“หนึ่ง ETC” เล่าวินาทีภาพตัดวูบล้มบนพื้น เผยยังมึนหัว
ก่อนหน้านี้นักร้องหนุ่ม “หนึ่ง อภิวัฒน์” หรือ “หนึ่ง ETC” เกิดอาการวูบก่อนจะล้มบนพื้นระหว่างไปเที่ยวที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ทำเอาหลายคนเป็นห่วง ล่าสุดเจอนักร้องหนุ่มเลยให้อัปเดตอาการหน่อยว่า...
อ่านข่าวต่อ : “หนึ่ง ETC” เผยสาเหตุวูบล้มที่เซี่ยงไฮ้ ทำเอาแฟนคลับส่งกำลังใจ

“ยังมึนอยู่ ยังร้าวหลังอยู่ แต่เป็นอาการที่คุณหมอบอกว่าโอเคแล้ว เพราะว่าเราซีทีสแกนแล้ว เอ็มอาร์ไอแล้ว เช็กผลเลือดแล้ว แล้ว ก็เช็กอัตราการเต้นของหัวใจ สแกนสมองแล้ว ทุกอย่างปกติดี เหลืออาการฟกช้ำ คือที่เซี่ยงไฮ้ผมก็ไม่รู้ว่ามันเป็นบาร์ที่ข้างในสามารถสูบบุหรี่ได้ มันเป็นบาร์ซิกาด้วย แล้วก็เป็นควันๆ เข้าไปอยู่ซักพักนึงก็รู้สึกว่าเหมือนหายใจไม่ค่อยสุด จังหวะที่ลุกขึ้นจะไปสูดอากาศหน่อย มันวูบ คุยกับหมอว่าช่วงที่เราลุกขึ้นความดันในร่างกายมันน่าจะตกด้วย ช่วงนั้นมันอาจจะอ่อนเพลียสะสมมาด้วย อาจจะเป็นภาวะเหมือนเราขาดออกซิเจนเฉียบพลัน หรืออาจจะแพ้สารอะไรบางอย่างที่อยู่ในควัน ก็เลยภาพตัดไปเลย


ตอนล้มไปไม่รู้ตัวเลย รู้ตัวอีกทีคือนอนหงายแล้วก็เจ็บหลัง เจ็บคอแล้ว มีสติตลอด ก็พยายามหายใจ หายใจไม่ออก พยายามบอกภรรยาและเพื่อนว่าพาออกไปข้างนอกที เพราะหายใจไม่ได้ ร่างกายก็หาวตลอดเวลา เหมือนมันขาดออกซิเจน รู้สึกว่าเจ็บมาก แต่พยายามมีสติตลอด ยังพอมีสติที่พยายามสื่อสารให้คนที่รู้อยู่ว่าเราอาการเป็นยังไง มันไม่ได้เป็นโรค มันเหมือนภาวะที่เกิดขึ้นฉับพลันที่ร่างกายเรารีแอคกับสภาพแวดล้อมนั้น ควันมันเยอะมาก พักผ่อนน้อยก็อาจจะมีส่วนด้วย มันมีปัจจัยหลายๆ อย่าง ความดันปกติ แต่ตอนที่วูบไปความดันมันตกเลย


ปกติเป็นคนที่พักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมออยู่แล้ว เพิ่งไปตรวจสุขภาพปลายปีที่แล้ว ก็ไม่ได้มีผลอะไรที่น่าเป็นห่วง เข็ดแล้วหลังจากที่ล้มก็มีคนทักเข้ามาเยอะแยะ ปรากฏว่ามีหลายๆ คนที่เป็นเหมือนกัน ซิการ์ควันมันหนัก ผมว่ามันโหดกว่าบุหรี่ ศิลปินทุกๆ คนเค้าระมัดระวังเรื่องควันบุหรี่อยู่แล้ว แต่อันนี้ผมไปเที่ยวไง ควันบุหรี่เคยเจอมาอยู่ได้ ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากขนาดนั้น แต่อันนี้อยู่ไม่ได้ อย่าได้เจอกันอีกเลย ตอนที่ตรวจครั้งแรกเข้าอีอาร์ของที่จีน เค้าก็จะซีทีสแกน เบื้องต้นว่ามีอะไรที่น่าเป็นห่วงร้ายแรงหรือเปล่า ที่จีนก็ไม่ได้มีอะไร ก่อนบินกลับผมพักสองวัน นอนอยู่โรงแรม ก็ไปซีทีสแกนอีกทีนึง ก็ไม่ได้เป็นอะไร ขอบคุณแฟนๆ ทุกช่องทางที่เค้าติดต่อมา ทุกข้อความ ทุกช่อดอกไม้ แสดงความห่วงใยมา ก็เพิ่งรู้ว่ามีคนห่วงใยเราเยอะมากๆ ดีใจมากๆ ที่เราล้มบนพื้นโล่ง ถ้าเป็นสันขอบโต๊ะ เราไม่มีทางรู้เลยว่าเราจะกลับมาอีกเมื่อไหร่ ขนาดเราล้มบนพื้นปกติ ลืมตามาแล้วคิดทบทวนยังรู้สึกว่านั่นคือขอบคุณพระเจ้ามากๆ”











