“ตู่ ภพธร” สอนลูกให้มีวินัย เพราะชีวิตจริงไม่มีทางลัดสู่ความสำเร็จ!
เปิดหมดเปลือกสไตล์การเลี้ยงลูกยุคใหม่ของคุณพ่อสายคอนเทนต์อย่าง “ตู่ ภพธร” ในรายการ “MY DADDY James”
อ่านข่าวต่อ : “ตู่ ภพธร” คลั่งรักไม่ไหว! อวดภาพหวานภรรยา บอกโชคดีที่มีมามี๊ในชีวิต

“เวลาเล่นกับเขาเราจะเล่นเต็มที่จนพี่นุชรู้ว่า อาชีพพ่อหลักๆ ของพี่ตู่คือ อาชีพเล่น ดูเหมือนได้งานง่าย แต่จริงๆ เหนื่อย คนเล็กเริ่มชอบงานประดิษฐ์ประดอย เราต้องเล่นตามเขา ส่วนคนโตจะชอบเล่นอะไรที่แอ็คชั่นมากกว่า ปัญหาไม่ได้อยู่เรื่องของการเล่น แต่ว่าเราจะแบ่งร่างเรายังไงให้สามารถเล่นได้ทั้ง 2 คน บางอย่างจะเล่นด้วยกัน แต่ว่าจะสังเกตว่า ถ้าอะไรที่พี่สาวสนุกมากๆ น้องจะนั่งเล่นด้วยพยายามที่จะอิน แต่สักพักหนึ่งเขาจะแยกไปทำอย่างอื่น
พี่ตู่จะโหมดเรื่องซีเรียสกว่า พี่นุชเขาจะมีความดุเรื่องการกิน เรื่องที่เราเจอกันทุกวัน พี่ตู่จะเป็นแนว ให้เขาทำอะไรที่ควรทำ หรือที่จะต้องสั่งสอนแบบจริงจัง พี่ตู่จะเป็นโหมดนั้น มันมีเรื่องที่จะต้องลง โทษ แต่ในเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องที่เราจะลงโทษ ถ้าเขาทำอย่างอื่น เช่น ทะเลาะกัน เขาโกรธ ตีกันต้องลงโทษ แต่ว่าลงโทษคงไม่ใช่ตี ไม่มีการตีในบ้านผมอยู่แล้ว แต่จะมีเวลากำหนดว่าห้ามดูจอนานกี่วัน หรือ 1 อาทิตย์ มันเป็นเหมือนการพรากสิ่งที่เขาชอบทำ เขาจะรู้ว่าเขาสมควรแล้วที่จะโดน

เป็นคนที่ซีเรียสเรื่องมารยาทไทยแต่แค่เห็นว่าลูกเรียนอินเตอร์แล้วสิ่งเหล่านี้จะหายไปเยอะ เช่น การไหว้ เด็กที่รู้จักความเป็นไทยจะมีความนอบน้อม ไม่แน่ใจว่าคนยุคนี้คิดยังไงเรื่องการไหว้ผู้ใหญ่ แต่รู้สึกว่าในความเป็นไทยมันเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์ อยู่บ้านจะคุยกับเขาว่าพยายามพูดไทยกันนะลูก เพราะเขาจะกลายเป็นเด็กพูดไทยได้ไม่แข็งแรง โรงเรียนอินเตอร์อาทิตย์หนึ่งสอนไทยไม่กี่วัน ซึ่งมันเสียดายว่าเราเกิดมาเป็นคนไทยแล้วเรียนโรงเรียนอินเตอร์ ควรจะได้ทั้ง 2 ภาษา เผลอ ๆ เดี๋ยวนี้เขาต้องได้ภาษาจีนด้วย
การให้คุณค่าตัวเอง ด้วยความที่เป็นลูกสาวเราอยากให้เขารู้ถึงคุณค่าของตัวเอง ไม่ว่าไปอยู่ในสังคมไหนเขาจะไม่ให้ใครมาด้อยค่าและฟังในสิ่งที่เขารู้ว่าไม่ใช่ หรือใครที่พยายามจะผลักดันเขาไปในทางที่เขารู้ว่าไม่ควรลดตัวลงไปทำสิ่งนั้น อันนี้น่าจะเป็นเรื่องหลักที่อยากสอนเขา อันที่สองคือเรื่องวินัยในตัวเอง และอีกเรื่องคือเรื่องของความเป็นคนดี อันนี้เป็นหัวข้อใหญ่ว่าต้องสอนให้เขาเป็นคนดี

แต่ก่อนจะมีแบบหลอกล่อด้วยจอ ตอนนี้คือจะบอกที่บ้านตลอดไม่ให้ทำเลย จะไม่มีการกินข้าวแล้วเพื่อให้นั่งนิ่ง ๆ หรือเวลาไปกินข้าวนอกบ้านกับเพื่อนแล้วเอาจอมาตั้งให้เขาเล่น นอกจากว่าไปกับเพื่อนเยอะ ๆ แล้วลูกเพื่อนทุกคนดูกัน แต่ถ้าของเราเองที่บ้าน เวลาไปข้างนอกบ้านจะไม่ให้ดูจอ นั่งกินข้าวเอง ห้ามเล่นมือถือ จะไม่เปิดทีวีตอนกินข้าว เพราะรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่ต้องสื่อสารกัน คุยกัน ใช้เวลาร่วมกัน ซึ่งจะมีเวลาของเขา เช่น วันหยุด สุดสัปดาห์สามารถเล่นได้วันละ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง

คิดว่าอายุ 16 ปี ถ้าอยากจะมีก่อนหน้านั้นอาจจะเป็นมือถือแบบไม่ใช่สมาร์ทโฟน เพราะพยายามให้เขาอยู่ไกลโซเชียลมีเดียให้นานที่สุด สมมติว่าเขาอยากทำคอนเทนต์ หรือเริ่มโต เอาจริง ๆ ผมไม่ค่อยเห็นด้วย ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ อาจจะมี iPad ที่เอามาใช้ทำได้ หรือเป็นอะไรที่เขาไม่ได้ใช้ในเวลาส่วนตัว หนูอยากทำอะไร อยากพูด หรืออยากเต้น ถ้างั้นหนูไปเรียนเต้นไหม ไม่ใช่หนูทำท่าง่าย ๆ ตามคลิปใน TikTok แล้วแค่นั้นคือ เรียกว่าเป็น TikToker ผมว่ามันต้องมีสกิลเพิ่มเติมให้เขา ถ้าหนูชอบทำคลิปแบบนี้ หนูเรียนตัดต่อไหม หนูไปเรียนเกี่ยวกับ prompt เพื่อทำ AI เพราะเราคิดว่าเขาต้องได้อะไรมากกว่าแค่ว่า หนูจะทำหนูก็ทำ โดยที่หนูไม่ได้ฝึกฝนอะไร

ให้ความสำคัญในเรื่องของความอดทนและการมีวินัยเพราะว่าชีวิตจริงมันต้องเป็นอย่างนั้น ชีวิตจริงคุณไม่สามารถทำอะไรฉาบฉวยได้ แบบจับอันนี้แล้วอยากจะรวยเลย จับอันนี้แล้วอยากจะดังเลย มันไม่มีอยู่แล้ว ไม่มีใครเอาอะไรมาวางให้คุณแล้วชีวิตคุณเซ็ตแล้วสบายเลย มันไม่มีอยู่แล้ว ลูกต้องเรียนรู้ในจุดนี้ว่า ทุกอย่างมีที่มา มีเวลาของมัน มีสิ่งที่คุณจำเป็นจะต้องได้มาก่อนที่คุณจะได้รับมันไป ที่คุณจะต้องไปฝึกฝนมา เพราะทุกคนเห็นแค่ในมุมที่เขาโชว์ผลลัพธ์ ที่เขาบอกวิธีว่าฉันทำคลิปแบบนี้ ฉันหาเงินได้ 100,000 บาทต่อเดือน ซึ่งมันอาจจะมีจริงสำหรับบางคน แต่ว่ามันไม่ใช่ทุกคน ไม่งั้นคงรวยกันไปหมด

ลูกสาวคนโต ริสา เขาจะชอบเล่นเปียโน ตอนนี้เรียนอยู่ด้วย แล้วเขาจะบอกว่า เดี๋ยวจะไปซ้อมของตัวเอง เราจ้างครูมาสอนเขา มันเริ่มจากเขาไปดูละครเวที เห็นเราร้องเพลง คนเล็กก็มีเรียนด้วย แต่ว่าคนเล็กเหมือนจะชอบร้องเพลงมากกว่า เขาจะฮัมเพลงของเขาเองอยู่ตลอดเวลา”










