เพื่อไม่ให้คุณตกเทรนด์ข่าวในปีนี้
นับว่าเป็นคู่รักที่มีดราม่ามาตั้งแต่เริ่มคบหาดูใจกันเลยก็ว่าได้ สำหรับคู่ของนักแสดงสาว “แตงโม ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์” กับนักร้องหนุ่ม “โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์” ที่ตัดสินใจเลือกใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน จนกระทั่งส่อเค้าเลิกราเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพราะทางสาวแตงโมได้โพสต์ภาพที่เป็นข้อความว่า “CLOSED” พร้อมชี้แจงกับสื่อถึงเรื่องนี้ว่า ตอนนี้ยังไม่ได้เลิกกัน แต่มีปัญหากันหรือไม่นั้น ยังไม่พร้อมพูด และเมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าสถานะของทั้งคู่ยังเป็นคู่รักหรือไม่นั้น เธอก็อ้ำอึ้ง ก่อนตอบว่าค่อยว่ากัน

ไม่เพียงแค่นั้นยังมีประเด็นต่อมาอีกว่าสาว “เฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์” เป็นมือที่สาม เพราะว่าเธอนั้นเล่นละครคู่กับฝ่ายชาย แต่อย่างไรก็ตามสาวเฌอเบลล์ก็ออกมายืนยันว่าไม่ใช่เธอแน่นอน

ส่วนทางหนุ่มโตโน่ก็ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่า ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างทำงาน และคุยกันน้อยลงก็เลยมีปัญหาน้อยใจ ไม่เข้าใจกันจริง ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรก็ตามหน้าที่ความรับผิดชอบก็ต้องทำต่อ ไม่ได้เกิดปัญหาจากคนอื่น มันเป็นเรื่องของเวลา ไม่ใช่เรื่องของมือที่สามแน่นอน ส่วนเรื่องที่ย้ายออกเพราะแม่มาอยู่ด้วย ตอนนี้อยู่ในช่วงปรับความเข้าใจ ปัญหาที่เจอมามันเป็นเรื่องของความรู้สึกและทัศนคติ ระยะเวลาที่ห่างกันเกือบ 1 เดือนแล้ว
แต่ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นจะเริ่มห่างไปเรื่อยๆ จนเป็นกระแสพูดถึงสนั่นโซเชียลว่าทั้งสองนั้นได้เลิกขาดกันอย่างจริงจัง เพราะทางหนุ่มโตโน่ก็ออกมายืนยันว่าภาพหลุดที่มีคนเห็นเที่ยวด้วยกันนั้นก็ไม่ใช่ความจริง
จนเมื่อช่วงกรกฎาคม ทางเพื่อนสนิทของสาวแตงโมได้โพสต์ภาพสาวแตงโมที่ถูกหามส่งโรงพยาบาล ในสภาพอาการที่น่าเป็นห่วงภาพสาวแตงโมที่เป็นภาพในโรงพยาบาล พร้อมทั้งบรรยายว่า “จากใจผมนะครับ ตั้งแต่ผมรู้จักโมมา โมอาจจะมีผิดบ้างแต่ส่วนดีที่ผมสัมผัสโมก็มี มาถึงวันนี้เรื่องปัญหาครอบครัวของโมที่ผมไม่อยากเข้าไปยุ่งนัก ผมทนไม่ไหวที่ผมเห็นเพื่อนผมเป็นแบบนี้ ผมขอนะครับ ใครอยากจะด่าจะว่าเชิญเลย แต่หลังจากความสะใจของพวกคุณแล้ว ขอให้สงสารและเห็นใจเพื่อนผม ไม่มากแต่น้อยนิดก็ยังดี ขอบคุณครับ
อย่าให้ผมพูดเลยว่าเค้าทำอะไรลงไปเมื่อเช้านี้ แต่ขอบคุณพระเจ้าในขณะที่เค้าอ่อนแอที่สุด พระเจ้ามาทันเสมอ โมรู้สึกผิดต่อพระเจ้า ต่อพ่อแม่ของเค้ามาก เมื่อเค้าได้สติได้โปรดอย่าซ้ำเติมเลยนะครับ ผมเชื่อแล้วว่าเพื่อนผมเป็นคนบูชาความรักจริงๆ รักจนยอมแลกกระทั่งชีวิตของเค้าให้กับโตโน่ได้ #รักมึงนะเพื่อน”
นอกจากนี้ยังได้โพสต์คลิปขณะที่สาวแตงโมอยู่ที่โรงพยาบาล และเขียนแคปชั่นว่า “เพื่อนผมใส่เสื้อโตโน่ตลอดเวลาที่เค้าคิดว่าเค้ากำลังจะไปโดยไม่กลับมาอีก ขอพระเจ้าอภัยให้เค้าด้วย #รักมึงนะเพื่อน”


โดยตอนแรกเรื่องที่สาวแตงโมได้ทำนั้นเกิดจากเหตุการณ์ในคอนเสิร์ต 7 wonders ที่ทางอดีตคนรักเป็น 1 ในศิลปินที่ขึ้นคอนเสิร์ต และมีคนส่งข้อความหวังดีประสงค์ร้ายมาให้สาวแตงโม จนทำให้สาวแตงโมนั้นเกิดอาการน้อยใจ อีกทั้งที่หนุ่มโตโน่ได้พูดในคอนเสิร์ตในเชิงว่าสาวแตงโมนั้นพาไปจมปลักอยู่กับอะไรไม่รู้ หลังจากที่แต่งงานกัน ยิ่งทำให้แตงโมนั้นคิดมากว่าเธอไม่ดีตรงไหน เพราะเธอคิดมาเสมอว่าการแต่งงานของทั้งคู่นั้นเกิดจากความรักของทั้งคู่ และด้วยความที่สาวแตงโมนั้นมีอาการซึมเศร้าอยู่ จึงมีความเสี่ยงที่จะทำร้ายตนเองสูง เลยทานยานอนหลับเกินขนาดเพราะเกิดอาการเครียดร่วมด้วย
หลังจากที่สาวแตงโมอาการดีขึ้นเธอก็ได้แถลงข่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยเธอบอกว่า ตอนนั้นขาดสติ ด้วยอารมณ์น้อยใจอะไรหลายๆ อย่าง ก็ไม่อยากจะอยู่ ส่วนคำสันนิษฐานที่ทุกคนคิดว่าคำพูดโตโน่ในคอนเสิร์ต มันเป็นแค่คำพูดเล็กๆ เท่านั้น และคุณโตโน่ก็ย้ายออกจากบ้านไป ซึ่งของเขาก็อยู่เหมือนเดิม เราต้องอยู่กับอะไรเดิมๆ แต่ไม่มีเขาแล้ว และต้องทนอยู่กับสภาพและอาการแบบนี้ ชีวิตครอบครัวมันก็ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด หนูว่าคนที่ทุ่มเทกับความรักมากๆ มันก็เป็นธรรมดากับความผิดหวัง เขาไม่เคยกลับมาอีกเลย เราส่งข้อความไปเขาก็อ่านข้อความแต่ไม่ตอบ เป็นเวลา 3 เดือน เวลาสัมภาษณ์ก็ไม่มีใครพูดคำว่าหย่าร้างออกมา เราก็ไม่รู้ว่าเราจะเชื่อคำไหนได้ ในชีวิตคริสเตียนผู้หญิงที่หย่าร้างแล้วไม่สามารถไปมีครอบครัวใหม่ได้ เราก็ไม่ได้จะไปมีครอบครัวใหม่ ตอนนี้ทางบ้านหันไปทางไหนก็มีปัญหา แต่หนูผิดที่ทำแบบนั้น ลืมว่ามีคนรักเราอีกมากมาย มีทั้งพระเจ้าและพ่อ หนูขอโทษพ่อ" (กอดพ่อร้องไห้)
หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการติดต่อจากโตโน่มาไหม? (แตงโมร้องไห้พร้อมส่ายหัว) วางแผนชีวิตต่อจากนี้ "แตงโม" บอกต่อว่า "ยังไม่กล้าพูดอะไร เราควรตัดใจแล้วเดินหน้าต่อไป แต่ก็บอกไม่ได้ว่าทำได้หรือเปล่า ตอนที่เราเคยเถียงกัน เราเคยเคลียร์กันก่อนที่จะหายไปนานครั้งนี้ คุณพ่อก็เคยบอกขอบคุณเขา ที่เขาทำหน้าที่สุดความสามารถแล้ว เราก็ขอบคุณเขาตอนที่เราเป็นโรคซึมเศร้าแล้วเขาอยู่เคียงข้าง ไม่ใช่แค่ครั้งแรกที่คิดจะฆ่าตัวตาย แต่เขาให้สัมภาษณ์ก็ไม่เคยบอกว่าหย่าเลยสักครั้ง แต่เราก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เราขอคืนดีเขา ทำทุกวิถีทางแล้วจริงๆ ถ้าหนูไม่มีเรื่องกระทบกระเทือนใจหนูคงไม่ทำแบบนี้ หนูตายเพื่อคนที่รักได้แบบที่หนูเคยบอกในหลายๆ รายการ"

ต่อมาทางด้านหนุ่มโตโน่ก็ได้แถลงข่าวถึงกรณีเช่นกัน โดยเจ้าตัวก็ได้บอกว่า สาเหตุที่เขาเป็นแบบนี้มาจากผม ก็ขอโทษครับที่ทำให้เสียความรู้สึก กระทบจิตใจเขา แต่ 2 เดือนที่แยกออกมา ตกลงว่าเลิกกัน เราก็ได้ไปพบบาทหลวง ไปกับครอบครัวทั้งสองฝ่ายเพื่อทำพิธีให้พ่อแม่ได้รับรู้ ตอนนี้ผมนับถือศาสนาคริสต์เหมือนเดิม ไม่ได้ย้ายศาสนา และมีบ้างที่โมส่งข้อความมา ผมก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง ยืนยันว่าสถานะตอนนี้เลิกครับ ส่วนเรื่องข้าวของ โมบอกว่าอย่าเพิ่งเอาไปเพราะเขาจะยิ่งเสียใจ เราก็ยังไม่เข้าไปเอา เพราะกลัวเขาเสียใจ
ที่เลิกกันแล้วจะให้ผมกลับไปผมก็กลับไปได้นะครับ แต่คงไม่ใช่ฐานะเดิม ในช่วงเวลานี้คงยังไม่รีเทิร์นแน่นอน เราต้องเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อ-แม่ที่เราต้องดูแล ตอนที่คบกันเขาก็คือผู้หญิง 3 คนที่ผมรัก ตอนนี้ผมก็ต้องดูแลแม่กับน้อง ภูมิใจที่เคยคบโมและรักกัน ไม่เคยเสียใจเลย เรื่องที่ประกาศลั่นในคอนเสิร์ตว่าโสด ที่ผ่านมาจะเป็นสคริปต์ หรือไม่เป็นสคริปต์ผมก็ผิด แต่พอมานึกถึงความรู้สึกเขาเราก็ผิดเต็มๆ ที่ไม่ได้นึกถึงเขา ถ้าเขายังไม่สบายใจ ถ้าผมไปแล้วเขาดีขึ้น ผมก็จะไปหา แต่เรื่องทั้งหมดได้เคลียร์กันจบไปหมดแล้ว หากทางสาวแตงโมเดินหน้าง้อ เลยขั้นนั้นมาแล้ว ท้ายที่สุดหลังจากทั้งสองได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าว เรื่องราวความสัมพันธ์ในสถานะคู่รักของทั้งคู่ก็ได้จบลง











