เปิดใจ “เจเจ ยุวฉัตร” อดีตภรรยาคนที่สอง ปมแย่งอัฐิ “เหน่ง เหม่งจ๋าย” พร้อมเคลียร์ชัดประเด็นแบ่งทรัพย์สิน

เปิดใจ “เจเจ ยุวฉัตร” อดีตภรรยาคนที่สอง ปมแย่งอัฐิ “เหน่ง เหม่งจ๋าย” พร้อมเคลียร์ชัดประเด็นแบ่งทรัพย์สิน

0

เปิดใจ “เจเจ ยุวฉัตร” อดีตภรรยาคนที่สอง ปมแย่งอัฐิ “เหน่ง เหม่งจ๋าย” พร้อมเคลียร์ชัดประเด็นแบ่งทรัพย์สิน 

             กลายเป็นมหากาพย์งานศพ แม้จะเผาไปแล้ว แต่ก็ยังไม่วายมีดราม่า เรื่องการแบ่ง “อัฐิ” ของ “เหน่ง เหม่งจ๋าย” และที่อยู่ดีๆ กลับกลายมาเป็นประเด็นสังคม เนื่องจากอัฐิของตลกชื่อดัง หลังจากได้ฌาปนกิจแล้ว ผ่านไป 5-6 วัน ยังคงอยู่ที่วัด และที่กลายเป็นดราม่าหนัก เพราะว่าอยู่ในลัง ล่าสุด “เจเจ ยุวฉัตร” อดีตภรรยาคนที่สอง แม่ของ “น้องเพนนี” พร้อมเพื่อนซี้ “แมงปอ ชลธิชา” ได้มาเปิดใจครั้งแรก ผ่านรายการคุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน 31 หลังจากที่ได้ข้อตกลงในการแบ่งอัฐิออกเป็นสองส่วน และได้นำไปลอยอังคารแล้ว พร้อมแจ้งกับประเด็นที่สังคมยังสงสัย เรื่องการแบ่งทรัพย์สินของ ”เหน่ง เหม่งจ๋าย“

เจเจ ยุวฉัตร

เจเจ ยุวฉัตร

ตอนนี้สบายจิตใจเป็นยังไงบ้าง เพราะว่านอกจากการสูญเสียแล้ว ยังมีประเด็นดรามาต่างๆ?

เจเจ : ตอนนี้เจรู้สึกยิ้มได้บ้างแล้ว เพราะว่าเราได้ทำแบบสุดทางแล้ว ได้นำกระดูกเค้าไปลอยอังคาร 

แมงปอ : คือเราในฐานะเพื่อน เราก็โล่งใจเพราะได้นำอัฐิไปลอยอังคารแล้ว แต่ก็ยังเป็นห่วงหลาน น้องเพนนี เพราะเค้าเพิ่งอายุ 13 ปี พอจบงานปุ๊บ น้องเขาก็ยังเศร้าอยู่มาก ไม่ค่อยคุยกับใคร

ย้อนกลับไปเราเคยทราบมาก่อนไหมว่าเค้าไม่สบาย?

เจเจ : คือเคยเห็นตามรายการ ก็ยังคุยกับแมงปอเลยว่า พี่เหน่งผอมลงนะ ป่วยหรือเปล่านะ แต่เราก็ไม่ได้ถามเจ้าตัว เพราะว่าเราเองก็ต้องทำงาน พึ่งมารู้ว่าเค้าป่วยตอน 4-5 วัน ก่อนที่เค้าจะเสีย พอเราทราบปุ๊บ อันดับแรกก็คือให้กำลังใจกันก่อน เพราะโรคที่เค้าเจอ สิ่งสำคัญคือกำลังใจต้องดี เค้าต้องหาย เราก็ทักไปให้กำลังใจเขา ซึ่งเขาก็ยังไม่ได้ตอบเรากลับมา เพราะเขาก็คงยุ่งๆ กับงาน 

เจเจ ยุวฉัตร

และเรามาทราบข่าวอีกทีนึงในวันที่เขาเสียชีวิตแล้ว?

เจเจ : ตื่นเช้ามาในวันที่ 19 คือเราเคลียร์งานที่กรุงเทพฯ เสร็จแล้ว ก็กะว่าจะกลับไปพิษณุโลก ก็รับลูก แล้วเอาเข้ากรุงเทพฯ เพื่อจะมาหาพ่อเขา มันเป็นช่วงปิดเทอมพอดี แต่พอเราตื่นมา ก็มีคนส่งข้อความมาบอกว่า พี่เหน่งเสียแล้วนะ มันจุก ทำไมเราช่วยเขาไม่ได้ (เสียงสั่น) และสิ่งที่หนักอึ้งอีกอย่างหนึ่ง เราไม่กล้าบอกลูกเรา ว่าพ่อเค้าจากไปแล้ว เราก็ตัดสินใจโทรไปหายายของน้องเพนนี ว่าจะบอกลูกยังไงดี ก็เลยคิดว่าจะบอกลูกว่ามาเยี่ยมพ่อก่อน ให้รีบเก็บเสื้อผ้าแล้วรีบมาเลย เรากลัวเค้าเสียใจ แต่น้องเพนนีส่งข้อความมาหาเรา บอกกับเราว่า เห็นในข่าวว่าพ่อเสียแล้ว 

และมีสิ่งหนึ่ง ที่ระหว่างพูดคุยกับน้องอยู่ มันทำให้เราจุกอก?

เจเจ : คือเค้าตัดสายทิ้ง เค้าส่งข้อความกลับมา ว่าอย่าเพิ่งเอาพ่อหนูไปไหนนะ หนูขอ กอดพ่อหนูเป็นครั้งสุดท้ายก่อน แล้วพอเขามาถึงที่วัด เค้าก็มาบอกพ่อเขา เขาพูดว่า หนูขอโทษพ่อ เพราะว่าพ่อเค้าเคยส่งข้อความมาว่า ให้โทรหาพ่อบ้างนะ แต่ด้วยความที่เขาเป็นวัยรุ่น เค้าจะติดเพื่อนมาก ไม่ได้โทรหาพ่อเลย ซึ่งข้อความนั้น คือข้อความสุดท้ายที่พ่อส่งให้ เค้ารู้สึกผิดมาก เค้าจึงอยากขอโทษพ่อ พอเขามาถึงวัด เรารู้เลยว่าเค้าพยามกั้นน้ำตา ซึ่งย้อนกลับไปเพราะพี่เหน่งเคยสอนลูกว่า ให้เข้มแข็ง อย่าอ่อนแอ เราต้องเป็นผู้หญิงแกร่งนะ จะสังเกตได้ว่าเค้าจะไม่ร้องไห้โฮ แต่ตาเค้าจะแดง มีโอกาสไปขอขมาพ่อ เค้าก็บอกว่าหนูขอโทษที่ไม่ได้โทรกลับหาหาพ่อ 

เจเจ ยุวฉัตร

แมงปอ : คือเราพอทราบข่าว เราก็ไปถึงวัดประมาณบ่ายสาม เราก็ตามไป ก็นั่งรอหลาน

ย้อนกลับไปช่วงที่เป็นสามีภรรยากัน เป็นยังไงบ้าง?

เจเจ : เราเป็นสามีภรรยากันมา 17 ปี เราคบกันมาตั้งแต่มหาลัย เพิ่งเลิกรากันไปได้ 4 ปี 

แต่มันก็มีคนบางกลุ่ม  มองว่า เลิกกันไปแล้ว เธอมาทำแบบนี้ต้องการอะไร? 

แมงปอ : คือเราก็เห็น แต่เราก็รู้สึกเฉยๆ เพราะเรารู้ว่าเพื่อนเราไปเพราะอะไร ปล่อยให้เขาพูดกันไป แต่พอจบงาน มันกลับกลายมีดราม่าเกิดขึ้น มีการโพสต์ขึ้นมา กับประโยคที่ว่า ”จบงานแล้ว เลิกสร้างภาพได้แล้ว“ เราก็ยังงงอยู่ว่าเค้าหมายถึงใคร จนมีคนมาบอกเราว่า โพสต์นั้นมีการแก้ไขข้อความนะ ในข้อความที่เค้าแก้ไข เค้าได้วงเล็บไว้ว่า อดีตคนที่สอง ก็คือเพื่อนเรานั่นแหละ เราก็ต้องออกมาปกป้องเพื่อน

เจเจ ยุวฉัตร

มันเหมือนว่าเราโดนหมัดน็อกไหม ?

แมงปอ : คือเรารู้แล้วว่าการที่เพื่อนเราไป เค้าไปโดยที่มีเจตนาที่ดี เราโพสต์เพื่อที่ต้องการอธิบาย เป็นข้อๆ แล้ววันนั้นเค้าก็มีประกาศออกไมค์ ว่าขอสัมภาษณ์เจเจ แต่เพื่อนเราก็หลบออกไปนอกศาลา

เจเจ : เจมองว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของเรา การที่เรามาวันนี้ เราต้องการพาลูกมากราบ และเราก็มาช่วยงาน มาอโหสิกรรมครั้งสุดท้าย 

แต่คนก็มองว่าแมงปอ  มันไม่ใช่เรื่องของเธอนะ เธอออกมาโพสทำไม?

แมงปอ : เราเป็นเพื่อนกันมา 10 กว่าปี ก็อยากจะถามกลับเหมือนกันว่า ถ้าคุณมีคนที่คุณรัก คือเจเจเค้าตัวคนเดียว (กอดกัน) แล้ววันนั้นที่เราโพสต์ เราก็ไม่ได้ปรึกษาเจ เราอยากให้เขาอยู่เฉยๆ เราแค่อยากให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ออกมาอธิบายดีกว่า และอย่างที่อีกฝ่ายโพสต์ เราก็ไม่รู้ว่ามันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น เราก็มานั่งไล่ลำดับ อย่างเช่นเค้าบอกว่าทำไมจะต้องนั่งประกบกับลูกสาวตลอดเวลา เพื่อให้กล้องจับ อันนี้เราก็งงๆ ก็เด็กมันอายุแค่ 13 อีกอย่างก็ลูกเขา 

เราได้เห็นพี่แมงปอแก้ต่างให้เรา เรารู้สึกยังไง?

เจเจ : ตกใจ เราก็ทักไปหาเขา ก็ไม่คิดว่าเค้าจะออกมาปกป้องเราขนาดนี้ ซึ่งถ้าถามความรู้สึกเรา เราตั้งใจว่าเราจะมองข้าม เราเจตนาว่า เรามาตรงนี้เพราะอะไร

นักข่าวก็โหดอยู่นะ วันนั้นเป๊กก็ดูอยู่ เค้าก็จะสัมภาษณ์คนปัจจุบันทีนึง อดีตทีนึง เค้ายืนตึงกันอยู่อย่างนี้ ก็เข้าใจในการทำใจยากอยู่เหมือนกันนะ แต่ก็ต้องเข้าใจว่าคนนี้ก็คือแม่ของลูก เค้าเคยอยู่กันมานาน ปัจจุบันก็คือปัจจุบัน ไม่มีใครลบปัจจุบันได้ เพราะได้ยินว่าในงาน เจเจก็พยามจะหลบ เก้าอี้วีไอพีเราก็ไม่ไปนั่ง?

เจเจ : เราก็ไปนั่งหลบ ตรงมุมสำหรับแขก เรามีพื้นที่ของเรา ว่าเราควรอยู่ตรงไหน อะไรช่วยได้เราก็จะช่วย 

ใบปอ : แต่ที่เห็นว่าเจเดินไปเดินมา ไปรับแขก เพราะพี่ๆ ที่มา ก็คือพี่พี่ในวงการตลก เค้าก็รู้จักเจเจอยู่แล้ว 

เจเจ ยุวฉัตร

แล้วอย่างวันที่เผา เห็นว่าลูกสาวร้องไห้โหหนักมาก?

เจเจ : ถือว่าเป็นวันที่เขาร้องไห้หนักที่สุดในชีวิต เพิ่งเคยเห็นว่าเค้าร้องไห้หนักขนาดนี้ เราก็ยืนมองอยู่ไกลๆ คือเค้าอยู่กับพี่กีตาร์ (ลูกสาวคนแรก) ก็ยืนดูหน้าพ่อเค้าเป็นครั้งสุดท้าย เค้าเสียใจมาก เราเป็นแม่ เราจุกอยู่ในอก เราก็ให้กำลังใจลูกว่า ไม่ต้องคิดมากนะ พ่อเค้าไปสบาย แล้วก็จำไว้ด้วยว่า พ่อเค้ารักลูกมาก 

แมงปอ : เราก็ให้กำลังใจน้อง เราก็บอกว่าพ่อ เค้าไม่เจ็บปวดแล้ว พ่อเค้าไปสบายแล้ว หนูก็ดูแลตัวเองดีๆ ดูแลแม่ด้วย 

เจเจ : อย่างสภาพจิตใจล่าสุด เค้าก็อยู่กับเพื่อน แต่บางทีเค้าก็จะเศร้า เอาอัลบั้มรูปมาเปิดดู เป็นอัลบั้มที่ตั้งแต่เค้าเด็กๆ เค้าแอบดูอยู่คนเดียว 

อย่างดราม่าล่าสุด  เรื่องอัฐิ เราทราบตอนไหน?

เจเจ  : คือพี่ยูริ ภรรยาของพี่บอล โทรเข้ามาหาเรา บอกว่ารู้ไหม ว่ากระดูกเหน่งอยู่ไหน เราก็บอกว่าอยู่ไหน เค้าก็บอกว่าอยู่ที่วัด ซึ่งมันก็ 7-8 วันแล้ว ซึ่งวันนั้นพี่ยูริบังเอิญเค้าไปทำบุญที่วัด เพราะว่าเค้าได้โชคจากพี่เหน่ง เราร้องไห้กันเลย สงสารมาก พี่ยูก็บอกว่าให้เรามาที่วัดเลย ให้เอากระดูก ไปทำตามศาสนาให้ถูกต้อง เจก็ทิ้งงานหมดเลย ก็เลยโพสต์บอกลูกค้า เพราะว่ามันไม่ไหวจริงๆ เราร้องไห้ เราสงสารพี่เหน่ง ถ้าเราช่วยอะไรเค้าได้ เราเต็มใจอยู่แล้ว เรากะว่าเราจะขับรถ เข้ากรุงเทพฯ ไปเอาอัฐิมาทำพิธีที่พิษณุโลก ก่อนหน้านี้ก็คุยกัน กับพี่สาวของพี่เหน่งว่า เราก็ให้เกียรติภรรยาคนปัจจุบันเป็นคนจัดการ ส่วนเราแค่เอารูปและชื่อไปทำบุญกัน 

แมงปอ : คือบ้านปอ ก็มีเชื้อสายจีนเหมือนกัน และการฝากไว้ที่วัด ก็ต้องคุยกันว่าจะเก็บไว้ตรงไหน มีชื่อนามสกุลติดให้เรียบร้อย 

แล้วตอนนี้เรื่องอัฐิความคืบหน้าล่าสุดคือยังไง?

เจเจ : ตอนนี้ก็แบ่งเรียบร้อยแล้ว ก็จะแบ่งเป็นสองส่วน ทางเรานำไปทำตามประเพณีเพื่อความสบายใจ ก็คือไปลอยอังคาร และอัฐิ อีกชุดนึงก็แบ่งไปให้กับภรรยาคนปัจจุบัน และส่วนที่เป็นฟันก็เก็บไว้ให้กับเด็กๆ ซึ่งกีตาร์เค้าก็อยากนำกระดูกของพ่อไปใส่เป็นล็อกเกต เอาไว้แทนใจ ซึ่งพอเปิดออกมา เค้าก็เห็นเลยว่ามีฟัน ซึ่งฟันเป็นส่วนที่เล็กมาก หลายคนเลยคิดว่าเนี่ยแหละคือสิ่งที่พี่เหน่งอยากจะให้ลูกเก็บเอาไว้ แล้วย้อนกลับไป วันที่เราไปรับกระดูก เราก็ไปด้วย แต่เราไม่อยากลงไป เพราะไม่อยากให้เกิดดราม่าอีก เราอยากให้พี่เหน่งเค้าไปแบบสบายที่สุด อยากให้มันจบเร็วมากที่สุด 

อย่างวันลอยอังคาร เห็นว่ามีสายรุ้งด้วย?

แมงปอ : รูปสายรุ้ง แฟนปอเป็นคนถ่าย ครอบเรือ อาจจะสื่อว่าเขาไปสบายแล้ว และไม่มีคลิปนึงที่คล้ายๆได้ยินเสียง ว่าเย้เย้ ซึ่งปอก็คิดว่าแหละคือเสียงพี่เหน่ง

แล้วสรุปเรื่องการแบ่งทรัพย์สิน ทิศทางคือเป็นยังไง?

เจเจ : ก็อย่างที่บอกตั้งแต่ตอนแรกว่า การที่เจมางานศพ เราไม่ได้ต้องการอะไรเลย แค่ต้องการมาอโหสิกรรม และพาลูกมากราบเท่านั้นเอง แล้วในการแบ่งสมบัติให้ลูกเรานั้น ก็ไม่ได้คุยกันเลยในเรื่องนี้ เพราะว่าเราไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตั้งแต่แรกแล้ว เราก็ยังยืนยันเหมือนเดิม เพราะวันที่เราไปงานศพ เราก็ไปเคาะโลง ก็บอกเค้าว่า ที่เค้ามาวันนี้ เค้ามาอโหสิกรรมให้ เขาไม่ต้องการมาเอาอะไรในงานของตัวเองทั้งสิ้นเลย แต่ถ้าตัวเองจะช่วย ก็ช่วยให้เขามีงานเยอะๆ เพื่อให้ได้มีเงินได้เลี้ยงลูกต่อ เท่านั้นเอง

อย่างล่าสุดก็คือ  “บอล เชิญยิ้ม” อาสาจะส่งเสียลูกเราจนจบปริญญา?

เจเจ  : อันนี้คือเป็นเรื่องที่เราซาบซึ้งมาก โทรมาหาเราตั้งแต่แรกว่า ทำงานไปนะ ไม่ต้องเครียด เงินที่ได้มาจากการทำงาน เก็บไว้เป็นค่าขนมลูก ส่วนพี่กับยู จัดการค่าเล่าเรียนให้เอง จะส่งหลานให้เรียนจนจบปริญญาตรี เค้าก็บอกว่าคนที่เหน่งรัก เค้าก็รักด้วย เจก็อยากจะ ขอบคุณพี่บอลพี่ยูริ ดูแลตั้งแต่เหน่ง เจ ตั้งแต่สมัยวัยรุ่น จนมาถึงรุ่นลูก (ยกมือไหว้)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Comments