“ทราย สมุทร” ฉีกสัญญาปิดปากโชว์ เผยความจริง 3 ปี พร้อมลุยฟ้องคดีพินัยกรรม

“ทราย สมุทร” ฉีกสัญญาปิดปากโชว์ เผยความจริง 3 ปี พร้อมลุยฟ้องคดีพินัยกรรม

0

“ทราย สก๊อต” ฉีกสัญญาปิดปากโชว์ เผยความจริง 3 ปี พร้อมลุยฟ้องคดีพินัยกรรม

             จากกรณีข้อพิพาทภายในครอบครัวตระกูลดัง ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ณ ศาลฯ ได้มีการนัดไกล่เกลี่ยระหว่าง “ทราย สมุทร” และคู่กรณี โดยภายหลังจากการไกล่เกลี่ย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ฃ,ทราย สมุทร และ ทนายคมสัน โพธิ์คง ได้ออกมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า

ทราย สมุทร

ทราย สมุทร

             การเดินทางมาศาลในวันนี้เป็นการนัดไกล่เกลี่ยตามเจตจำนงของผู้พิพากษา ซึ่งทางฝั่งของ “ทราย” ได้ปฎิบัติตามกระบวนการของศาลทุกประการ อย่างไรก็ดี รายละเอียดการเจรจาเชิงลึกยังไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากศาลสั่งกำชับห้ามเผยแพร่ 

ทราย สมุทร

            โดยผลการพูดคุยในวันนี้ยังไม่แล้วเสร็จและยังไม่มีข้อยุติและมีกำหนดการนัดไกล่เกลี่ยต่อเนื่องอีกครั้งในวันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2569  ส่วนกรณีที่คุณแม่ของทราย ซึ่งเป็นโจทก์ในคดีนี้ (คดีเพิกถอนการให้ / คดีลูกเนรคุณ) ไม่ได้เดินทางมาศาลด้วยโดยอ้างว่าป่วยนั้น ทางทีมกฎหมายระบุว่าในแง่กฎหมายไม่มีผลกระทบใดๆ เนื่องจากมีการมอบอำนาจให้ทนายความดำเนินการแทนได้ แต่ทราย สก๊อต ยืนยันหนักแน่นว่าตนเองไม่ได้กระทำการเนรคุณตามที่ถูกกล่าวหา และพร้อมยืนหยัดสู้ด้วยความจริง 

ทราย สมุทร

               ซึ่งทรายยังได้นำเอกสารสัญญาปิดปาก เรื่องพี่เลี้ยง ที่ทำขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว มาแสดงต่อหน้าสื่อมวลชนพร้อมกับทำการ ฉีกทิ้งต่อหน้าทันที โดย “ทราย” เล่ารายละเอียดของสัญญาฉบับนี้ว่า เกิดขึ้นหลังจากที่ตนพยายามไปขอความช่วยเหลือจากครอบครัวในกรณีที่ถูกพี่เลี้ยงข่มขืน แต่สิ่งที่ครอบครัวตอบแทนกลับมาคือการให้เซ็นสัญญาฉบับนี้ โดยในสัญญาระบุชัดเจนว่าจะให้เงินปีละ 5 ล้านบาท ผู้รับสัญญาตกลงจะทำตามซึ่งการรักษาชื่อเสียงของสมาชิกตระกูลภิรมย์ภักดี จะไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการพาดพิง ทำให้เสื่อมเสียเกียรติยศชื่อเสียง หรือทำให้เกิดความเกลียดชังต่อตระกูลและครอบครัวภิรมย์ภักดี รวมถึงห้ามพูดสิ่งใดเกินเนื้อหาเรื่องพี่เลี้ยงที่สังคมรับรู้อยู่แล้ว โดยทรายยังระบุชื่อผู้ลงนามในฐานะพยานและผู้ให้สัญญาในเอกสารนั้นประกอบด้วย คุณจีรานุช ภิรมย์ภักดี, ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี และสุนิษฐ์ สก็อต พร้อมบอกต่อว่า คุณซื้อเสียงผมไม่ได้ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มันซื้อไม่ได้ คุณเอาเงินกับอำนาจของคุณไปไว้ที่อื่นดีกว่า สัญญานี้มันผิดจริยธรรมตั้งแต่แรก คุณไม่ควรข่มขืนคนอื่นแล้วเอาสัญญามาปิดปากคนอื่น

ทราย สมุทร

             นอกจากประเด็นสัญญาปิดปากแล้ว “ทราย” ยังเผยถึงความคืบหน้าว่า ทีมทนายความได้เดินทางไปคัดสำเนาเอกสารจากทางราชการ/ศาล จนกระทั่งได้พบพินัยกรรมของคุณตาและคุณยาย ซึ่งทรายไม่เคยเห็นและไม่เคยทราบเรื่องมาก่อน เนื่องจากก่อนหน้านี้มีคนในครอบครัวบอกว่าคุณยายไม่ได้ทิ้งทรัพย์สินอะไรไว้ให้ แต่เมื่อเปิดพินัยกรรมดู กลับพบความจริง พินัยกรรมระบุชัดเจนว่าคุณยายมอบมรดกให้ทราย ทั้งเงินสดในตู้เซฟและเครื่องเพชรที่มีการระบุชื่อติดไว้แต่ทรัพย์สินเหล่านั้นกลับถูกเปิดตู้เซฟและย้ายออกไปโดยที่ทรายไม่เคยได้รับทราบหรือได้รับส่วนแบ่งเลย ที่น่าสะเทือนใจที่สุดคือชื่อของพยานที่เซ็นกำกับในพินัยกรรมของคุณยาย คือชื่อของพี่เลี้ยงคนเดียวกับที่ก่อเหตุทราย ส่วนตัวรู้สึกเจ็บปวดที่ได้เห็นเอกสารพินัยกรรมของคุณตาคุณยาย เพราะรู้สึกเหมือนเป็นสิ่งสุดท้ายที่หลงเหลือจากท่าน ยืนยันว่าจะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินการฟ้องร้องเป็นคดีอาญาอย่างแน่นอน เกี่ยวกับประเด็นการยักยอกหรือซ่อนทรัพย์สินตามพินัยกรรม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาทางข้อกฎหมายว่าจะใช้วิธีการฟ้องตรงต่อศาลหรือดำเนินการผ่านพนักงานสอบสวนต่อไป 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Comments