อดีตผู้ประกาศข่าวช่องดัง เปิดใจครั้งแรกหลังถูกเลิกจ้าง ปิดตำนาน 19 ปี กับบ้านหลังเก่า
อดีตผู้ประกาศข่าวและพิธีกรช่องดัง “ดาว อภิสรา” ที่วันนี้จะมาเปิดใจครั้งแรกหลังถูกเลิกจ้าง ทั้งที่อยู่มานานถึง 19 ปี และเผยเหตุการณ์ที่ทำให้เจ้าตัวน้ำตาแตก พร้อมเปิดใจ ตอนนี้มีบริษัทใหญ่ และช่องดังมาทาบทามแล้ว ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องOne31
อ่านข่าวต่อ: อดีตผู้ประกาศข่าว! โพสต์ปริศนา “ช่องดังเรตติ้งดีย่านรถติดมาก” เลิกจ้างผู้ประกาศหญิงเก่ง นิสัยดี

อยู่ในวงการข่าวช่องเดิมกี่ปี?
ดาว : 19 ค่ะ แต่ก่อนหน้านั้น ก่อนที่จะเข้ามาอยู่ในช่องก็ทำรายการกีฬา ที่ช่องเคเบิ้ล แล้วก็เริ่มต้นจากการเป็นผู้ประกาศข่าวกีฬา หลายคนที่ติดตามจะรู้จักดาวจากข่าวกีฬาก่อน แล้วก็มาเป็นพิธีกรวาไรตี้ แล้วก็เป็นพิธีกรรายการ
สภาพจิตใจตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
ดาว : โอเคมากเลยค่ะ จริงๆแล้ว เราอยู่ในวงการนี้ เรารู้กันอยู่โดยเฉพาะในเรื่องของรายการ หรืองานเบื้องหน้ามันเป็นวัฏจักร มันเป็นเรื่องปกติของการสับเปลี่ยน ไม่มีใครทำอะไรอยู่ที่เดิม จริงๆ มันเป็นสัจธรรมของโลกด้วย คือไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดไป ตั้งแต่วันแรกที่เราเข้ามาทำงานในวงการนี้ ก็รู้อยู่แล้วว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ ซึ่งเราก็ต้องเดินต่อไป ไม่ใช่ว่าถูกเลิกจ้างตรงนี้ เราหมดสิ้นทุกอย่างมันไม่ใช่ ก็ต้องขอบคุณที่นี่ ที่ให้ดาว เป็นดาวในวันนี้ อยากขอบคุณทางช่องด้วยดูแลเรามา แล้วก็ให้สิ่งดีๆ เรามา ก็เลยไม่โกรธ ไม่รู้ต้องทำใจอะไร เหมือนเรารู้สึกว่าวันนึงเค้าเรียกว่าเป็นการเติบโต

พี่ดาวคิดไหมสิ่งที่พี่ไก่เปิดเมลอ่านในวันนั้นจะมีชื่อเราถูกเลือกให้ผิดหวัง ?
ดาว : อันนั้นมันเป็นเรื่องภายในองค์กร ส่วนนึงจะเป็นของพนักงานที่อยู่เบื้องหลัง ในส่วนของเบื้องหน้าเป็นอีกวันนึงเค้าจะแยกกันพูดคุย แต่ถามว่าคิดไหม พี่พูดจากใจจริงนะ พี่ดาวคุยกับพี่ปอเฮ้ยเราอยู่ตรงนี้มาสักระยะนึง นานแล้ว คุณผู้ชมก็รู้จักเรา ออกก็ได้ ไม่ออกก็ได้

ทำไมพี่คิดแบบนั้น เพราะคนส่วนใหญ่ภาวนาขอให้ไม่เป็นตัวเอง?
ดาว : มันเป็นความจริง มันต้องยอมรับ คือถ้าเป็นเราก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่เป็นเราก็ดี มันมีอยู่แค่นี้ มันไม่มีตรงกลาง มันมีออกกับไม่ออก แค่นั้น
ในส่วนนึงเค้าแจ้งทางอีเมล แล้วส่วนของพี่ดาว
ใครเป็นคนแจ้ง?
ดาว : ในเบื้องต้นเค้าก็เรียกพูดคุยในส่วนของผู้ประกาศ เข้าใจได้แล้วมันเป็นการจบด้วยดี มันเป็นการจบที่เรารู้สึกว่าเราเติบโตมากับบ้านหลังนี้ ก็ขอบคุณเค้าจริงๆ ขอบคุณทั้งในใจ ขอบคุณทั้งในจอ นอกจอ แล้วทุกคนก็ยังน่ารักเหมือนเดิม แต่เข้าใจสถานการณ์ หรือด้วยการปรับโครงสร้างองค์กรใดๆ เข้าใจไม่มีวันนั้น ก็ไม่มีวันนี้ ไม่มีที่นั่น ก็ไม่มีดาว

ตอนที่มีการเรียกคุยเสร็จแล้วกลับบ้านมันมีจุกไหมว่าทำไมต้องเป็นเรา ?
ดาว : ดาวบอกที่บ้านไว้ก่อนแล้วว่าอาจจะเป็นเราก็ได้นะ แต่ไม่เป็นไรเรารับกับเหตุการณ์นี้ได้ เราทำใจไว้แล้ว เพราะวงการโทรทัศน์ วงการสื่อ มันเป็นแบบนี้ ไม่มีใครทำรายการหนึ่งได้ 50-60 ปี มันต้องเปลี่ยน แล้วในส่วนรูปแบบรายการของดาวมีการเปลี่ยนมาหลายครั้ง หลายซีซั่น และหลายรุ่น เราจะเคยเห็นพี่ๆ ในวงการที่ทำรายการมาก่อนเรา ก็มีการเปลี่ยนแปลง บางท่านไปทำธุรกิจ บางท่านไปอยู่ช่องอื่น บางท่านมีอะไรของตัวเอง มันเป็นสัจธรรมที่วันหนึ่งต้องเป็นเรา เพราะฉะนั้นเตรียมใจไว้อยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะวันนี้หรือวันไหน มันต้องมีสักวัน

เห็นว่าพี่ดาวอยู่รอดในการเลอ๊อฟมาหลายครั้งแล้ว?
ดาว : ใช่ เพราะจริงๆ มีการปรับโครงสร้างมาหลายรอบ ตั้งแต่เป็นทีวีดิจิตอล ทุกคนก็เข้าใจสถานการณ์
แสดงว่าทุกคนที่อยู่ในวงการข่าวก็คิดอยู่เหมือนกันว่าวันนึงจะต้องเป็นเราหรือเปล่า ?
ดาว : มันก็ไม่ได้จีรังยั่งยืนทุกอย่างในชีวิต บางทีเราทำอย่างหนึ่ง แต่ด้วยความเป็นพี่ดาวมีสิ่งที่ชอบหลายๆ อย่าง ไม่ทำตรงนี้เราอาจไปทำต่อในสายงานที่เราชอบ แต่จะเป็นใดๆ ก็คือก้าวไปข้างหน้า อย่างที่บอกมันถึงวาระโอกาส เรารู้สึกว่าเรามั่นคงที่จะก้าวออกไป

ทางผู้ใหญ่ได้ให้เหตุผลในการถูกเลิกจ้างของแต่ละท่านไหมว่าเพราะอะไร ?
ดาว : เราเข้าใจในสถานการณ์ด้วยตัวเองด้วยในเบื้องต้น บางรายการอาจจะต้องปรับเปลี่ยน หรืออาจจะไม่มีไปเลย ในส่วนงานตรงนั้นก็เข้าใจได้ อย่างของพี่ดาวอาจจะเป็นรายการที่มีคนเยอะ มันเป็นเรื่องของการทับซ้อนของเรื่องส่วนงานด้วย ไม่ใช่แค่เฉพาะหน้าจอ แต่เบื้องหลังพนักงานอื่นๆ ก็ด้วย




