แฟนซีรีส์ “เพื่อนรัก เพื่อนร้าย” ต้องอ่าน! “ดีเจนุ้ย” เล่าทั้งความแซ่บความฮาในกอง

แฟนซีรีส์ “เพื่อนรัก เพื่อนร้าย” ต้องอ่าน! “ดีเจนุ้ย” เล่าทั้งความแซ่บความฮาในกอง

3,257
1

แฟนซีรีส์ “เพื่อนรัก เพื่อนร้าย” ต้องอ่าน! “ดีเจนุ้ย” เล่าทั้งความแซ่บความฮาในกอง
            
      ต้นเรื่องก็กระแสแรงเป็นที่พูดถึงทั่วทั้งโซเชียลแล้ว กับซีรีส์ Club Friday To Be Continued ตอน “เพื่อนรัก เพื่อนร้าย” ที่ได้นักแสดงนำมากฝีมืออย่าง “กิ๊บซี่ วนิดา เติมธนาภรณ์” และ “สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข” มาปะทะความแรง ความเผ็ด และความมันส์ ซึ่งในภาคก่อนหน้านี้ประสบความสำเร็จสุดๆ แต่ไม่เพียงแค่นักแสดงนำเท่านั้นที่ทำให้แฟนๆ ติดใจ เพราะบรรดานักแสดงในเรื่องก็สร้างสีสันให้ซีรีส์ครบรสมากขึ้น และเมื่อมีโอกาสได้พูดคุยกับหนึ่งนักแสดงของเรื่อง อย่าง “ดีเจนุ้ย ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร” เจ้าตัวก็ได้เล่าถึงฟีดแบ็คให้ฟังว่า

      “กระแสดีมากๆ เพราะด้วยความที่ภาคแรกมันได้รับการตอบรับดีอยู่แล้ว พอมาทำภาคต่อ แค่ปล่อยทีเซอร์ปุ๊บ มันก็กลายเป็นแบบว่ากระหึ่ม กระแสตอบรับดี ดีที่สุดเลยครับ พอออนไปคือคนชอบ คนก็มีทีมการ์ตูน ทีมเชอร์รี่อยู่แล้ว คือแต่ละคนมีทีมอยู่ในใจตัวเองอยู่แล้ว

      ซึ่งตอนเราเล่น เราอยากให้มันรู้สึกต่างไปจาก I wanna be sup'tar ที่เราเคยเล่น คือเล่นตามคาแรคเตอร์ของเรื่อง เพราะเรื่องนี้มันเป็นแบบวัยทำงาน มีหน้าที่ ความรับผิดชอบ คือเป็นหัวหน้างาน หัวหน้าทีมของการ์ตูนอีกทีนึง ในทีมก็จะมีพี่ตุ๊ก ชนกวนันท์ อีกคนนึง เราก็จะเป็นแบบว่า ผู้เชี่ยวชาญในด้านการจัดงานอีเว้นท์ ที่แบบว่าพี่เอ คือพี่ต้อม เป็นคนมอบหมายให้ เพราะฉะนั้นนุ้ยก็เลยวางว่า เราก็ไม่ใช่ขี้ๆ ไม่ธรรมดา ตัวนี้เค้าต้องมีความสามารถ คือเค้าเป็นเก้งหลากความสามารถ เก้งก็ต้องมีจริตความเป็นเก้งอยู่ แต่เก้งที่มีความสามารถก็ต้องแบบกรี๊ดกร๊าดได้แค่บางอารมณ์ แต่บางอารมณ์ก็ต้องทำงาน นอกจากความนิ่งในการทำงานที่นุ้ยใส่ลงไปแล้วให้ดูแก่กล้าในการทำงาน เรายังต้องต่อสู้ฟาดฟันกับปอ ที่เป็นหัวหน้าทีมของเชอร์รี่ ซึ่งตอนฟาดฟันเนี่ย มันเป็นอะไรที่แบบนุ้ยเชื่อว่าอินเนอร์ อารมณ์ของการพุ่งเนี่ย ไม่ยิ่งหย่อน แต่ตัวเราเป็นคนตัวเล็ก เราเลยต้องเล่นยังไงก็ได้ให้มันพุ่งออกมาเกินตัวเรา ที่จะไปต่อสู้กับเค้า เพราะว่าในบทบางครั้งสำหรับนักแสดงมันก็ระดับนึง แต่ผู้กำกับฯ บอกว่า เฮ้ยถึงตรงนี้ต้องถึงขั้นตบกันแล้วนะ ถึงขั้นผลักกันแล้วนะ มันก็เลยทำให้แบบว่า ในช่วงที่มีการผลักกัน นุ้ยเป็นฝ่ายล้มเองถึงสามสี่รอบ เพราะนุ้ยตัวเล็ก คืออ๋องตัวใหญ่กว่า ก็คือโซซัดโซเซกันอยู่สามสี่รอบ แบบตบเองล้มเอง เพราะกำลังเราสู้เค้าไม่ได้ แต่อินเนอร์บอกเลยว่าไม่แพ้ มาเต็ม สู้ตาย คือเล่นจริงอะ ตัวสู้ไม่ได้อยู่แล้ว เพราะงั้นมันต้องทำไงก็ได้ให้เรามีแรงที่จะสู้เค้าให้ได้ อะไรแบบนี้ แต่ก็ไม่ถึงกับตบล้างน้ำจนดูกันไม่รู้เรื่อง คือต่างคนก็ต่างมีเหตุผลในการปกป้องทีมตัวเอง ต่อสู้กันอย่างมีเหตุผล

      ส่วนกับ ‘ดีเจอ๋อง‘ เราก็จะมองหน้ากันตลอดเวลาอยู่แล้ว ว่าเราต้องฟาดฟัน ช่วงไม่เล่นเราก็ทำเฉยๆ นิ่งๆ ไป แต่พอเล่นแล้ว ต่างคนก็ต่างมาแล้ว พอในซีนปุ๊บ มันก็จะเกิดอาการแบบว่าประหม่ากัน กลัวกันเล็กน้อยในฉาก ตอนเล่นจริงทุกคนก็มาเต็มหมด อ๋องก็จะเป็นแนวแบบว่าใส่นู่นใส่นี่เข้ามาเรื่อยๆ ส่วนผู้กำกับฯ เองก็จะเป็นแนวต่อเติม คือผู้กำกับฯ เรื่องเนี้ยซาดิตส์ สมมติเรื่องมี 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ใส่เติมเข้าไป 120 ฉากที่จะต้องพูดกันแค่นี้ ก็ต้องยกเท้าขึ้นมา เอามือปัดฝุ่นไปที่เท้า ทำให้จากเรื่องเบาๆ เล็กๆ น้อยๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ ขอใช้คำว่าสร้างเรื่อง ทำให้เป็นเรื่องใหญ่อะ (หัวเราะ) แต่กระแสดีมาก ด้วยความที่คนเข้าข้างการ์ตูนเยอะ เพราะการ์ตูนก็โดนอะไรมาไม่ใช่น้อย เราในฐานะที่อยู่ทีมการ์ตูน เราก็จะได้รับเสียงเชียร์ไปด้วย ก็จะมีทีมเบญมาด้วย

      เรื่องผิดคิวก็มีเกี่ยวคออ๋องไป แบบว่าช้ำอยู่นิดนึงเหมือนกัน ไม่รู้ไปผลักกันท่าไหนไม่รู้ เพราะว่ามันต้องชนกันหลายรอบจริงๆ พอมาอีกรอบก็ เอ้า อ๋องคอแดงไปแล้ว คือแบบนุ้ยเป็นคนเล่นแบบหลุดไปเลย ถ้าโมโหคือจะโมโหสุดๆ ไปเลยจริงๆ อะ เล่นแล้วก็หลุดและลืม แล้วก็เอ้าตายแล้ว ฉันใส่แรงไปขนาดนี้เลยหรอ ก็ขอโทษขอโพยกันไปฮะ คือจริงๆ เล่นแล้วมันยั้งได้ แต่เราเป็นคนที่ถ้ามาก็ต้องมาเลย ไม่งั้นมันจะไม่ออกทางแววตา เพราะนุ้ยรู้สึกว่านุ้ยดูในละครแล้ว คือหน้านุ้ยเป็นคนหน้ายิ้มไง ถ้าเล่นแล้วมันยังกลบความยิ้มของตัวเองไม่ได้ มันก็ไม่ได้อ่ะ เพราะมันต้องจริงจัง ต้องต่อสู้ มันต้องสู้เพื่อทีมของเรา สู้เพื่อเพื่อนของเรา สู้เพื่อปกป้องทีมไว้

      สิ่งที่ยากที่สุดของซีรีส์สำหรับเรา การต่อสู้กันนี่แหละ เพราะว่าชีวิตนุ้ยเป็นคนซอฟท์ๆ อ่ะ (หัวเราะ) ก็จะมีหลายๆ ครั้งที่ผู้กำกับฯ ชอบต่อเติม ชอบสร้างความร้าวฉาน ความรุนแรง นุ้ยมองว่าอย่างงี้นะ คือเค้าคงมองขาดหมดทุกสิ่งทุกอย่างแล้วล่ะ ว่าในตอนนี้ที่มันมีพูดแค่นี้ โต้เถียงแค่นี้ แต่ผู้กำกับฯ ชอบมาใส่คำที่มันรุนแรงสำหรับคนเรียบร้อยอย่างเราอ่ะ (หัวเราะ) เค้าเติมหน้างาน เค้าชอบให้เราตีกัน ให้เราร้าวฉานกัน ชอบหาคำศัพท์ที่แบบว่า คือเอาง่ายๆ พี่กู่เค้าเป็นคนที่กำกับเอ็มวีทุกเอ็มวีของปาน ธนพร เพราะฉะนั้น ร้าวฉานยังไง ก็ร้าวฉานแบบนั้น ละครเรื่องนี้เป็นแบบนั้นเลยอ่ะ ต้องลองนึกถึงเอ็มวีของปาน มะม่วงแรด อะไรแบบนี้ เค้าก็จะมีการใส่อะไรลงไปเยอะๆ แล้วที่ยากอีกอย่างคือเราต้องเล่นจริงจัง แต่ว่ามันขำอะ นึกออกไหม ในฉากมันไม่ได้มีแค่นุ้ย แค่อ๋อง มันยังมีพี่อ้วน รีเทิร์น มีรัศมีแข มีพี่ตุ๊ก ชนกวนันท์ มีบี้ KPN คือแบบฉากที่เราตั้งใจจะเล่นของเรา อย่างล่าสุดที่ออนแอร์ไปเมื่อวันจันทร์ ฉากที่นุ้ยพูดว่า หัวเราะทีหลังดังกว่า แล้วนุ้ยก็หัวเราะขึ้นมา คือบี้ก็หยุดไม่ได้ บี้ก็หัวเราะตาม ฉากนั้นก็สามสี่เทปอยู่เหมือนกัน แล้วก็มีบางอัน แบบรัศมีแข ต้องเล่นแอ๊บแบ๊ว นกสองหัว เราก็ขำในความแบ๊วของรัศมีแข เราก็หยุดไม่ได้ มันจะมีอะไรแบบนี้หลายอย่าง แล้วอุปสรรคของกองก็คือ ในเรื่องมันต้องมีน้องหมาด้วย ซึ่งหมาก็โตเร็วมาก เรื่องนี้เราซื้อหมาใหม่ 3 ตัว เพื่อที่จะถ่ายให้มัน continued ให้หมามันไม่โต เพราะว่าพอถ่ายไปปุ๊บ เอ้าหมาโตอีกแล้ว คือในเรื่องหมาเนี่ยต้องทรงตัวแบบนี้อยู่ตลอดเวลา พอถ่ายๆ หมาโต ก็ต้องซื้อหมาใหม่ 3 ตัว อะไรแบบนี้อ่ะ (หัวเราะ)

      แล้วมันจะมีคำพูดที่แบบเชือดเฉือนอะไรหลายๆ อย่าง มันก็จะเป็นแบบคำสำคัญ คือนุ้ยอ่านบทแล้วมันจะมีหลายๆ อันที่จะต้องเอาไปเป็น Quote of the day อะไรแบบนี้ คือเรื่องนี้มันมีทั้งเรื่องจริงๆ เพราะมันเชือดเฉือนหมดทั้งเรื่อง ถึงไม่มีในบท ผู้กำกับฯ ก็เอามาเติมอยู่ดี

      สำหรับเรื่องที่คนจับตามองเรื่องแฟชั่น แฟชั่นของนุ้ยเนี่ย มันก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะให้สั้นขนาดนั้น (หัวเราะ) คือเราก็ไม่ได้พร้อมจะโชว์เนื้อหนังมังสา คือจริงๆ ยังมีสั้นกว่านั้นอีกนะที่ปฏิเสธเค้าไป คือมันไม่ไหวจริงๆ คือใส่จนมันปลิ้นไปหมดแล้วอ่ะ ก็เลยแบบนุ้ยขอระดับสั้นประมาณนี้ก็พอ แล้วก็บู้ทยาวของเราอะไรว่าไป แต่ที่เปลี่ยนสุดคือทรงผม คือบางคนมองว่าเกาหลีนะ ตอนแรกๆ ถ่ายภาพนิ่งมา ทุกคนบอกว่าโอปป้าซารางเฮมาก แต่พอถ่ายๆ ไปก็เริ่มคล้ายๆ ป้า คล้ายๆ อาจุมม่า (หัวเราะ) ก็ทนๆ กันไป อะไรอย่างนี้ จะมีแฟชั่นเด็ดกว่านี้ไหม ก็ต้องรอดูกันครับ ว่าจะอะไรยังไง

      สิ่งที่อยากจะบอกคนดูคือ คลับฟรายเดย์คือเรื่องราวในการสะท้อนชีวิตสังคม คือมันเป็นภาพสะท้อนอะไรหลายๆ อย่างที่เราเรียนรู้มันได้ เรียนรู้เพื่อที่จะไม่ทำให้มันเกิดในชีวิตจริง หรือว่าเป็นอุทาหรณ์สอนใจ คือมันสอนในการใช้ชีวิตได้ และที่สำคัญกว่านั้น สำหรับนุ้ยเองคืออ่านบทแล้วมันไม่ใช่แค่สนุกอ่ะ แต่มันโคตรสนุก แล้วตอนนี้ก็มีคนเอามันมาตีความ แล้วเอามันมาถ่ายทอดโดยผู้กำกับฯ ที่มาสายดาร์คโดยตรงเลย (หัวเราะ) นุ้ยก็เลยมีความรู้สึกว่ามันจะยิ่งเข้มข้นสุดๆ พร้อมกับกลิ่นอายที่มันเคยได้รับความนิยมอยู่แล้ว ตั้งแต่ที่ผ่านมา จนมันทำให้ต้องมี to be continued รอบนี้มันก็จะยิ่งเข้มข้นไปหมดเลย นุ้ยมองว่าอะไรที่มันขาด มันจะกลมกล่อมในเรื่องนี้ อะไรที่มันเกินมันจะถูกตบลงมาให้มันพอดีในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นดูเถอะฮะ สนุกแน่นอน”

ซีรีส์ดัง #เพื่อนรักเพื่อนร้าย ดีเจนุ้ย บันเทิง ดารา นักแสดง กระแสแรง Club Friday To Be Continued

ยังมีเรื่องราวที่คุณสนใจอีก!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รูปภาพที่คล้ายกับข่าวนี้!

Gallery ที่เกี่ยวข้อง

Comments