“เอ๋ พรทิพย์” น้ำตาซึม ขอบคุณ “ป๋อ ณัฐวุฒิ” เคียงข้างไม่ห่างตอนป่วย

“เอ๋ พรทิพย์” น้ำตาซึม ขอบคุณ “ป๋อ ณัฐวุฒิ” เคียงข้างไม่ห่างตอนป่วย

0

เอ๋ พรทิพย์น้ำตาซึม ขอบคุณ ป๋อ ณัฐวุฒิเคียงข้างไม่ห่างตอนป่วย

       ทำเอา เอ๋ พรทิพย์ ถึงกับน้ำตาซึมที่สามี ป๋อ ณัฐวุฒิอยู่เคียงข้างไม่ห่างไปไหนตอนป่วย และยังเป็นอีกหนึ่งกำลังใจสำคัญที่ทำให้ผ่านช่วงนั้นมาได้ ล่าสุดเจอตัว ป๋อ-เอ๋ทั้งคู่ก็เปิดใจถึงมรสุมก่อนหน้านี้ว่า

อ่านข่าวต่อ:“เอ๋ พรทิพย์” ยก “ป๋อ ณัฐวุฒิ” เป็นคู่ชีวิตที่ดี เป็นสามีแห่งชาติ

เอ๋ พรทิพย์

เอ๋ พรทิพย์

       ก็ถือว่าเป็นการกลับมาหลังจากที่เราไม่สบาย เชื่อว่าไม่มีใครได้เจอเอ๋เลย นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เจอเอ๋ ตอนนี้ก็รู้สึกดีใจและขอบคุณมากๆ ที่มาหากัน ต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้เราเกือบจะไม่ไปต่อกับการทำผลิตภัณฑ์นี้แล้ว เพราะตอนที่ป่วยมันรู้สึกหมดกำลังใจ เหนื่อยท้อแท้ จนไม่อยากทำอะไรแล้ว อยากดูแลรักษาตัวเองอย่างเดียว แต่พอมาถึงวันนี้เราเริ่มแข็งแรงแล้ว เลยคุยกับพี่ป๋อว่าเราสู้กันสักตั้งหนึ่งดีกว่า และนอกจากสุขภาพที่ดีขึ้นแล้ว ตอนนี้คือได้รับกำลังใจเยอะมาก เอ๋ผ่านทุกสิ่งทุกอย่างมาได้เพราะทุกๆ คน ทั้งคนที่เอ๋รู้จักและไม่รู้จัก กำลังใจเหล่านี้มันทำให้เราใจฟู แข็งแรง อยากมาดูแลสุขภาพตัวเอง ตอนนี้เอ๋รู้สึกมีความสุขมาก

เอ๋ พรทิพย์

เอ๋ พรทิพย์

      ตอนนี้ทุกอย่างดีขึ้นแต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ว่าเราก็ทำอะไรได้ปกติทุกอย่างแล้ว และยังคงต้องไปพบคุณหมอตามนัดทุก 6 เดือน ช่วงที่ไปหาหมอก็มีลุ้น มีนอนไม่หลับบ้างเพราะเรากังวลไม่รู้ว่ามันจะกลับมาไหม แต่พอผ่านไปได้ก็โล่ง อย่างช่วงนี้ฝุ่น PM กลับมาอีกแล้ว เราก็ต้องใส่หน้ากากตลอด วันไหนถ้าฝุ่นเยอะจริงๆ ก็จะไม่ออกไปไหน สิ่งที่คุณหมอกำชับให้ระวังมากที่สุดก็คือเรื่องฝุ่น แล้วเวลาทำกับข้าวก็ต้องใส่หน้ากากเพื่อป้องกันควันกับข้าวด้วย เพราะอันนี้ก็อันตรายเหมือนกัน ส่วนสิ่งที่เป็นข่าวดีก็คือปอดของเราที่โดนตัดไปมันพองออกมา เท่ากับว่ามันฟื้นฟูขึ้นมาได้

เอ๋ พรทิพย์

เอ๋ พรทิพย์

พร้อมขอบคุณป๋อที่เคียงข้างไม่ห่าง เขาทำให้เอ๋ทุกอย่าง พาไปหาหมอ พูดแล้วจะร้อง เขาแคนเซิลงานทุกอย่างเพื่อมาดูแลเรา และอยู่กับเราตลอดเวลา ตอนผ่าตัดพี่ป๋อก็นั่งรออยู่หน้าห้อง 3 ชั่วโมงกว่า ถ้าเอ๋ไม่ได้พี่ป๋อนี่คือเอ๋ว่าเอ๋แย่อ่ะ เรารักเขาอยู่แล้ว แต่เรารู้สึกว่าเราเลือกคู่ชีวิตที่ถูกต้องมากๆ ถ้าไม่ได้พี่ป๋อเอ๋คงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้มั้ง ที่ผ่านมาเอ๋ขอบคุณเขาตลอด เอ๋ไม่คิดว่าพี่ป๋อจะรักเอ๋มากขนาดนี้

 

ด้าน ป๋อ บอกต่อว่าเราเป็นคู่ชีวิตกันเนอะ ตกระกำลำบากก็ต้องตกด้วยกัน ไม่เป็นไรหรอก อะไรที่ยากที่สุดเราก็ต้องไปด้วยกัน ต้องจับมือกันจะไม่ปล่อยมือเด็ดขาด คิดแค่ว่าไม่เป็นไรหรอกมันเกิดขึ้นแล้วต้องอยู่กับมันให้ได้ พี่จะอยู่ข้างๆ เอ๋ สำหรับผมไม่ได้รู้สึกว่านี่เป็นสิ่งพิเศษอะไรหรอกครับ ในเมื่อคนที่เรารักที่สุดเขากำลังเจ็บป่วยอยู่ เราแข็งแรงกว่าเขาเราต้องดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้จนกว่าจะจากกันไป เราก็ไม่รู้ว่ามันจะไปที่น้ำเหลืองหรือเปล่า หน้าห้องผ่าตัด 3 ชั่วโมงกว่าเต็มไปด้วยคำถามว่าแล้วถ้าเกิดมันไปน้ำเหลืองล่ะถ้ามันไปไกลกว่านี้ล่ะ ถ้าเกิดเขาไม่อยู่ล่ะ เราจะทำยังไง ลูกเรายังเล็กอยู่ ซึ่งเรารู้ว่าเขาเลี้ยงลูกได้ดีกว่าเรามาก เราก็เลยบอกว่าไม่เป็นไรช่างมันอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด แต่ทุกๆ ความยากลำบากพี่จะอยู่ตรงนั้นเสมอ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Comments