“ปอนด์ กฤษดา” น้ำตาคลอ แจงดราม่าคอมเมนต์ผู้สมัคร AF พูดอังกฤษโชว์ออฟ
กลายเป็นประเด็นดราม่าเมื่อ “น้องเฌนน์ (เชน)” ผู้เข้าแข่งขัน True Acedemy Fantasia 2026 ถูก “ปอนด์ กฤษดา” CEO แห่ง BeOnCloud ถามว่าเป็นคนไทย แต่ทำไมสื่อสารแต่ภาษาอังกฤษ ทำให้ดูเหมือนการโชว์ออฟ ซึ่งประโยคนี้เองที่ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ว่าใครกันแน่ที่โชว์ออฟ ล่าสุด “ปอนด์” ได้เผยถึงเรื่องนี้
อ่านข่าวต่อ : “ปอนด์ กฤษดา” เคลียร์ดราม่าคอมเมนต์ผู้เข้าแข่งขัน TrueAF 2026 ยันไม่ได้มีปัญหากันรักกันดี

“ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนทั้งผม ทั้งน้อง ทั้งคุณแม่ และก็ทุกคน เล่าความจริงให้ทุกคนฟัง สัญญาว่าสิ่งที่ได้ยินนี่เป็นเรื่องจริงทั้งหมดนะครับ คือน้องเฌนน์เขาก็มาสมัครผ่านออนไลน์ออดิชั่น แล้วเขาก็ได้ Fast Track เข้ามาในรายการ เราจะเห็นฟุตเทจกันบ้าง แต่ต้องบอกว่าช่วงออดิชั่น ไม่มีการถ่ายทอดทั้งหมด แล้วพอคนที่ได้ Fast Track เข้ามาจะมีโอกาสได้มาพูดคุยขอคำแนะนำกับผมกับโอม ซึ่งมีเวลา 5 นาที ใน 5 นาทีนั้นแน่นอนโอมก็พูดไปประมาณหนึ่งแล้ว มันก็เหลือจังหวะที่ผมจะพูด ซึ่งผมยอมรับว่าผมไม่เคยทำหน้าที่คอมเมนเตเตอร์ ต้องสังเกตก่อนว่ารายการนี้ผมไม่ได้มาเป็นคอมเมนเตเตอร์หรือกรรมการ ผมมาเป็นผู้สร้างอยู่เบื้องหลัง แต่ผมเข้าใจว่าสิ่งนั้นทางรายการต้องการให้เราแบบแนะนำเลย เพื่อให้เกิดการเปลี่ยน แปลง เพื่อที่น้องเขาจะทำ Final Show โชว์สุดท้ายได้ดีมากๆ ซึ่งเราเห็นศักยภาพเขา เราเลยพยายามบอก เอาง่ายๆเกิดจากประสบการณ์ของเรา เราทำศิลปินที่พูดภาษาอังกฤษเป็นหลักมาก่อนอย่างไบเบิ้ล เราก็รู้ว่ามันมีข้อจำกัดนะ ถ้าเกิดสมมติว่าเราพูดไทยคำอังกฤษคำ เราก็เลยบอกเขาไป แต่วิธีการบอกของเราตอนนั้น เราคงคิดว่าเป็นพี่คุยกับน้อง เพราะบรรยากาศเป็นอย่างนั้น แล้วผมกลับมาดูก็ไม่น่าใช้คำแบบนั้น แต่เรื่องจริงคือ น้องเขารับข้อมูลทั้งหมดแล้วก็เปิดรับ และเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นปัญหาเลย ณ ตอนนั้นนะครับ เพราะหลังจากนั้นผมเดินไปคุยกับเขาต่อ ซึ่งเป็นจังหวะที่กล้องไม่ได้ตามแล้วแหละ เราก็คุยอธิบายในจุดอื่นๆ

วันที่ผมเห็นคลิป ผมต้องบอกก่อนว่าหน้าที่ของผมในรายการนี้ผมดูแลฝั่งรายการกับฝั่งปั้นศิลปิน เพื่อทำให้รายการสนุก ศิลปินไปต่อได้ ผมไม่ได้ดูแลฝั่งสื่อสังคมออนไลน์ของรายการ ผมไม่รู้เรื่องเลย ซึ่งเรามีการพูดคุยกันบ้าง พอวันที่ก่อนจะไปถึงจังหวะที่คลิปออกมา ต้องบอกว่าเชนวันนั้น ถ้าใครไปดูรอบ Final Audition เชนทำได้ดีมากจริงๆ เขาทิ้งความเจ็บปวดของเขา คือเขาไม่สบาย กับความตื่นเต้นกับความกดดันของเขาออกไปหมดเลย ผมกับเขาเดินจับมือกัน มองตากัน มีความสุขมาก นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ถ้าอยากจะรู้ว่าจริงขนาดไหน ให้ดูว่าหลังจากวันนั้น คือคลิปที่เห็นเนี่ยมันผ่านมาอาทิตย์กว่าคืออยู่ดีๆ ก็ออกมา หลังจากวันนั้นเฌนน์เขาไลฟ์ตลอดเลย เขาไลฟ์ว่าถ้าเขาได้มีโอกาสเข้าบ้าน โชว์แรกเขาจะใช้เพลงอะไร เขามีความสุขขนาดไหน เพราะเขาค่อนข้างมีความรู้สึกบวกกับสิ่งที่ผมกับโอมแนะนำไป แล้วเขาก็ได้เห็นผลงานเขาที่ออกมาดี เขาก็มีความสุข

จนอยู่ดีๆ ผ่านมาเราก็จะเห็นว่าเฌนน์เขาได้ไลฟ์กับเพื่อนๆ นักล่าฝันหลายๆ คน อยู่ดีๆ ผ่านมาคลิปตัวนั้น ผมก็ไม่รู้มาก่อนว่าจะมีการทำคลิปออกมาอย่างนี้ เป็นการโปรโมต ผมไม่รู้ ผมก็เห็นแค่หัวว่ารักษาความเป็นเด็กไว้ เก็บความเป็นเด็กไว้ เพราะเป็นสิ่งที่เสน่ห์ของเขา แล้วเราคุยกันแบบนี้ ผมก็กดแชร์เลยโดยไม่รู้เรื่อง เพราะผมไม่มีการระวังเรื่องนี้อะไรอย่างนี้ พอมันออกมาปุ๊บผมเห็น ผมยอมรับว่าผมตกใจมาก ผมก็บอกไปทางทีมว่าผมรู้สึกว่าอันนี้มันไม่น่าเอามาใช้นะ ผมรู้สึกว่ามันก็ค่อนข้างน่ากังวลเหมือนกัน แล้วตอนนั้นผมก็รู้แล้วว่าเราโดนแน่ เรารู้สึกว่าถ้ามันโดนเราเป็นส่วนหนึ่งของความจริงตรงนี้ เรายินดียอมรับ

แต่จริงๆ มันควรมีการอธิบายต่อว่าสถานการณ์เป็นยังไง แล้วเรื่องมันก็ไปไกลมาก ผมว่าหลายๆ คนก็เห็น เอาง่ายๆ ผมก็ไม่เคยโดนด่าเยอะขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต จนคนก็เป็นห่วงไปหมด ผมก็เป็นห่วงตัวเองนะ แต่ผมก็พยายามมองในภาพรวมว่าถ้าผมออกมาพูดก่อนหน้านี้มันจะกระทบใครบ้าง เราก็พยายามอดทน อ่านทุกคอมเมนต์เพื่อมาเป็นบทเรียน ทั้งตัวเองแล้วก็สำหรับตัวรายการ ผมก็บอกไปแบบว่าอยากรู้เหมือนกันว่าคนที่ตัด เขามีวิธีคิดยังไง เราจะได้พูดคุยกับเขาในขั้นตอนต่อไป แต่ตอนนั้นผมก็ยังไม่ได้คุยเลยจนวันนี้

ผมว่าก่อนจะไปถึงจุดนั้น คือผมรอจะเจอ คือผมมีความเป็นห่วงเฌนน์ ต้องบอกว่าเราเลี้ยงน้องมา เราเข้าใจว่าเด็กเขาต้องการความรู้สึกแบบไหน เด็กเขาต้องการให้คนสนใจในผลงานของเขากับความตั้งใจ เพราะเป็นเด็กมีของ แต่สุดท้ายเขาไปถูกสนใจผ่านเรื่องราวดราม่า ก่อนรายการจะมาถึงวันนี้ด้วยซ้ำ ผมก็เริ่มเห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะตัวผมเองก็ช็อกด้วย เราก็ไม่เห็นเฌนน์เขามาไลฟ์อะไรสนุกเหมือนเดิม คือผมตามดู แล้วเขา Follow ผมตั้งแต่วันที่ออดิชั่นนั้น เขา Follow ผมเลย แต่ผมไม่สามารถ Follow ใครกลับหรือพูดคุยกับใครส่วนตัวได้ในฐานะที่เราเป็นทีมบริหารรายการ เราก็ต้องเว้นระยะ ไม่ใช่นั้นมันก็จะดูน่าเกลียดใช่ไหม
แต่พอถึงหลังจากวันนั้น พอเราเห็นแล้วเรารู้ว่ามันผิดปกติแน่เลย เขาจะรับไหวไหม ต่อให้ส่วนมากคนจะด่าผม แต่เรารู้ว่าความสัมพันธ์เราเป็นยังไง เขาจะโอเคไหม จนผมก็ได้รับข่าวซึ่งมันเป็นเช้าของอีกวันหนึ่ง วันที่มันผ่านมาสัก 3 วัน ได้รับข่าวว่าน้องเขาขอถอนตัว ขอสละสิทธิ์ ผมตกใจ และผมมั่นใจว่าเหตุผลที่เขาสละสิทธิ์น่าจะเป็นความรู้สึกเดียวกับผมที่มีที่ผ่านมาทั้งหมดว่า ทำไมเราถึงไปอยู่ในดรามานั้น ทำไมเราถึงไปอยู่ในคลิปนั้น ทั้งที่เรื่องราวทั้งหมดมันมีดีกว่านั้นเยอะ เพราะอะไรอย่างนี้ ผมก็เลยขอเบอร์จากทีมงานแล้วผมบอกว่า อยากให้รอผมแป๊บหนึ่ง เราก็คิดว่าเราเป็น Executive Producer คนหนึ่ง เราอยากจะโทร.ไปคุยกับคุณแม่กับน้อง ซึ่งกว่าผมจะได้เบอร์จากทีมงานก็ประมาณช่วงเย็นวันที่เริ่มมีประเด็น
คำถามแรกเขาก็อยากรู้แหละว่าอันนี้พี่ปอนด์โพสต์หรือเปล่า เพราะในความคิดของทั้งเขาทั้งครอบครัว นึกภาพว่าเฌนน์ กลับมาบ้าน พูดกับคุณแม่ว่าเฌนน์มีความสุขขนาดไหน พี่ปอนด์พี่โอมน่ารักขนาดไหน เฌนน์เปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง แล้วเฌนน์ทำได้ดีเหลือเกิน เด็กกำลังมีโลกที่สวยงามและสดใส พอมาเจอแบบนี้เขาก็ต้องถามกันว่าพี่ปอนด์ทำเหรอ เพราะเขาน่าจะตกใจไหม ว่าพี่ปอนด์คนนั้นทำไมถึงเอาคลิปแบบนี้มาปล่อยในตอนนี้ แล้วเราดูเป็นผู้บริหารรายการ ไม่ผิดที่เขาจะคิดอย่างนั้น ผมก็เลยบอกตรงๆ ว่าพี่ก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน พี่เองก็ตกใจเหมือนกัน แต่พี่เองไม่สามารถจะขยับตัวอะไรมาก เพราะตอนนั้นแน่นอนกระแสสังคมเป็นใครเขียนอย่างนั้นเราก็ต้องว่า ว่าทำแบบนี้มันไม่ถูก พูดจาอะไรอย่างนี้ ซึ่งผมยอมรับว่าสิ่งนี้เราต้องปรับ ปรุง ผมยอมรับเลยว่าโอเคเราต้องฝึกทักษะการสื่อสารให้ดี ต่อให้เราหวังดีเราสื่อสารแบบนั้นก็ไม่ควร
แต่ระยะเวลากระชับอย่างนั้นผมเลยพยายามจะเป็นผู้สร้างมากกว่า แต่สิ่งที่เฌนน์เขาบอกผมคำแรกคือ I’m poor you มากเลยพี่ปอนด์ (ผมสงสารพี่มากเลยพี่ปอนด์) จนวันนั้นผมเองคิดว่าผมยังมีเวลาที่จะให้เขากลับมาสัมผัสบรรยากาศนี้ ต่อให้คุณจะชนะเข้าบ้านหรือเปล่า แต่การที่เด็กคนหนึ่งเขามีความสุขขนาดนั้น แล้วเราพูดจนเขาเข้าใจแล้วว่าเดี๋ยวพี่จะปกป้องเราเอง คือสิ่งที่จริงผมพูดมาตลอดแหละว่ารายการ ณ วันนี้มันไม่เหมือน 10 ปีที่แล้วครับ ไม่เหมือน 20 ปีที่แล้ว คนไม่ได้ไปว่ากันในพันทิปแล้วถ้าเกิดขึ้น มันอยู่ใน Social Network ทั้งหมด แล้วมันเร็วมาก เราจะทำยังไงดีกับการรับมือของคนที่โดนไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร ซึ่งทาง True ต้องบอกว่าเขาเป็นบริษัทที่เขาแคร์สิ่งเหล่านี้มาก เรื่องมนุษย์ สิทธิมนุษยชน ความรู้สึกคน เราคุยเรื่องนักจิตบำบัดอะไรไว้เรียบร้อยแล้ว
แต่ประเด็นเรื่องนี้มันเกิดก่อน แล้วอาจจะคิดไปไม่ถึงว่าน้องเขาจะรู้สึกกระทบขนาดนี้ คือที่น้องเขาไปขอสละสิทธิ์ก็อยากให้นึกภาพตามว่าเด็ก 15 ที่มีความสุขอย่างนั้น มาเจอหน้าตัวเองถูกวิเคราะห์เต็มไปหมด โอเค พี่คนนี้ที่ฉันเชื่อ ถูกด่าและเอาคลิปด่ามาเนี่ย จริงๆ แล้วเขาเป็นคนยังไงกันแน่ เรียลลิตี้มันไม่จริงหรือเปล่า พอเขารู้สึกแบบนั้นคุณแม่เขารู้สึกแบบนั้น แต่พอผมคุยปุ๊บ เขาโอเค แฮปปี้ เข้าใจ ผมเลยบอกว่าเดี๋ยวพี่จะรีบคุยกับทางทีมเพื่อเอาน้องกลับเข้ามา ยกเลิกการขอถอนตัวไป ผมก็รับปากเขาว่าเดี๋ยวพี่จะรีบไปคุยขอเวลาพี่แป๊บหนึ่ง ระหว่างนั้นผมก็รีบติดต่อทีมงานแหละ แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าผมเป็นแค่ส่วนหนึ่งของรายการ ผมไม่ใช่ทั้งหมดของรายการเขามีระบบ ขั้นตอน เอกสาร วิธีการมากมาย เราก็พยายามติดต่อจนได้รับข้อมูลว่ามันไม่ทันแล้ว
เพราะว่ามันอยู่ในระหว่างนี้ที่เขารอคำตอบจากทุกอย่าง แล้วผมพยายามอย่างมากบอกว่าให้โอกาสพี่ พี่ขอไปคุยแป๊บหนึ่ง อย่างน้อยเฌนน์จะเข้ารอบหรือเปล่าไม่รู้ แต่เฌนน์ได้อยู่ในบรรยากาศนี้ เฌนน์จะมีความสุขมาก มันจะเป็นประสบการณ์ที่ดี มันไม่ต้องมีปมอะไรกันต่อไป เพราะว่าสุดท้ายแล้ว กระแสนั้นเราอาจจะมองว่ามันรับมือง่าย แต่ถ้าเราไม่เป็นเขา เราไม่รู้ ผมวัยนี้แล้วผมยังบอกเลยว่ามันก็สะเทือนเหมือนกันนะ การที่ทุกคนไปไหนก็ถามเรา ให้กำลังใจเรา ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้นแล้วน้องเขาก็เลยโพสต์แบบนั้น แต่ผมก็เลยรีบโทร.ไปอธิบาย อันนี้นึกภาพนะ เด็กที่คิดว่าโอเคทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พ่อแม่เข้าใจแล้ว จะกลับมาเหมือนเดิม ไม่ได้กลับ ด้วยว่าโอเคเขายื่นเอกสารไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ผมในฐานะที่เป็นผู้สร้างมุมหนึ่งผมเข้าใจระบบ ในฐานะที่เอ็นดูน้องผมเสียใจมากเหมือนกัน แต่กลายเป็นเขาที่เข้าใจโลก
แล้วก็บอกโอเคไม่เป็นไรผมยอมรับ ผมพร้อมไปต่อ ผมก็หาหนทางจะเป็นศิลปินต่อไป ผมบอกเดี๋ยวพี่จะเป็นกำลังใจให้เรา ทุกอย่างที่พูดเนี่ยเป็นเรื่องจริงทั้งหมด ผมกับคุณแม่เขาเราคุยกันจนวันนี้เราเหมือนเป็นเพื่อนกันไปแล้ว”ยันหมดยุคหากระแสจากดราม่าแล้วแต่เหตุการณ์แบบนี้ มันก็กลับอาจจะต้องมาดูกันว่าคราวนี้ AF หลังจากนี้ผมไม่ได้ไปอยู่หน้ากล้องหรอก ผมกับโอม เราเป็นผู้สร้างอยู่ข้างหลัง เราพยายามทำทุกอย่างที่คุณเห็นเพื่อผลักดันคนเหล่านี้ เพื่อผลักดันรายการ ผมไม่ได้มาผลักดันตัวเอง ถ้าสมมติว่าหลายคนคิดว่านี่เป็นการสร้างดรามา ผมบอกเลยว่าไม่ใช่ แม้กระทั่งทางทรูเขาก็ไม่อยากให้เกิดดรามาแบบนี้ มันหมดยุคแล้วที่เราจะมาทำเรื่องให้มันมีดรามาแล้วคนจะบอกว่ามันดัง ผมว่ามันไม่ใช่ครับ แต่พอสิ่งนี้มันต้องย้อนกลับไงว่าถ้าเราไปนั่งหาคนผิด ว่าทำไมคนตัดเป็นใคร ทำไมทำแบบนั้น ผมคิดว่าเขาคงคาดไม่ถึงว่าเรื่องแบบนี้มันจะรุนแรงขนาดนี้ แต่ตัวผมรู้ไง มันก็เลยวันนี้ก็ต้องคุยกันกับทีม ซึ่งทุกคนเลยใช้เป็นบทเรียนที่ต้องระวังมากขึ้น ในการที่จะรับมือสิ่งเหล่านี้ที่จะเกิดขึ้น เพราะว่าต่อไปคือ 24 ชั่วโมง ไม่มีสคริปต์ แปลว่าอะไรก็สามารถออกไปได้ แล้วเด็กเหล่านี้ที่อยู่ในบ้านเขาออกมาปุ๊บเขาเจอโลกความจริงเลย เขาจะรับมือไหวไหม หรือแม้กระทั่งคุณครูในบ้าน เทรนเนอร์เขาจะรับไหวแบบผมไหมถ้าโดน แล้วเดี๋ยวนี้คนมันไม่ได้ต้องไปหาเว็บไง มันสามารถบอกได้เลยว่ารู้สึกยังไง ก็น่ากลัวนิดหนึ่ง แต่ว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของเรียลลิตี้ที่เราก็ต้องระวัง
.jpg)
ถามว่าน้องไม่ได้ติดใจคำว่าโชว์ออฟไหม อันนี้ผมเขาบอกว่าไม่รู้สึกอะไรนะ แต่ในมุมของผม ผมว่าคำนี้อาจจะดูแก่ไปด้วยไหมสำหรับน้องเขา เขาคงก็คงโดนมาจนชิน เพราะคำนี้มันเริ่มจากว่าผมพยายามคิดคำภาษาอังกฤษที่เขาจะเข้าใจในความหมายได้เร็วๆ เลยว่าเพราะพี่โดนมาก่อน สมัยก่อนผมก็พยายามพูดไทยคำอังกฤษคำ ยุคเรา 90 เราก็พยายามจะเป็นลูกครึ่ง แล้วผมก็รู้มันไม่ได้ว่ะ พยายามบอกเขา ผมกล้าพูดว่าความสัมพันธ์ของน้องกับผมมันดีมากเลย วันนั้นดีมากๆ จนเราประทับใจเขามากๆ เขาประทับใจเรามากๆ จน ถึงวันที่คลิปมันออกมา เขาถึงเสียใจไง เพราะเขาคิดว่าอันนี้เรียลลิ ตี้เหรอ หรือพี่เป็นคนพลิกไปพลิกมา หรือเอาเรื่องแบบนี้มาทำให้มันไวรัล
เอาจริงๆ คลิปนั้นมันทำลายมากๆ และทำลายรายการด้วย ถ้าพูดกันตรงๆ เป็นการโปรโมตหรือเปล่า เพราะมันคือเรียลลิตี้ต้องการความดราม่ามากกว่า ผมก็ถามคำถามนี้เหมือนกัน ผมทำตรงนี้ต่อให้มันจะไม่นานมาก 4 ปี ผมไม่เคยใช้วิธีแบบนี้เลยนะ ผมรู้สึกว่ามันไม่สร้างสรรค์ และวันนี้ผมได้คุยกับทีมบริหารไม่มีใครรู้สึกว่าการทำสื่อให้มันเป็นดราม่าแบบนี้มันสร้างสรรค์ ผมเลยไม่อยากไปตามล่าแล้วแหละ แต่แค่รู้ว่าเขาคงคิดไม่ถึงไง แต่ผลกระทบนี้อย่างน้อยวันนี้ผมคนหนึ่ง ผมเลยบอกว่าเรื่องเรื่องนักบำบัดเป็นเรื่องจำเป็นมากในยุคนี้ อย่างน้อยตอนนี้ให้ผมใช้คนแรก
คือที่น้ำตาคลอ ผมเสียดายโอกาสน้องเขาด้วยอย่างแรก และผมรู้สึกว่าความรู้สึกดีที่เรามีต่อกัน มันกลายเป็นเหมือนมาสะดุดด้วยเหตุการณ์ที่เราไม่รู้เรื่อง สองการที่สังคมว่าผมเข้าใจ ถ้ามันถูกสื่อไปแบบนั้นอย่างนั้นแน่นอน แต่ถ้าผมเป็นคนทำเอง โพสต์คลิปออกไปเอง และโดยที่ไม่ อธิบายอะไรเลย ผมก็รู้สึกว่าสมน้ำหน้าแล้ว แต่วันนี้ผมก็เสียใจตรงนี้ว่าเราเข้ามารายการนี้อย่างเต็มที่ ทุกคนก็เห็น แล้วพอเจอคลิปอัดไปแบบนั้นมันก็เสียความรู้สึกเหมือนกัน
ผมรู้ว่าคลิปนั้นเขาตั้งใจจะโปรโมตอยู่แล้วล่ะครับ แต่ผมแค่คิดว่าเขาอาจจะคิดไม่ถึงผลลัพธ์ขนาดนั้น จริงๆ ทีมเราก็มีการเสนอแผนการอื่นๆ ในการว่าเราอาจจะต้องปรับตรงนี้ หรือเสนออันนี้ออกไป หรือผมกับเฌนน์ เฌนน์เขายินดีจะทำคอนเทนต์อะไรเพื่อออกมาด้วยซ้ำ แต่เรารู้เรื่องนี้กันแบบผมแอ็กชั่นช้าไปด้วย เพราะเข้าใจผมอยู่ในตำแหน่งที่ถ้าไปพูดกับนักล่าฝันที่ยังไม่ถูกประกาศ ผมเองก็อาจจะผิดก็ได้ ดูไม่ดีด้วย มีหลายมีหลายมุมนะ ผมก็พยายามจะเข้าใจรายการ คือคิดดูว่าใครที่โดนด่า 4 วันได้เยอะขนาดนั้นแล้วพยายามอดทนนิ่ง ผมไม่ได้เป็นคนไม่รู้สึกอะไร ผมรู้สึกแต่ผมรู้สึกว่าเราต้องมองผลกระทบในมวลรวม และผมไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้มันมาลดความตั้งใจของทุกคน
แต่วันนี้ทางทีมเขาก็รับปากแล้วครับ เขาก็จะดูแลให้มันดีขึ้น และอย่างที่บอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจกัน เขาไม่ตั้งใจจริงๆ เราก็ถือว่าเราก็เป็นบทเรียนให้ทั้งตัวเรา รายการ และคนอื่นๆ ที่วันหนึ่งคุณเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็จิตแข็ง ส่วนใครที่จะปล่อยคอนเทนต์อะไรออกไป ผมอยากให้นึกถึงผลลัพธ์ของแต่ละคนให้ดี เราอาจจะคิดว่าน้องเขาถูกชื่นชม เข้าใจ เขาอาจจะไม่มีความสุขกับเรื่องนี้ เขาอยากจะถูกชื่นชมในมุมอื่นๆ หรือเปล่า เขามีความสามารถขนาดนั้น ซึ่งถ้าย้อนกลับไปได้ผมจะไม่พูดคำนั้น ผมจะพูดให้ดีกว่านี้ ผมพยายามฝึกทุกวัน ผมว่าน้องเขาก็พยายามฝึก ทุกวันก็เราก็ได้รับคำแนะนำ วันนี้สังคมก็ได้สอนผม ผมพยายามปรับตัวเองทุกวัน

มันอาจจะไม่ได้เป็นแบบนี้ก็ได้ครับ ผมว่าเราผ่านเรื่องราวกันมาเยอะ คือมันมาอยู่ตลอด ขอให้มันเป็นดรามาที่สร้างสรรค์ดีกว่า และก็โอเคถ้ามันเกิดขึ้นจริงก็ต้องยอมรับ อันนี้มันอาจจะท็อกซิกไปนิดหนึ่งในมุมของผม มันน่าจะมีมุมอื่นๆ แต่ก็ไม่กล้าสัญญาอะไรเลย เพราะรายการมันไม่มีสคริปต์จริงๆ 24 ชั่วโมง มันก็และคราวนี้มีกล้องเจาะแต่ละคนด้วย น้องๆ เขาต้องเสียสละพอสมควร แต่ผมพูดกับเขาตลอดนะว่า เราต้องยอมรับให้ได้ ต้องเข้มแข็ง คราวนี้เริ่มจากตัวพี่ก่อนนะ พี่เป็นตัวอย่างให้ดูแล้ว ผมบอกกับน้องๆ ตลอดว่าขอให้มีความสุข สิ่งที่ผมอยู่ได้วันนี้เพราะผมยังมีความสุขกับการสร้างสรรค์สิ่งนี้อยู่ ให้เก็บโมเมนต์ความสุขไว้เยอะๆ วันหนึ่งเจอสิ่งนี้เราก็อาจต้องยอมรับว่าเป็นธรรมชาติของวงการครับ แต่ผมในฐานะ Executive Producer และดูแลน้องๆ เขาจนไปถึงเป็นศิลปิน ผมจะพยายามปกป้องเขาให้มากที่สุด ให้เขาเจอสิ่งเหล่านี้น้อยที่สุดก็แล้วกัน จะพยายามครับ
กับน้องรักกันมาก เดี๋ยววันหนึ่งก็อีกไม่นาน จริงๆ พร้อมเลยทุกอย่าง ครอบครัวเขาน่ารักมาก เขาโชคดีที่น้องเขาอยู่ในครอบครัวกับการศึกษาที่ดีมาก มันก็มีคนคอยปกป้อง วันนี้ที่เห็นเขาไม่ขยับตัว คือเป็นความต้องการของครอบครัว คุณแม่ และก็โรงเรียนครับ อาจารย์ที่โรงเรียนแล้วกัน ส่วนผมเองผมเข้าใจเขามาก คือวันนี้การที่คุณแม่เขาโพสต์ความจริงปกป้องผม ผมยังพยายามไม่ไปอะไรมาก เพราะผมรู้ว่าคนก็จะคิดอีกแบบหนึ่งอยู่ดี แต่ทั้งหมดที่พูดมาทั้งหมดคือเรื่องจริงทั้งหมด”








