อินฟลูดังโต้ข่าวดารา “ครูอ้อยทำให้หมดตัว”
ออกมาชี้แจงอีกแล้วสำหรับ “ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต” กรณี ที่มี ดาราออกข่าวว่า “ครูอ้อยทำให้หมดตัว” ไม่จริงมีคนออกมาพูดแบบกำกวม ไม่เอ่ยชื่อ ว่าครูทำให้เขาหมดตัว
โดยเธอแจงงว่า ดิฉันขอพูดให้ชัดว่า ไม่จริง
เธอโพสต์ว่า ข่าวขนาดนี้…ครูอ้อย “สภาพ” เป็นยังไง?
อ่านข่าวต่อ: “ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต”ชี้แจงคำว่า “จน” วัดจากจิตใจ คนที่พอมี และมีความสุขคือคนรวย
(11).jpg)
(10).jpg)
ช่วงนี้มีพี่นักข่าวบุกมา โทรเข้ามาบ้าง หลายคนเป็นห่วงระหว่างนั่งอยู่สนามบินวันนี้ เพื่อนโทรมาถามว่า
“ด๊อกเตอร์ดีดี ไฮโซโมนาโคคนดัง…ทำอะไรอยู่?”
ดิฉันตอบไปว่า…เช้านี้ทำความสะอาดบ้านตอนนี้ลากกระเป๋าเข้าออกสนามบินจนขาเขียวและกำลังนั่งดูแดดตอนบ่ายที่สนามบิน
รู้สึกสงบสุขมากคิดว่าคงมีใครแผ่เมตตา หรือส่งพลังดี ๆ มาให้แน่นอน ขอบพระคุณมากค่ะ
ตลอดทาง ดิฉันฟังคุณพ่อ Rick Warren ใน Audible ไปด้วย แล้วเรื่องทั้งหมดนี้ก็สอนดิฉันว่า…
สัมภาษณ์ 1 ชั่วโมง 40 นาที ตัดเหลือ 2 นาที
คนตัดต้องตัดแบบ “ตีหัวเข้าบ้าน” คนฟังอยากให้ครูพูดอธิบายเต็ม แต่ 100 นาทีตัดเหลือ 2 นาที มันมาไม่ครบหรอก
1) คนจำนวนมาก romanticize ความจนทำให้ความจนดูสวยงามเกินจริง ห้ามพูดถึง
Don’t romanticize poverty.
= อย่ายกย่องความจนให้เป็นความดีที่สวยงาม
หนังสือฝรั่งแทบทุกเล่มเขาไม่อ้อมค้อมกับคำว่า “คนรวย–คนจน” พ่อรวยพ่อจนก็เรียกตรง ๆ เพราะความจริงต้องพูดตรงจึงแก้ได้
คนจนที่ดีมี คนรวยที่ไม่ดีก็มี คำว่าจนหรือรวยไม่ได้วัดคุณค่าคนแต่พอพูดความจริงไม่ได้ คนจนก็ไม่ได้รับคำแนะนำที่ “ใช้ได้จริง”
ในชีวิตจริง เวลาพ่อแม่ป่วย ลูกลำบาก ไม่มีเงินดูแลครอบครัว มันไม่สวยงามเลยแต่การสอนให้เชื่อว่า “จนคือคนดี รวยคือคนผิด”
อยากคบคนรวยกว่า สักหนึ่งคนคือ “โลภ”มันทำให้คนไม่กล้าคิด ไม่กล้าพัฒนา และประเทศไม่ไปไหน
(8).jpg)
(4).jpg)
ในโลกจริง คนรวยจำนวนมากยอมเสียเงินหลักแสนหลักล้านเพื่อไปเรียน ไปสร้างคอนเนคชั่นแต่คนจนกลับถูกหลอกว่า แค่อยากคบคนรวยสัก 1 คนเพื่อเรียนรู้ก็เป็นความผิด
พอครูอ้อยพูดว่า “คบคนรวยอย่างน้อยสัก 1 คนในชีวิตเพื่อเรียนรู้จากเขา”กลับกลายเป็นดราม่า ทั้งที่ครูพูดเพื่อให้คนหลุดจากวงจรเดิม
และคำว่า “คนจนดึงเรา” บางครั้งเขาไม่ใช่ตั้งใจดึง แต่คือวิธีคิดคนมีเงินไม่มากแต่พอและคิดดีคือคนรวย
คนมีเงินมากแต่คิดลบตระหนี่คือคนจนคิดดีด้วย มีเงินพอด้วยคือ “คนมีความสุขความสบายใจ“
ความจนคือปัญหาที่ต้องแก้ด้วยมุมความคิดและการลงมือทำแม้ครูจะโดนหนัก ครูเชื่อว่าหลายคนจะลองคบคนที่เก่งกว่าเรา ทำได้ดีกว่าเรา ประสบความสำเร็จกว่าเรา อย่างน้อยสัก 1 คนในชีวิต ตามที่ครูแนะนำ (แค่นี้ครูก็ดีใจแล้ว)
แล้ววันหนึ่งถ้าคุณรวยขึ้น อย่าลืมกลับมาเล่า มาฉลองกันนะคะ
2) ดาราออกข่าวว่า “ครูอ้อยทำให้หมดตัว” ไม่จริงมีคนออกมาพูดแบบกำกวม ไม่เอ่ยชื่อ ว่าครูทำให้เขาหมดตัว
ดิฉันขอพูดให้ชัดว่า ไม่จริง
เขาเคยมาหาครูในวันที่ไม่มีเงิน บอกว่าอยากมีเงินสดสักหนึ่งล้าน ครูช่วยผลักดันให้เริ่มขายของ และการขายของนั้นเกิดหลังจากมาเรียนกับดิฉัน
ต่อมาเขาประกาศเองหลายครั้งว่าดิฉันสอนให้เขามีทรัพย์สินระดับหลายร้อยล้าน และเลิกอบายมุขด้านมืดต่าง ๆ มีพยานได้ยินหลายพันคน ไปดูในไลฟ์ ได้
ย้อนดูคำสัมภาษณ์และผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้
หลังจากนั้นครูกับเขาไม่ได้เจอกันกว่า 7 ปี ตั้งแต่ปี 2560 ถึงวันนี้ถ้าวันนี้ปีนี้เขาหมดตัว นั่นเกิดจากการกระทำของเขาเอง
ครูเชื่อว่า คนดีชอบแก้ไขและคนที่ไม่รับผิดชอบชีวิตตัวเอง…จะโทษป้ายสีคนอื่น
(2).jpg)
(11).jpg)
3) ครูอ้อยเคยโดน “เรียกค่าไถ่ 14 ล้าน” และมีขบวนการป้ายสี
ในอดีตมีขบวนการส่งจดหมายมาเรียกเงินจากครู 14 ล้านบาท พร้อมขู่ว่าจะปล่อยข่าวเท็จทำลายชื่อเสียงภายในไม่กี่วัน
เพียงวันที่ 2 เอกสารของแก๊งเรียกค่าไถ่ถูกส่งให้สื่อ โดยบุคคลที่สร้างภาพว่าเป็น “ครูคนดังคนดีย์” แต่ตำรวจสืบสวนเส้นทางเอกสารและข่าวทำลาย พบว่าโยงไปถึงนักข่าวทีวีช่องหนึ่ง และนักข่าวให้การว่าได้รับมาจากใคร
ตำรวจดำเนินการสั่งฟ้อง นำคดีเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย เพื่อหาว่าครูคนดังกับข้อมูลแก๊งเรียกค่าไถ่มาได้อย่างไร เกี่ยวข้องกันอย่างไร
แล้วเรื่องกลับเงียบ…หายไปเฉย ๆ เพราะบางคนไม่อยากให้ความจริงดังเราลองไปรื้อกันไหม ว่าใครสั่งปิดคดี
4) การศึกษาและการลงทุน: ครูมีมาก่อนสอน และทำงานต่างประเทศมานาน
ครูเรียนจบปริญญาโทเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยลอนดอน ตั้งแต่อายุ 20 ปี ตั้งบริษัทในต่างประเทศมานาน มีบ้าน คอนโด บริษัท ที่ดิน และเงินในต่างประเทศ เพราะทำงานและลงทุนต่างประเทศมานานมากแล้ว และมีมาก่อนจะมาสอนเสมอ
ครูไม่ใช่ไลฟ์โค้ช ครูเป็นครูแบบโบราณที่ดูแลลูกศิษย์เหมือนลูกหลาน เลี้ยงข้าว ให้โอกาส หาช่องทางให้
ไปดูในไลฟ์เก่า ๆ ของเพจเข็มทิศชีวิตได้
แต่พอคนเริ่มยกตนว่าเป็น “ลูกค้ามาซื้อความรู้” ครูประกาศเลิกสอนวันนั้นเลย เพราะคนละรุ่น ทำด้วยใจ ไม่เอาใจมาแลกก็ไม่ให้วิชา ก็ไปเรียนกับคนที่ไม่มี ต่อไป
แล้วผลกับชีวิตเขาเป็นยังไง…ตอนครูสอน กับตอนครูไม่สอน
เรื่องลงทุนในบริษัทเทคทั้งไทยและต่างประเทศ คนวงในรู้กัน ครูแค่ไม่พูดถึง และต่างประเทศครูก็เก็บเล็กผสมน้อย
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ
สมมติว่าคุณลงทุนซื้อหุ้น Apple ของสตีฟ จ็อบส์ 10,000 ดอลลาร์ในปี 1998 วันนี้เป็น 30 ล้านดอลลาร์ เงินสามแสนบาทกลายเป็นหลักพันล้านได้
เงินจำนวนมากในโลกนี้เกิดจาก “การลงทุน” และเงินจากการสอนของครูส่วนใหญ่ ครูก็นำไปทำบุญและช่วยงานในไทย ทั้งโบสถ์ วัด เจดีย์ กุฏิ และงานสาธารณะ
แต่ครูทำงาน คนมาชำระตามกฏ ครูจะใช้ยังไง เอาไปทำบุญหรือไม่ ที่ไหน ก็สิทธิ์ของครู
5) การแต่งตัวและการดูแลตัวเอง: ชีวิตเรา เงินเรา ความสุขเรา
ครูทำงานมาตลอดชีวิต เหนื่อยมามากแล้ว ครูอยากใส่อะไรก็เป็นความสุขของครู ครูไม่ได้เอาเงินใครมาแต่ง ใครบอกว่าเงินเป็นของคนอื่น คนนั้นโกหก
ครูแต่งตัวแบบนี้มานานแล้ว แต่ช่วงไว้ทุกข์ให้รัชกาลที่ 9 ครูก็แต่งขาวเทาดำ และหลังหมดช่วงไว้ทุกข์ก็ยังตัดผ้าไหมคอจีนผ้าไทยใส่เพราะรักพระองค์ แต่สื่อบางแห่งชอบเอาภาพช่วงไว้ทุกข์ ไม่ทำผมแต่งหน้า มาเทียบกับภาพปัจจุบัน ทั้งที่พอจบไว้ทุกข์ ครูก็แต่งตัวสวยปกติ
เรื่องน้ำหนัก ตอนสอนนักเรียนเครียดมาก สุขภาพมีปัญหา ทั้งต่อมไร้ท่อ ไต ตับ พอเลิกสอนและพบแพทย์จริงจัง รวมถึงหมอเต๋า จอมดุ ที่กลัวหมอว่าเลยต้องผอม ผอมลง จากประมาณ 70 กิโล ตอนนี้เหลือประมาณ 44 กิโล
ครูลดน้ำหนัก ออกกำลัง ดัดฟัน ทำหัตถการหน้า เลเซอร์ อัลเทร่า และ พบแพทย์ผิวหนังสม่ำเสมอดูแลกับคุณหมอแอมซอย 36 เป็นประจำ
แต่ยังไม่เคยทำศัลยกรรมที่ใช้มีด ไม่เคยดึงหน้า
ไม่ใช่ว่าไม่อยากทำ แต่ไม่มีเวลา ตอนนี้คนพูดเยอะ ครูคิดว่าเดี๋ยวคงต้องไปทำสักหน่อยแล้ว ใครมีหมอดีเอเจ้นท์ดี หรือคำแนะนำดี ๆ ไทยหรือเกาหลี แนะนำมาได้เลย
เวลาใครบอกว่าตอนนี้สวยขึ้นต้องไปดึงหน้ามาแน่ๆ ครูก็ขอบคุณ คนมีความสุข ทำดี หน้าตาสดใส แต่ไม่ใช่แค่ดื่มน้ำนั่งสมาธิ
เข็มต้องมา ครีมต้องโบก วิตามิน ซัพพลีเม้นท์ ต้องกิน และถ้ามีเวลามีดหมอเราได้เจอกันค่ะ
ขอบคุณทุกท่านที่ส่งกำลังใจ และขอบคุณคนที่ยังฟังให้ครบก่อนตัดสิน
ครูอ้อยยังเดินทาง ยังทำงานหนักมาก เพื่อนยังแซวว่า “คนมีเงินทำงานเหมือนเป็นหนี้” บางวันเหนื่อยจนน้ำตาจะไหล แต่ purpose over comfort
Significance over success ครูมีเป้าหมายที่มีความหมาย
และครูยังใช้ชีวิตของตัวเองอย่างสงบ เดินเล่นริมทะเลสาบ ป่าโปร่ง ภูเขา ทุ่งหิมะ ริมแม่น้ำ และ กลับไทย บ่อยมาก บางทีมีเวลา5 วันก็กลับนะ บางเดือนไป 3 หน เรื่องว่าหนีไป ตปท คนพูดเพ้อเจ้อ
ไปแป้บๆเพราะอยู่บ้านคนมายืมเงินทุกวัน
และอยากอยู่ในที่ๆได้เจอคนที่เราได้เรียนรู้
ขอให้เรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจว่า ครูอ้อยโดนแบบนี้มากว่า 20 ปี ทำอะไรก็โดนทุบ โดนรุมแกล้ง รุมกระหน่ำ ยังผ่านได้ ยังมีความสุขได้ เราก็ต้องทำได้
คนดีทำดี ไม่ได้แปลว่าจะมีแต่สิ่งดีเข้ามาเสมอ แต่พระพุทธเจ้า พระเจ้า และจักรวาล จะเปลี่ยนเจตนาร้ายของคนไม่ดี ให้ทุกอย่างให้กลายเป็น “ดี” กับเรา เมื่อเรายืนอยู่ในความดีและทำตามคำสอนของพระองค์
ส่งความรักมา จากมุมหนึ่งในโลกที่พระจันทร์ สวยมาก
ดร ฐิตินาถ ณ พัทลุง
ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต
Dr. DDnard Napattalung





