“ทนายตุ๋ย” ยัน! ไม่ไกล่เกลี่ย “ปู มัณฑนา” ฟาดกลับต้องให้ขาดอิสรภาพ
กลายเป็นประเด็น หลังจาก “ทนายตุ๋ย พรศักดิ์” ทนายความของ “หนุ่ม กรรชัย” ออกมาฟาดกลับ “ปู มัณฑนา” หลังนักแสดงสาวมั่นใจว่าจะชนะคดีหมิ่นประมาทเหตุไม่ได้เอ่ยชื่อใคร
อ่านข่าวต่อ : “ทนายตุ๋ย” ยันหลักฐานแน่นคดี “หนุ่ม กรรชัย” ฟ้องหมิ่นประมาทด้าน “ปู มัณฑนา” เผยได้ประกันตัว

“คำว่า ‘ไอ้’ คงฟ้องไม่ได้ แต่มันคงส่อถึงคำพูดของคนๆ นั้นที่พูดออกมา โดยไม่ให้เกียรติใคร มันไม่เหมาะ โดยเฉพาะเรียกผม ผมเฉยๆ นะ แต่การเรียกพี่หนุ่ม เขาอยู่ในวงการ เขาควรต้องรู้ ต้องรู้จักเล็กรู้จักโต ส่วนที่เขาบอกว่าเขาถูกกลั่นแกล้ง เขามีอะไรให้น่าแกล้ง ไม่ต้องแกล้ง เพราะสิ่งที่เขาทำ เขาทำตัวเขาเอง ถ้าเขาหยุดมันจะไม่มีเรื่องพวกนี้ แต่เขาไม่หยุด ผมไม่เข้าใจว่าเขามั่นใจอะไร ปกติคนเราถ้าทำผิดแล้วสำนึก ผมเชื่อว่าจะหยุด แต่ผมไม่รู้วิธีคิดของเขา

ส่วนที่เขามั่นใจว่าชนะ เขาด่าไม่เอ่ยชื่อจริง ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธ แต่การด่าคนโดยไม่เอ่ยชื่อ ในทางกฎหมาย เขาเรียกพยานแวดล้อม ผมในฐานะพยานโจทก์ต้องนำหลักฐานให้ท่านเห็นถึงความเชื่อมโยงว่า คำพูดที่เขาพูดหมายถึงใคร มีใครแสดงความคิดเห็นอย่างไร ผมถามพี่น้องสื่อมวลชนที่สรุปข่าวทำในคลิปในโซเชียล พี่ๆ น้องๆ สื่อมวลชนยังรู้เลยเขาหมายถึงใคร ฉะนั้นคำว่าไม่ได้เอ่ยชื่อแล้วไม่ผิด ผมว่าคุณอย่าพูดเลย คุณถามทนายคุณก่อนดีกว่า การที่คุณพูดออกมาโดยไม่รู้จริง มันไม่ดีกับตัวเขาเอง อย่ามาเอาชนะบนหน้าสื่อ ผมเห็นอยู่ต่อหน้าศาลก็ไม่ได้เก่งแบบนี้นี่

ในทางกฎหมายการโพสต์ไม่เอ่ยชื่อถ้าวิญญูชนฟังแล้วรู้ว่าเป็นใคร ผิดครับ คุณมีพยานแค่ 1 คน อ่านแล้วพูดว่าคนนี้เป็นใคร ก็ผิดครับ แล้วมันมีพยานแวดล้อมอื่นอีกเยอะแยะ ที่จะเชื่อมโยงไปได้ ถ้าเขาบอกเขาชนะ หลักฐานที่เขามี ผมก็ยังไม่เห็นแม้แต่แผ่นเดียวนะ เขาไม่ได้เสื่อมเสียเชื่อเสียงเพราะพี่หนุ่ม เขาทำตัวเขาเองเขาถึงเสื่อมเสีย อย่าเที่ยวโทษใครเลย คนเราต้องโทษตัวเองก่อน และใช้หลัก ธรรมเยอะๆ

ส่วนที่ไปแจ้งความที่สภ.ท่าข้ามเขาแค่ไปให้การเพิ่มเติม เท่าที่ทราบพิมพ์ลายนิ้วมือแล้ว รอหลังให้การเพิ่มเติม ก็อยู่ในขั้นตอนมีความเห็นสั่งฟ้อง และส่งสำนวนไปที่สำนักงานอัยการ เดี๋ยวต้องดูพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนอีกครั้งว่ายังไง ส่วนที่เขาบอกว่าฟ้องซ้ำฟ้องอะไรเนี่ย ผมว่าให้เขาคุยกับทนายเขาก่อน ข้อความที่เป็นหมิ่นประมาท ที่บอกว่าซ้ำ คุณลืมไปหรือเปล่า คุณรีโพสต์ คุณโพสต์แต่ละวันๆ คุณรีโพสต์มา ผมก็ฟ้องการกระทำคุณนั่นแหละเป็นกรรมๆ ไม่ใช่ฟ้องซ้ำ อย่าพูดบิดเบือนให้ประชาชนสับสนในข้อกฎหมายเลย จริงๆ การพูดกฎหมายอะไรคุณมีทนายอยู่ข้างๆ คุณให้ทนายคุณพูดดีกว่า การหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ฟ้องได้ทั่วประเทศ เหตุเกิดได้ทั่วประเทศ ผมไม่ไปปัตตานีก็ดีแล้ว เขาโพสต์ทุกวัน ผมก็เก็บทุกวัน ไม่งั้นจะออกมาด่าผมเหรอ ว่าเข้าไปดู ไปยุ่มย่ามเขา ก็เพราะคุณทำแบบนี้ไง ผมถึงเก็บหลักฐาน ผมเก็บทุกวัน ผมไม่ได้อยากดูคุณหรอก คุณไม่มีอะไรน่าดู

คนไม่สำนึกต้องขาดอิสรภาพ เงินช่วยอะไรไม่ได้ แล้วเชื่อว่าพี่หนุ่มแกไม่ได้มองเรื่องนั้น เรากำลังมองว่าคนเราถ้าจะต้องได้รับโทษจากการกระทำของตัวเอง เงินมันแค่ส่วนหนึ่งในการบรรเทาเพื่อชดเชย มันไม่สะใจ อิสรภาพสำคัญกว่าเงินโดยหน้าที่ผม ผมทำเต็มที่อยู่แล้ว ศาลท่านเมตตารอลงอาญา ผมอุทธรณ์ เอาให้ติดให้ได้ ผมเรียนให้พี่หนุ่มแกทราบว่าเราควรเป็นยังไงในทางกฎหมาย ให้แกพิจารณา เราก็ให้ความเห็น และแกก็พิจารณามา ส่วนนึงแกก็เห็นตามที่ผมนำเสนอ หมิ่นประมาท มีหลายๆ คดีที่ติดคุกจริง ขออนุญาตยกตัวอย่างท่านสิระ เจนจาคะ ที่ท่านเพิ่งออกมา นั่นก็ข้อหาหมิ่นประมาท อันนั้นอยากให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย มันมีจริง อย่าคิดว่าข้อหานี้แล้วคุณทำ 64 กรรม หลังจากนี้มีอีกกี่สิบกรรม
ส่วนที่เขาบอกว่าถ้าแพ้ให้ก้มกราบเท้า เขาจะรับหรือเปล่าก็ไม่รู้ จะไปกราบเขาทำไม เราเป็นผู้เสียหาย จะกราบทำไม ผมว่าเขาต้องคิดใหม่ คนเสียหายจะไปกราบคนกระทำผิดได้ยังไง มันย้อนแย้งครับ ต้องเรียบเรียงใหม่ นอนให้เยอะๆ ถามว่าอยากแนะนำอะไรเขา ผมไม่บังอาจเลย ทนายเขารอบตัว ทนายเขาเก่งๆ ทั้งนั้น ทนายเก่งทุกคน เพียงแต่ว่าเขาฟังทนายเขาหรือเปล่า สำคัญอยู่ตรงนี้ ถ้าเผื่อไม่รู้ก็ฟังทนายซะ ไม่ได้เรียนกฎหมายอย่าพูดเองเออเอง มันไม่ได้ดีกับตัว เดี๋ยวทนายจะอายด้วย
ไม่มีทางไกล่เกลี่ย วันที่ได้เข้าไปอยู่ข้างในแล้วจะส่งใครมาคุย แล้วร้องไห้ผ่านออกมาจากข้างใน แล้วค่อยว่ากัน ว่าพี่หนุ่มจะพิจารณายังไง แต่เชื่อว่าพี่หนุ่มแกคงไม่ได้ยอมอะไรง่ายๆ อย่างที่ผมพูดทุกๆ ครั้ง อย่าลามไปถึงลูกและภรรยา น้องเขาไม่รู้เรื่อง น้องเขาเรียนหนังสือปกติ คุณไปก้าวล่วง ยังไม่มีใครก้าวล่วงครอบครัวคุณเลย ตรงนี้ต้องคิดด้วย ต่างคนต่างมีครอบครัวเหมือนกัน ผมเองก็มีครอบครัว อย่าก้าวล่วงกัน ถ้าทะเลาะกันต้องตัวต่อตัว อันนั้นเขาถึงเรียกว่าใจจริงๆ แต่ถ้าลามถึงคนอื่นเขาเรียกกระจอก
ตอนนี้ของพี่หนุ่ม 3 คดี ของผม 1 คดี แล้วเดี๋ยวจะไปต่อ ท้ามาก็จัดให้ เลิกท้าเถอะครับ ผมอยากทำหน้าที่ทนายความดูแลลูกความ ไม่ได้อยากต้องไปนั่งไล่ฟ้องคุณ หรือทำเพื่อความสะใจ ไม่มีการทำอะไรเพื่อความสะใจ แต่การทำ ทำเพื่อให้คุณหยุดพฤติกรรมเท่านั้นเอง ถ้าไม่มีใครทำอะไรในพฤติกรรมที่คุณเป็น แล้วเมื่อไหร่คุณจะหยุด ผมมองแบบนั้น ก็มีกฎหมายอย่างเดียวที่จะทำให้เขาหยุดได้ ผมเชื่อว่าคนรอบตัวเขา คงอธิบาย หรือเล่าให้เขาฟังจริงๆ ก็ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่เชื่อ เหมือนเป็นผู้วิเศษเลย เขาอาจคิดว่าเขาเป็นผู้วิเศษ เขาเลยไม่เชื่อ คิดว่าเขาคงไปต่อได้ บนศาลไม่สนุกครับ ส่วนเรื่องที่เขาเปลี่ยนทนาย จริงๆ ผมรู้นะแต่ผมพูดไม่ได้ เขาคงเป็นคนน่ารักมั้งครับ เลยมีคนช่วยเหลือเขาเยอะ มีคนเข้าหา
นิทานที่เขาเล่า มีคนบางคนส่งผู้ใหญ่ไปเคลียร์ เพ้อเจ้อ ใครจะเอาผู้ใหญ่ไปเคลียร์ คดีหมิ่นประมาทเล็กน้อย คนในวงการพูดกัน คุยกัน อาจตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ไม่ต้องไปรบกวนผู้หลักผู้ใหญ่หรอก ทำไมไม่คิดว่าเป็นเรื่องหวังดีบ้างล่ะ มองโลกในแง่ดีบ้างครับ ชีวิตจะได้มีความสุข ไม่รู้ทุกวันนี้คุณนอนหลับหรือเปล่า”










