ASHFALL นรกล้างเมือง

“รู้ไหมทำไมคนเราถึงไม่มีตาข้างหลัง เพราะว่าเราไม่มองย้อนกลับไปยังไงล่ะ”

นับว่าเป็นหนังแอ็คชั่นของเกาหลีที่มีการพัฒนาการอย่างมาก ASHFALL เป็นภาพยนตร์ที่พูดถึงการเกิดมหันตภัยภูเขาไฟเพ็กตูมีที่ตั้งอยู่พรมแดนตอนเหนือระหว่างประเทศเกาหลีและประเทศจีนปะทุขึ้นมา ทำให้เกิดวิบัติไปทั้งกรุงโซลและกรุงเปียงยาง เหตุการณ์ในเรื่องจะเล่าถึงการต่อสู้เพื่อที่จะทำให้ประเทศเกาหลียังคงอยู่ ซึ่งต่างจากภาพยนตร์หลายเรื่องที่เล่าเเค่เรื่องของการหลบหนี 

(สปอยล์) ทุกมุมของ ASHFALL นรกล้างเมือง l ยกเว้นซีนอารมณ์นะ อยากให้ไปดูเอาเองจริงๆ l

“โจ อินชาง” (รับบทโดย ฮา จองอู)
หัวหน้าหน่วยกู้ระเบิดชาวเกาหลีใต้ เป็นทหารที่เตรียมปลดประจำการ เพื่อเตรียมตัวเป็นคุณพ่อ ได้ถูกเรียกตัวเข้าปฏิบัติการพิเศษแบบกะทันหัน ในช่วงที่เกาหลีเกิดมหันตภัยภูเขาไฟเพ็กตูปะทุ “โจ อินชาง” ผู้ที่ไม่เคยรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับภรรยาได้เลย ได้ให้สัญญาว่าจะรีบกลับมาให้ทันวันที่ภรรยาคลอดลูกให้ได้ ก่อนไปบอกไว้เเต่เพียงว่า จะรีบกลับมาให้ทัน และให้ภรรยาเตรียมอพยพออกจากเมืองไปก่อน 

แต่ก่อนที่ “โจ อินชาง” จะถูกเรียกให้เข้ามาร่วมทำภารกิจนี้ เกิดจากการที่ “จุน ยูคยอง” (รับบทโดย จอน ฮเยจิน) หัวหน้าเลขาธิการของประธานาธิบดีของเกาหลี คนที่เป็นคนคิดแผนต่างๆ โดยได้ร่วมมือกับ “คังบงแร” (รับบทโดย มา ดงซอก) นักธรณีวิทยา ซึ่งเป็นคนที่เคยศึกษาเกี่ยวกับเรื่องภูเขาไฟเพ็กตูเมื่อ 3 ปีก่อน และ เคยเตือนใครหลายๆ คนแล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น จึงทำให้ “จุน ยูคยอง” ต้องเข้ามาขอให้ช่วยหาวิธีที่จะหยุดการปะทุของภูเขาไฟเพ็กตู เเละทางออกที่มีเปอร์เซ็นต์เพียงเล็กน้อยนั้น คือการจุดระเบิดนิวเคลียร์ เพื่อที่จะให้ภูเขาไฟเพ็กตูนั้นตกไปอยู่ใต้พื้นธรณี เพื่อลดการปะทุที่จะเกิดขึ้น แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า เกาหลีใต้ไม่มีระเบิดนิวเคลียร์ จึงทำให้เกิดภารกิจการขโมยระเบิดนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ 

ดังนั้น “โจ อินชาง” กับกองทัพประมาณ 20-30 คน ขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้าไปยังเกาหลีเหนือทันที แต่ในระหว่างการเดินทางนั้น เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อเครื่องบินลำที่คนหัวหน้าชุดจุดระเบิด และในนั้นมีคนถือแผนที่อยู่เกิดพัดลมทางด้านปีนซ้ายขัดข้องเนื่องจากกลุ่มควัน และเศษต่างๆ ที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟเพ็กตูเข้าไปติดในนั้น ทำให้เครื่องบินลำนั้นก็ค่อยๆ ลดระดับของความสูงลง เพราะจะตกถึงพื้นในอีกไม่ช้า ส่วนเครื่องบินอีกลำที่มี  “โจ อินชาง” อยู่นั้น ต้องรีบกระโดดลงมาเพื่อช่วยเพื่อนๆ ที่อยู่ในเครื่องบินอีกลำ แต่เมื่อถึงที่พื้นก็พบว่า เครื่องบินลำที่ขัดข้องได้ตกลงมาและไม่พบผู้รอดชีวิต แต่ยังดีที่ “โจ อินชาง” ได้วิ่งเข้าไปเอาแผนที่นำทางได้ทันเวลาก่อนที่เครื่องบินลำนั้นจะเกิดระเบิดขึ้นมาซ้ำสอง 

และในเมื่อเครื่องบินลำที่ตกนั้นไม่เหลือผู้รอดชีวิต “โจ อินชาง” ต้องทำหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการนี้เเทน ในการเดินทางไปยังเกาหลีเหนือครั้งนี้ อีกภารกิจก่อนที่จะไปเอานิวเคลียร์ก็ต้องไปหาคนที่รู้ว่าตัวระเบิดนิวเคลียร์นั้นถูกซ่อนไว้ที่ไหนในเกาหลีเหนือ และคนที่รู้เรื่องนี้ก็คือ “รี ยุนเปียง” (รับบทโดย อี บยองฮอน) อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือ ที่ถูกขังอยู่ในคุก สาเหตุน่าจะมาจากการที่จะพยายามขายระเบิดนิวเคลียร์ให้กับชาติอื่น

“โจ อินชาง” และทีม ใช้เวลาไม่นานในการหา “รี ยุนเปียง” แต่ในระหว่างทางนั้น “รี ยุนเปียง” ได้ขอ “โจ อินชาง” ไปอาบน้ำ และด้วยความที่ว่า “โจ อินชาง” เป็นคนที่ใจอ่อนง่ายก็เลยให้ “รี ยุนเปียง” ได้ แต่ในขณะที่อาบน้ำนั้น “รี ยุนเปียง” ก็ได้ใช้มีดกรีดที่หลังศีรษะ เพื่อเอาเครื่องติดตามตัวออก และหลังจากนั้น ในระหว่างการเดินทาง “รี ยุนเปียง” ก็ได้ขอเข้าห้องน้ำและทำร้ายทหารในทีม ได้หนีไปจากการควบคุมเพื่อที่จะกลับไปที่บ้าน เพื่อที่จะไปหาคำตอบอะไรบางอย่างที่ติดค้างอยู่ในใจมานาน “รี ยุนเปียง” กลับไปถึงที่บ้าน ก็พบกับภรรยาที่นอนซมอยู่บนเก้าอี้ตัวเก่า มีเพียงสองสิ่งเท่านั้นที่เขาอยากจะรู้จากภรรยา ก็คือ “เธอใช่ไหมที่เป็นคนเปิดโปงเรื่องราวทั้งหมดที่ทำให้ฉันต้องติดคุก” คำตอบที่ได้มาคงไม่ได้เกินคาดอะไรจากที่ “รี ยุนเปียง” คิดเอาไว้ นั้นคือ ใช่ ภรรยาของ “รี ยุนเปียง” เปิดคนเปิดโปงเรื่องราวนั้นกับรัฐบาลของเกาหลีเหนือ และคำถามที่สองก็คือ “รี ยุนเปียง” ได้ถามกับภรรยาว่า ลูกของตนเองไปไหน ภรรยาได้ตอบว่าไปอยู่กับญาติที่โพซอน ก็ยิ่งทำให้ “รี ยุนเปียง” ยิ่งเกิดความโมโหเข้าไปอีก ก็เพราะว่าลูกสาวของ “รี ยุนเปียง” ยังเล็กอยู่ จึงทำให้เขาพยายามที่จะใช้ปืนยิงภรรยาของตัวเอง แต่  “โจ อินชาง” ก็ตามเข้ามาห้ามไว้ แต่ก่อนที่ “รี ยุนเปียง” จะออกไปก็ได้พูดกับภรรยาไว้ว่า “ไว้เจอกันในนรก” 

ในระหว่างการเดินทาง ไปตามหานิวเคลียร์ของ “โจ อินชาง” นั้น ทางฝั่งเกาหลีใต้ก็ถูกกองกำลังทหารของ สหรัฐอเมริกาบุกเข้าไปยังฐานปฏิบัติการ เพื่อที่จะให้ทีมงานของ “จุน ยูคยอง” หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะขัดต่อข้อตกลงที่เคยมีให้กันไว้ หลังจากนั้น กองกำลังทหารของ สหรัฐอเมริกาตามไปยังเกาหลีเหนือเพื่อที่จะหยุดยั้ง ภารกิจของ “โจ อินชาง” และได้เกิดการปะทะกันเกิดขึ้นบนแผ่นดินของเกาหลีเหนือ จึงทำให้ “รี ยุนเปียง” และ “โจ อินชาง” ต้องร่วมมือกันเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

แต่เราก็ต้องอย่าลืมว่าเป้าหมายแรกของ “รี ยุนเปียง” คือการที่เข้าไปแฝงตัวเพื่อที่จะเอาอาวุธนิวเคลียร์ไปขาย และแน่นอนว่าในจังหวะที่กำลังต่อสู้กับกองทัพของสหรัฐอเมริกา “รี ยุนเปียง” ได้ฉวดเอาโอกาสนี้เพื่อที่จะขโมยอาวุธนิวเคลียร์ไปขาย โดยที่ได้พา “โจ อินชาง” ขึ้นมาบนรถด้วย แต่ทิ้งลูกน้องของ “โจ อินชาง” ไว้ ให้พวกทหารสหรัฐจับตัวไป ในขณะที่ “โจ อินชาง” และ “รี ยุนเปียง” กำลังหนี้จากกองทัพสหรัฐ “รี ยุนเปียง” ได้ใช้ไฟฟ้าช็อต “โจ อินชาง” จนหมดสติไป แล้วจับใส่กุญแจมือไว้ พร้อมขับรถไปยังเส้นทางที่จะไปเอาอาวุธนิวเคลียร์ไปขาย แต่ในขณะที่กำลังไประหว่างทาง กองทัพสหรัฐตาม มาเจอ “โจ อินชาง” และ “รี ยุนเปียง” ทั้งสองจึงตัดสินใจร่วมมือกันอีกครั้ง เพื่อที่จะหนี้จากการตามล่าของกองทัพสหรัฐ แต่ในขณะที่กำลังหนีอยู่ในมินิมาร์ทล้าง ทุกอย่างก็ดูเหมือนว่ากำลังมาถึงทางตันโดนกองทัพสหรัฐได้เอาปืนเล็งมาที่ทั้งสองคน แต่ยังโชคดีที่มีลูกน้องของ “โจ อินชาง” ที่หนีรอดมาได้สองคนได้ขับรถพุ่งเข้ามาในร้าน และช่วยสองคนนั้นได้ทันเวลา 

ตัดกลับมาที่กองบัญชาการที่เกาหลีใต้ หลังจากที่ “คัง บงแร” ถอดใจจากภารกิจการช่วยวางแผนระเบิดเพ็กตู ก็ได้เดินทางไปที่ท่าเรือเพื่อที่จะเตรียมอพยพ และในเวลาเดียวกันนั้น “ชเว จียอง” (รับบทโดย เบ ซูจี) ภรรยาของ “โจ อินชาง” กำลังเดินทางไปที่ท่าเรือเพื่อที่จะอพยพ แต่ต้องเจอกับการปะทุครั้งที่สอง ทำให้ “ชเว จียอง” ติดอยู่บนสะพานไม่สามารถหนีออกมาบนรถได้ แต่โชคยังดีที่ “ชเว จียอง” รอดตายจากเหตุการณ์นี้ได้เเล้ว รีบกลับไปที่ท่าเรือ ก็ได้ไปเจอกับ “คัง บงแร” ที่กำลังนั่งอยู่บนรถที่กำลังออกเดินทาง และในจังหวะที่ทหารกำลังตรวจสอบเอกสารของ “ชเว จียอง” ด้วยความบังอิญหรือตั้งใจก็ตาม ทำให้  “คัง บงแร” ได้ยินว่า “ชเว จียอง” คือ ภรรยาของ “โจ อินชาง” ที่กำลังปฏิบัติภารกิจยู่ที่เกาหลีเหนือ ทั้งคู่ได้มีการพูดคุยกันบนรถ ขณะเดินทางออกนอกเมือง แต่ “คัง บงแร” ไม่ยอมบอกว่า ตัวเองเป็นคนเกาหลี และไม่บอกว่ารู้จักกับ “โจ อินชาง” 

และในเวลาเดียวกัน เหตุการณ์ในเกาหลีเหนือ ในระหว่างที่ “โจ อินชาง” และ “รี ยุนเปียง” กำลังเดินทางไปยังที่ๆ จะวางระเบิด “รี ยุนเปียง” เอาปืนจ่อไปที่ “โจ อินชาง” และลูกน้องได้เอาปืนจ่อไปที่ “รี ยุนเปียง” จนกระทั่งเดินทางมาได้ระยะหนึ่ง “โจ อินชาง” ก็เริ่มจะถอดใจกับการที่จะทำภารกิจ เลยตัดสินใจว่าจะยกตัวนิวเคลียร์ให้กับ “รี ยุนเปียง” เพราะ “โจ อินชาง” เชื่อว่า ภรรยาได้อพยพไปจากเมืองแล้ว ระหว่างนั้น ทั้งคู่คุยกันบนรถกันไปมาโดยได้ข้อสรุปออกมาว่า “รี ยุนเปียง” จะไม่เอานิวเคลียร์และขอลงจากรถไปเมื่อถึงทางแยกที่จะไป เพราะเส้นทางที่จะวางระเบิดกับเส้นทางที่ “รี ยุนเปียง” จะเอาของไปส่งนั้นคนละทางกัน 
 
“รี ยุนเปียง” ได้เดินทางไปยังสถานที่นัดหมายเพื่อที่จะไปหาลูกสาว และในขณะที่ “รี ยุนเปียง” กำลังเดินทางหาลูกก็ไปเจอกับเศษผ้าที่ระบุได้ว่าเป็นของลูกสาว ก็เลยพยายามเดินตามหา จนเจอลูกสาวแต่ด้วยความว่าไม่ได้เจอกันนาน “รี ยุนเปียง” มีความลังเลว่าเด็กคนนั้นใช่ลูกสาวของตัวเองหรือเปล่า แต่ด้วยความที่ว่าถึงแม้ไม่ได้เจอกันนานแค่ไหน อะไรบางอย่างในตัวเด็กคนนั้นก็บอกว่า เด็กคนนี้คือลูกของตัวเองจริงๆ แต่ในขณะที่ “รี ยุนเปียง” กำลังพยายามคุยกับลูกสาว กลุ่มคนที่ต้องการจะเอานิวเคลียร์จาก “รี ยุนเปียง” ก็เข้ามาหาถามถึงของที่ “รี ยุนเปียง” รับปากว่าจะเอามาให้ แต่ “รี ยุนเปียง” ไม่มีของนั้น หัวหน้าแก๊งนั้นก็เลยใช้ปืนยิงไปที่ท้องของ “รี ยุนเปียง”  
 
ในเวลาเดียวกันนั้น ทางฝั่งเกาหลีใต้ไม่ลดละความพยายามที่ช่วยเหลือทีมของ “โจ อินชาง” โดยการที่ “จุน ยูคยอง” กลับเข้าไปยังกองบัญชาการที่โดนทหารของสหรัฐยึดไป เพื่อเข้าไปเอาข้อมูลต่างๆ ออกมาให้กับ “คังบงแร” เพื่อที่จะดูว่าจุดไหนเป็นจุดที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการระเบิดได้ดีที่สุด ในระหว่างที่ “จุน ยูคยอง” กำลังจะออกจากกองบัญชาการ ก็ได้มีทหารของ สหรัฐขับรถตามออกมา เพราะเห็นว่า “จุน ยูคยอง” แอบเอาข้อมูลออกไป แต่ก็ได้มีลูกน้องของท่านประธานาธิบดี เข้ามาช่วยไว้ “จุน ยูคยอง” จึงสามารถเอาข้อมูลออกมาได้ และติดต่อไปหา “โจ อินชาง” เพื่อบอกตำแหน่งใหม่ และในเวลานั้นเอง ที่ “โจ อินชาง” ได้รู้ว่าภรรยาของเธอไม่ได้อพยพออกไป เนื่องจากตอนนั้นเกิดแผ่นดินไหวเกิดขึ้น ทำให้ที่ท่าเรือเกิดความวุ่นวาย 

เมื่อ “โจ อินชาง” รู้ว่ามีการเปลี่ยนสถานที่ที่จะวางระเบิดจึงขับรถกลับไปหา “รี ยุนเปียง” ซึ่งเป็นคนที่รู้เรื่องแผนที่ ในระหว่างที่กำลังขับรถกลับไป ก็มีทหารสหรัฐช่วยชีวิตของ “รี ยุนเปียง” ไว้ในขณะที่กำลังจะถูกหัวหน้าของกลุ่มที่จะเอานิวเคลียร์ยิงซ้ำ และก็เกิดเหตุปะทะกันเกิดขึ้น ในช่วงเวลาที่ “โจ อินชาง” เดินทางมาถึงพอดี และในเวลานั้นเองทุกคนก็ได้รู้ว่า “โจ อินชาง” ได้เริ่มกดตั้งเวลา ระเบิดนิวเคลียร์ไว้แล้ว ซึ่งจะตรงกับเวลาที่ภูเขาไฟเพ็กตูปะทุเป็นครั้งที่สามและเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุด หลังจากนั้น ฝ่ายทหารเห็นท่าทางไม่ดีจึงถอยทัพออกไปพร้อมกับกลุ่มคนที่จะมาเอานิวเคลียร์ “รี ยุนเปียง” จึงฝากลูกของตัวเองกลับไปพร้อมกับลูกน้องของ “โจ อินชาง” และให้กิ๊ฟท์ติดผมไว้เป็นของแทนใจ และพูดกับลูกสาวประมาณว่า ตัวเองมีโอกาสได้เจอลูกแล้ว ได้ให้อะไรกับลูกสาวแค่นี้ก็ดีมากแล้ว และตัดสินใจเดินทางไปกับ “โจ อินชาง” เผื่อที่จะเอาระเบิดไปให้ทันเวลา 

เมื่อถึงที่หมายแล้ว “โจ อินชาง” และ “รี ยุนเปียง” ช่วยกันหาวิธีที่จะทำให้เอานิวเคลียร์ไปถึงยังจุดหมายที่  “คังบงแร” ได้บอกไว้ แต่มันต้องมีคนที่ลงไปด้านล่างแล้วเข็นมันต่อ  “รี ยุนเปียง” หลอกให้ “โจ อินชาง” ออกไปจากลิฟต์ตัวนั้น แล้วอาสาตัวเองลงไปแทน พร้อมกับฝากลูกไว้กับ “โจ อินชาง” เลี้ยงดู เพราะในเวลานี้ “รี ยุนเปียง” ไว้ใจ “โจ อินชาง” มากที่สุด พร้อมกับบอกว่า “รู้ไหมทำไมคนเราถึงไม่มีตาข้างหลัง เพราะว่าเราไม่มองย้อนกลับไปยังไงล่ะ” 

สุดท้ายแล้ว “รี ยุนเปียง” ก็นำนิวเคลียร์ไปยังที่หมายได้สำเร็จ แล้วช่วยให้เกาหลีรอดจากมหันตภัยภูเขาไฟเพ็กตูปะทุ หนึ่งปีต่อมา ลูกสาวของ “รี ยุนเปียง” ก็ได้มาอยู่กับครอบครัวของ “โจ อินชาง” เป็นครอบครัวที่อบอุ่น และ ทำให้ลูกสาวของ “รี ยุนเปียง” กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ตามที่เขาอยากให้เป็น

Comments