“ทราย สมุทร” เปิดใจหลังไกล่เกลี่ยรอบ 2 ไม่ลงตัว ยันพร้อมเจรจาคนในตระกูลแต่ต้องยึดหลักมนุษยธรรม
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา “ทราย สมุทร” พร้อมทีมทนายความ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการไกล่เกลี่ยในชั้นศาลเป็นรอบที่ 2 ซึ่งผลการเจรจาระหว่างฝ่ายโจทก์และจำเลยยังคงไม่บรรลุข้อตกลงร่วมกัน
.jpeg)
.jpeg)
โดยศาลได้ให้ทั้งสองฝ่ายกลับไปเจรจานอกรอบ และให้นำผลมาแถลงต่อศาลอีกครั้งในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันนัดพิจารณาคดีความนัดแรก นอกจากนี้ ในส่วนของกรณีที่มีบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีเข้ามาแทรกแซง ทางทีมทนายความได้ยื่นต่อศาลให้ไต่สวนเรื่องการละเมิดอำนาจศาล ซึ่งบุคคลดังกล่าวได้ทำการขอโทษผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว และศาลได้ตักเตือนพร้อมสั่งห้ามไม่ให้เข้ามาเกี่ยวข้องหรือโพสต์ข้อความใดๆ เกี่ยวกับคดีนี้อีก
.jpeg)
ทราย ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่มีผู้ใหญ่ระดับบริหารของทางสิงห์ส่งข้อความมาหา โดยระบุว่าได้รับข้อความทำนองว่าให้หยุดพูดหรือหยุดโพสต์เรื่องนี้บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งตนรู้สึกผิดหวังและยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะไม่ยอมเซ็นสัญญาปิดปากเด็ดขาด เนื่องจากต้องการให้เรื่องราวของตนเองเป็นบทเรียนและสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการปกป้องสิทธิ์ให้กับเด็กและเหยื่อคนอื่นๆ ในสังคมที่ต้องเจอเหตุการณ์คล้ายกัน
.jpeg)
สำหรับความคืบหน้าในการนัดเจรจากับคนในตระกูลภิรมย์ภักดี ทรายเผยว่า ก่อนหน้านี้ ได้มีโอกาสทานข้าวร่วมกับ “เต้ ภูริต ภิรมย์ภักดี” โดยมี “หนุ่ม กรรชัย“ เป็นตัวกลางประสานให้ มีการพูดคุยเบื้องต้นเกี่ยวกับการดำเนินคดีและเรื่องราวในอนาคต อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการนัดหมายวันประชุมร่วมกับญาติๆ ในตระกูลอย่างเป็นทางการที่ชัดเจน ซึ่งตนมองว่าความรับผิดชอบและการนัดหมายขึ้นอยู่กับทางฝั่งนู้น
.jpeg)
.jpeg)
เมื่อถามถึงกรณีที่ “ต๊อด ปิติ” โพสต์โซเชียลว่าจะเลือกข้างความถูกต้อง ทรายยอมรับว่ารู้สึกเสียใจกับบางข้อความที่ระบุว่ายังไม่รู้ว่าฝ่ายไหนถูก แต่อย่างไรก็ตาม ตนพร้อมที่จะเข้าไปพูดคุยกับทุกคนในตระกูลเสมอเพื่อเล่าความจริงให้ฟัง แต่มีเงื่อนไขว่าต้องมีทีมของตนเองเข้าร่วมด้วย และต้องการให้เริ่มต้นพูดคุยกันด้วยหลักมนุษยธรรมมากกว่าเรื่องเม็ดเงินหรือเงื่อนไขการเยียวยา ทราย ยังบอกอีกว่าสิ่งที่กังวลและต้องการมากที่สุดในตอนนี้ คืออยากให้เรื่องราวน้ำเน่านี้จบลงโดยเร็วที่สุด เพื่อที่ตนจะได้กลับไปทำหน้าที่เป็นนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ซึ่งเป็นงานที่ตนรักและเป็นตัวตนที่แท้จริงของตนเอง





