“ท็อป ดารณีนุช” ดูแลเคียงข้าง “ไมโล” ผ่าตัดบอลลูนหัวใจครั้งที่ 5 เผยสาเหตุเพราะสิ่งนี้
เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมานักแสดงรุ่นใหญ่ “ท็อป ดารณีนุช” รับหน้าที่รับส่งหวานใจ “ไมโล” ไปรักษาตัว เพราะเกิดอาการผิดปกติที่หัวใจ จนคุณหมอต้องสั่งให้ผ่าตัดทำบอลลูนหัวใจด่วน พบว่ามีเส้น เลือดตีบถึง 2 เส้น มีโอกาสเจอเจ้าตัวเลยถามถึงเรื่องนี้...
อ่านข่าวต่อ : “ท็อป – ก้อง –ปู” น้ำตาคลอ ภูมิใจที่เกิดบนแผ่นดินไทย ตอบแทนขอเป็นคนดี

“ช่วงปีใหม่คนอื่นได้พักผ่อน ท็อปกับแฟนก็พักผ่อนทัวร์ตามโรงพยาบาล เขาเริ่มมีสัญญาณจากการที่เราชอบเดินออกกำลังกายแล้วแกเหนื่อยง่าย ก็เลยไปเช็กปรากฏว่าตันไปอีก 2 เส้น ตันเส้นหนึ่งประมาณ 90% อีกเส้นหนึ่ง 70% คุณหมอก็เลยบอกว่าต้องทำบอลลูนด่วนเลย แล้วก่อนหน้าที่จะมีงานกาชาด ทำเส้นที่ตัน 90% การทำบอลลูนเขาจะฉีดเข้าทางขวาเพื่อทะลุเข้าไปดูแลหัวใจเราทางซ้าย หลังจากทำเสร็จก็ได้ไปออกรายการกาชาดของรวมใจดาราพี่ก้อง ปิยะ แล้วนัดหมอใหม่อีกทีช่วงปีใหม่เพื่อทำอีกเส้นที่ตัน 70% หลังจากทำมาได้พักนึงเพื่อนๆ ก็จะโทร.มาแสดงความเป็นห่วง บอกท็อปว่าอย่าใช้งานเขา เราเป็นคนขับรถไปรับ พอไปรับเสร็จปุ๊บแล้วเราเป็นคนขับรถเร็ว แกทนไม่ไหวเลยขอขับเอง คือเราก็ไม่ได้อยากจะใช้ แต่แกขับรถเองมาโดยตลอดตั้งแต่วันที่ออกจากโรงพยาบาล


ครั้งนี้เป็นรอบที่ 5 แล้วที่ทำบอลลูนคุณพี่เขาเด่นเรื่องตัน (หัวใจ) หมอบอกว่าเส้นเลือดแต่ละคนไม่เหมือนกัน ของแกนี่เป็นนัก กีฬาเป็นนักเทนนิส แต่หลังจากเลิกเป็นนักกีฬาแกก็สูบบุหรี่จัดมาก เริ่มทำบอลลูนครั้งแรกเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว พอทำเส้นแรกแกก็เลิกสูบบุหรี่ไปเลยแต่คุณหมอเตือนว่าใครที่ยังสูบหรือชอบทานของหวานของมัน มันจะทิ้งร่องรอยหรือทำให้หลอดเลือดเราไม่สมบูรณ์ เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วแกทำไป 3 เส้น แม้จะเลิกบุหรี่เด็ดขาดแล้วแต่ยังกินหวานกินมัน มันก็เลยทำให้กลับมาได้


คุณหมอบอกว่ามีโอกาสกลับมาอีกอยู่แล้วทุกคนถ้าไม่ดูแลตัวเองให้ดี หรือแม้จะดูแลดีแต่ถ้าลักษณะหลอดเลือดไม่แข็งแรงหรือเสียหายจากการโดนน้ำตาลเกาะจนกรอบ ก็ต้องคอยรอดูอาการ พวกเราทุกคนถ้าเริ่มมีอาการผิดปกติ สังเกตดูสักนิดว่าเป็นเพราะนอนน้อยไหม หรือเป็นเพราะอะไร แต่ถ้าไม่ใช่แนะนำให้ไปหาหมอดีที่สุดแต่เราไม่ค่อยกังวล เพราะตัวเองก็เคยเป็นมะเร็ง ก็ไปโรงพยาบาลคนเดียว ทำอะไรเองคนเดียว เรารู้สึกว่าถ้าเราไปกังวลมากเกินไปมันจะทำให้เราไม่มีกำลังใจ ก็เลยทำให้เขารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆ มีเราอยู่ข้างๆ แต่ถามว่าเขากังวลไหม เขาดูจะกังวลกว่าเรา เพราะเป็นร่างกายเขา เขาก็บอกว่ามันเจ็บ เพราะการทำครั้งที่ 5 เนี่ย หลายคนนึกว่าฉีดเข้า ไปทำจุดอื่นได้ แต่จริงๆ มันต้องทำจุดซ้ำที่เดิม พอโดนซ้ำที่เดิมหลายครั้งห่างกันแค่เดือนสองเดือน แกบอกว่าเจ็บที่สุดเลย เจ็บกว่าครั้งแรกอีก เพราะเนื้อแผลเรายังช้ำอยู่แล้วต้องจิ้มเข้าไปตรงนั้น”











