“สลักจิต ดวงจันทร์” รับบั่นทอนจิตใจ ครอบครัวถูกแซะหากินกับวิญญาณพี่
เพิ่งจะผ่านวันครบรอบงานระลึกถึง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ครบรอบ 34 ปีจัดขึ้น 9 วัน 9 คืน ด้านพี่สาว “โอ่ง สลักจิต ดวงจันทร์” เผยความรู้สึกถึงความสำเร็จในครั้งนี้แต่ก็ไม่วายเจอแซะหากินกับวิญญาณพี่ งานนี้เจ้าตัวถึงกับบอกบั่นทอนจิตใจมากที่ถูกแซะแบบนี้
อ่านข่าวต่อ : “โอ่ง สลักจิต” ยัน “ไก่ จันทร์จวง” สบายดีให้คีโมเรื่อยๆ ดีใจคนมางาน “ผึ้ง พุ่มพวง” แน่น

“งาน 9 วัน 9 คืนของพี่ผึ้ง มันเป็นงานใหญ่ในทุกๆ ปีอยู่แล้ว เป็นงานประจำปี ปีนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันมีแต่เด็กเพิ่มขึ้น เด็กที่ไปร้องเพลงไปร่วมงาน งานของพี่ผึ้งเปรียบเสมือนเวทีของครู เด็กๆ ก็มีโอกาสได้ไปขึ้นเวทีครูบาอาจารย์ ถ้าถามว่ามาหาไหม มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เราจะบอกว่าการเป็นครอบครัวความสัมผัสมันมีอยู่แล้ว เราก็จะโดนด่าว่า ป่านนี้ยังไม่ปล่อยเขาไปผุดไปเกิดอีกเหรอ เราโดนกระแสพวกนี้เยอะมาก บางทีลงรูปก็ไม่ได้ ลงคลิปอะไรของพี่ผึ้งเกี่ยวกับพี่ผึ้ง เวลาครอบครัวลงก็จะโดนว่าทำไม แม้กระทั่งวิญญาณยังไม่ปลดปล่อยอีกเหรอ ทำไมพี่น้องครอบครัวจะหากินอยู่อย่างนี้ตลอดไป ก็ถามว่าแล้วคนอื่นลงรูปพี่เราทำไมไม่ผิด ทำไมครอบครัวลงหรือว่าอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องพี่ผึ้ง ทำไมพวกเราจะต้องโดนว่าเกาะกินตลอด คือคำพวกนี้บางทีมันก็บั่นทอน มันเป็นการแซะ คุณไม่มีวิจารณญาณในการพูดเลยเหรอ ก็เคยตอบเหมือนกัน ส่วนมากจะเป็นน้องไก่ จันทร์จวง จะเป็นคนตอบ พี่โอ่งจะไม่ค่อยเพราะว่ารำคาญ คำว่าทำไมจะต้องเกาะกินวิญญาณขนาดนี้ ป่านนี้เขาน่าจะไปผุดไปเกิดแล้ว ทำไมพี่น้องยังไม่มีการปลดปล่อย มันเป็นคำแรงสำหรับพี่นะ


ใครจะนำเพลงของพี่ผึ้งไปร้อง มันเป็นสิทธิ์ของเขา เพราะว่าทุกวันนี้เพลงอยู่กับค่าย ครูลพเองก็เอาเพลงไปขายให้กับบริษัทแกรมมี่แล้ว ก่อนที่จะเสียชีวิต แล้วครูเพลงบางท่านก็เอาเพลงแต่ละเพลงซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นครูลพ เป็นคนอื่นๆ เหมือนกันเขาก็เอาเพลงไปขายให้กับค่ายต่างๆ ซึ่งเขาก็มีโอกาสที่จะทำ เอาเพลงของพี่ผึ้งออกมา แล้วก็นักร้องท่านอื่นๆ ก็มีโอกาสไปซื้อลิขสิทธิ์ตรงนั้นเอามาร้อง เป็นเรื่องปกติไม่ว่าจะเป็นนักร้องท่านใดก็ตามที่นำเพลงของพี่ผึ้งมา พี่ผึ้งเป็นต้นฉบับ ซึ่งนำเพลงของพี่ผึ้งมาร้อง ทุกคนก็บอกนี่เพลงพุ่มพวง เขาจะไปซื้อลิขสิทธิ์แล้ว


อันนั้นก็เกินไป คุณอย่าไปเทียบอย่าไปตีเสมอ ไม่ว่าจะเป็นพี่ผึ้งหรือเป็นครูคนไหนก็ตาม ซึ่งเขาเป็นต้นฉบับเปรียบเสมือนนั่นคือรุ่นใหญ่ การที่คุณจะไปร้องเพลงของนักร้องท่านนึง สมมติเพลงเดียวกันแล้วคุณเอาเพลงที่เคยดังมาแล้วเอามาร้องเนี่ย ก็เปรียบเสมือนคนนั้นคือครู การที่คุณจะไปตีเสมอคู่กับครู มันจะเป็นการโดนเปรียบเทียบนะ เสียงนักร้องแต่ละคนมันก็ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว สมมติว่าเป็นเวอร์ชั่นของผู้หญิงแล้วผู้ชายเอามาร้อง ก็คือคนละเวอร์ชัน มันแตกต่างกันไป แต่จะมาบอกว่าร้องดีกว่าต้นฉบับ คิดได้ยังไง มันไม่ควรเหยียบหัวครู ไอ้คนที่พูดอ่ะปัญญาอ่อน มันไม่ควรจะพูดคำนี้ออกมา”







