ทนายดังมองกรณี “เสือ ดุสิต” และ “น้องมิราอิ” ถ้ากระทำความผิดคดีนี้ซ้ำติดคุก ชัวร์
สาคร ศิริชัย ทนายความดัง เผยแก่ดาราเดลี่มองมุมกฎหมายกรณีคดีของ “เสือ ดุสิต” และ “น้องมิราอิ” ควรดื่มกิน หรือการดำเนินชีวิตอย่างมีสติ
อ่านข่าวต่อ: สดภาพถนนยุบตัวจากมือถือ “ทนายสาคร” จากรพ.วชิระ
.jpg)
.jpg)
เขาเผยว่า กรณีข่าวคดี “เสือ ดุสิต” อินฟลูฯ ชื่อดัง กับพวก รุมทำร้ายร่างกาย ชายสูงวัยอายุ 53 ที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง ในท้องที่ สถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ นนทบุรี จนเป็นเหตุให้ชายสูงวัยคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ ซี่โครงหัก 12 ซี่ อาการปางตาย อยู่ในระหว่างเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนั้น
“เสือ ดุสิต” กับพวกหลังปรากฏเป็นกระแสข่าวดัง ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน ให้การทำนองว่าทำไปบันดาลโทสะเพราะคู่กรณีมาจับก้น มิรา แฟนสาว จึงร่วมกันลงมือทำร้ายคู่กรณี
.jpg)
.jpg)
กรณีการทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ คู่กรณีได้รับบาดเจ็บซี่โครงหักถึง 12 ซี่ ต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเกินกว่า 20 วัน เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 การทำร้ายร่างฐาน ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ ผู้ถูกกระทำทำร้ายและอันตรายสาหัส
ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาทถึง 200,000 บาท


ส่วนที่ทางฝ่าย เสือ ดุสิต อ้างว่าเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ นั้น เมื่อฟังจากปากคำของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องคือ มิรา แฟนสาว(มิใช่ภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย) ซึ่งไม่ชัดเจนว่าคู่กรณี ได้แต่กระทำการลวนลาม หรือกระทำที่ไม่เหมาะสมทางเพศอื่นใด หรือละเมิด กับมิรา กรณีดังกล่าวจึงไม่อาจอ้างเหตุบันดาลโทสะ ในการกระทำความผิด หรืออ้างเหตุป้องกันตามกฏหมาย เพื่อเป็นเหตุบรรเทาโทษได้
กรณีของ เสือ ดุสิต เพื่อถูกฟ้องในคดีนี้ ต่อศาล หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า เสือ ดุสิต เคยได้รับโทษจำคุกมาแล้ว แต่มากระทำความผิดคดีนี้ซ้ำอีก ซึ่งความผิดครั้งหลัง ไม่ใช่ความผิดที่กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ โอกาสที่จะได้รับการรอการลงโทษ ไม่มีเลย แม้ศาลจะลงโทษน้อยเพียงใด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56
ถ้าผิดจริง ติดคุก ชัวร์
ดังนั้น การดื่มกิน หรือการดำเนินชีวิต ควรควรทำอย่างมีสติ หากทำโดยโทสะ อารมณ์จะพาไปสู่ “คุก” โดยไม่มีทางแก้ไข







