“บิ๊กป้ำ” สั่ง “DTi” เร่งติดปีกกองทัพ! ดันโดรนติดอาวุธ-ผลิตกระสุนเองในประเทศ หนุนแนวหน้าชายแดนเต็มพิกัด

“บิ๊กป้ำ” สั่ง “DTi” เร่งติดปีกกองทัพ! ดันโดรนติดอาวุธ-ผลิตกระสุนเองในประเทศ หนุนแนวหน้าชายแดนเต็มพิกัด

0

“บิ๊กป้ำ” สั่ง “DTi เร่งติดปีกกองทัพ! ดันโดรนติดอาวุธ-ผลิตกระสุนเองในประเทศ หนุนแนวหน้าชายแดนเต็มพิกัด

        พล.อ.นภนต์ สร้างสมวงษ์ ประธานคณะกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) หรือ DTI เปิดเผยว่า สทป.เดินหน้าสนับสนุนการเสริมสร้างขีดความสามารถและความพร้อมรบของกองทัพไทย โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนา "โดรนทางทหาร" ซึ่งถือเป็นอาวุธสำคัญของสงครามยุคใหม่ ร่วมกับภาคเอกชน โดยเฉพาะบริษัท แน็คโดรน ที่มีประสบการณ์สนับสนุนภารกิจของกองทัพภาคที่ 2 และผ่านการใช้งานในสถานการณ์จริงมาแล้ว

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ

        ล่าสุด สทป.ได้ร่วมพัฒนาโดรนติดอาวุธให้สามารถบรรทุกและปล่อยลูกปืนครกได้ครั้งละ 4 นัด เปรียบเสมือนปืนใหญ่ 4 กระบอกยิงพร้อมกัน เพิ่มอำนาจการยิงและความแม่นยำในสนามรบ โดยเตรียมเข้าสู่การทดสอบในเร็ว ๆ นี้

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ

        พล.อ.นภนต์ กล่าวว่า บทเรียนจากการปฏิบัติการของกำลังพลในพื้นที่ชายแดนถูกนำมาปรับใช้ในการพัฒนาและจัดหายุทโธปกรณ์ เพื่อสนับสนุนกองกำลังสุรนารี กองกำลังบูรพา และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพการรบ พร้อมลดความสูญเสียต่อชีวิตกำลังพลและยุทโธปกรณ์ของกองทัพ

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ

        นอกจากนี้ สทป.ยังทำงานร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมและศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ เพื่อผลักดันการผลิตกระสุนปืนใหญ่และกระสุนชนิดต่าง ๆ ภายในประเทศให้มีความพร้อมรองรับภารกิจของกองทัพ โดยยืนยันว่าพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง แม้การดำเนินงานบางส่วนยังต้องอยู่ภายใต้กรอบการอนุมัติของคณะกรรมการบริหาร

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ

        ประธานบอร์ด สทป. ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ระบุว่า มีความห่วงใยกำลังพลแนวหน้าและต้องการสนับสนุนทุกภารกิจอย่างเต็มที่ พร้อมส่งกำลังใจไปยังผู้บังคับบัญชาและทหารทุกระดับชั้น โดยเชื่อมั่นว่ากองทัพไทยต้องมีความพร้อมและมีศักยภาพเพียงพอที่จะปฏิบัติภารกิจให้บรรลุผลสำเร็จ

        ขณะเดียวกัน สทป.จะเร่งต่อยอดเทคโนโลยีทางทหารจากต่างประเทศภายใต้นโยบาย Offset Policy เพื่อลดระยะเวลาการพัฒนา ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด โดยมุ่งพัฒนาโครงการสำคัญทั้งระบบจรวดนำวิถี กระสุนปืนใหญ่เพิ่มระยะยิง และยุทโธปกรณ์ด้านความมั่นคงอื่น ๆ พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดภาระงบประมาณของกองทัพ

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ

        สำหรับระบบจรวดของ DTI ขณะนี้มีความพร้อมด้านการซ่อมบำรุงและการสนับสนุนภารกิจในอนาคต ขณะที่แนวนโยบายของ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ที่มุ่งผลักดันการใช้ยุทโธปกรณ์ผลิตในประเทศให้มากขึ้น สอดคล้องกับทิศทางของ สทป. ซึ่งเตรียมหารือเพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก เดอะมิชชั่นไทม์ และ DTI

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Comments