“โหน่ง ชะชะช่า” โต้! ผอมเพราะป่วย ตั้งใจลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ
ก่อนหน้านี้ทำเอาแฟนๆ แอบเป็นห่วง หลังเห็นตลกดังอย่าง “โหน่ง ชะชะช่า” ดูผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ล่าสุดมีโอกาสเจอเจ้าตัวเลยถามถึงเรื่องนี้
อ่านข่าวต่อ : “โหน่ง ชะชะช่า” เสียใจ ไม่เคยรู้มาก่อน “เหน่ง” ป่วย บอกทุกคนรักเขา

“ผมอยากดูแลตัวเองมากกว่า เพราะผมอายุมากแล้ว รู้เลยมันเกิน 50 แล้วมันต้องดูแลตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ไปออกกำลังกายแบบหัก โหมนะ แต่คือลดข้าว ลดแป้ง นิดหน่อย ให้มันโอเคขึ้น ไม่งั้นแบบขึ้นบันไดแล้วมันก็เจ็บเข่าเจ็บขา ผมหนัก 103 กิโล เมื่อก่อนผมหนัก 113 กิโล แล้วผมลดไปครั้งนึงแล้ว พอกลับมาอ้วนอีกทีผมปวดขา ก็เลยมาลดอีกครั้งนึง ลดไป 23 กิโล เหลือ 80 ก็เลยแบบว่าเออโอเค คล่องตัวนิดนึง เวลาก้มผูกเชือกรองเท้า ทำโน่นทำนี่ มันก็คล่องแคล่วขึ้น โดนทักเยอะ คิดว่าป่วยจนน้ำหนักลด เยอะมาก บอกว่าป่วยหรือเปล่า เป็นอะไรหรือเปล่า จริงๆ มันผอมเกิน ผมเคยอ้วนไง แล้วถ้าผมผอมลง หน้ามันจะตอบด้วย แล้วก็คอ มือ มันเหี่ยวหมด เพราะฉะนั้นผมกะว่าผมจะเอาขึ้นมาอีกสัก 5 กิโล ให้มีแก้มหน่อย

น้ำหนักลดเหลือ 80 ภายใน 3 เดือน ระหว่างทางก็เหนื่อย เหนื่อยตรงที่ว่าเราต้องกินไข่ต้ม แต่บางทีลูกเมียพาไปกินอะไรก็ก็กินบ้าง ไม่ใช่ว่ากินไข่ต้ม มีชีทเดย์ อยากกินอะไรก็กิน ลดของทอดนิด ส่วนเรื่องออกกำลังกาย เราเดินมันก็ออกกำลังกายอยู่แล้ว ผมเดินทั้งวันอยู่แล้ว เหมือนออกกำลังกาย ถ้า 100 เปอร์เซ็นต์ ผมให้ประมาณ 95 ก่อน อีก 5 มันก็ยังอ้วนอยู่นะ ผมยังไม่ได้ผอมเลยนะ แต่มันก็กระ โดดได้แล้ว แต่ตอนที่ผมอ้วน 103 กิโล มันไม่ได้ มันเจ็บเข่า แล้วเข่ามันเหมือนไม่มีน้ำในเข่า มันจะรู้ทันทีเลย ตอนนี้น้ำหนักลด เอาอะไรออกจากท้องไปเนี่ย เข่าไม่มีเสียงแล้ว ผมก็เคยปัก แต่ทีนี้ถ้าเกิดไม่ดูแลตัวเอง มันช่วยไม่ได้ เมียผมก็ปัก แต่ปักแล้วกินเนี่ยมันก็ช่วยไม่ได้ ผมก็ยังบอกเมียว่าหยุดกินบ้าง แต่จริงๆ ก็ไม่อยากให้เขาหยุดหรอก ใช่วิธีธรรมชาติ

ทำไมเราต้องไปอ่านคอมเมนต์ด้านลบด้วย พอด้านลบปุ๊บเราก็เลื่อนไป เราก็ไม่ได้ซีเรียส ทุกคนมีโอกาสติชมได้ เราไม่ใช่ว่าเฮ้ย ติชมเราไม่ได้เลย ต้องติชมได้ด้วย เราทำไม่ดีเขาก็ติเราได้ ทำผิดพลาดเขาก็ติเราได้ เพราะฉะนั้นเรื่องดีก็มี เรื่องไม่ดีก็มี เพราะฉะนั้นก็รับฟัง เพราะการติชมมันก็เราเหมือนเราปรับปรุงตัวเองด้วย ชีวิตในวัย 50 ก็ทำงานไปด้วย ดูแลหลานไปด้วย

แจ๊สจะชอบแซว ผอมไปนะ พี่ต้องอ้วนต้องอะไรอย่างนี้ ก็เออ เดี๋ยวตามใจมึงแจ๊ส เดี๋ยวกูจะกลับมาอ้วนเหมือนเดิม มึงไม่ห่วงสุขภาพกูเลยหรือไง ก็เล่นมุกเล่นอะไร พี่เท่ง เถิดเทิงก็อำ แต่ผมก็อยากจะเอาขึ้นมาอีกสัก 5 กิโล หรือ 10 กิโล สัก 90 ก็ทีนี้มันก็คงโอเคเลย ถ้ามันยังขึ้นบันไดแล้วมันไม่มีเสียงกร๊อบแกร๊บๆ ก็เออ 90 ก็อยู่ตัวผมเลย ก็กินคงที่ไป

ตรวจประจำปีอยู่แล้ว ตอนแรกเกือบจะเป็นเบาหวาน แต่ไม่เป็น เพราะว่าผมถามว่า ผมเป็นหรือยัง เขาบอกยัง ถ้า 110 เนี่ยยัง คุณดูแลสุขภาพ กินให้น้อย รสจัดก็เบาลง จะได้ไม่ต้องกินยา เพราะถ้ามันมันถึงขีด 140 130 เราต้องกินยา ผมว่าถ้ามีวินัยแค่นั้นเอง เหมือนเราให้รางวัลกับตัวเอง ไม่ต้องไปซื้ออะไรที่มันแพงๆ หรอก เนี่ยเวลา 1 ชั่วโมง หรือครึ่งชั่วโมงที่เรามาออกกำลังกาย จะเดินบ้าง วิ่งบ้าง แต่ถ้าอ้วนเยอะ ผมแนะนำให้เดิน เพราะถ้าวิ่งไม่ไหวแน่นอน”











