ล้วนแต่อยู่ในแฟ้มของตํารวจทั้งนั้น เรื่องนี้ตื้นลึกหนาบาง "ธุรกิจซีดีเถื่อน " คนที่รู้ดีที่สุดคือ "ตํารวจ" ข้อมูลทุกอย่างที่ลงทางสื่อสิ่งพิมพ์ ตํารวจเปิด แฟ้มให้นักข่าวดูว่าเป็นยังงั้น ยังงี้ มี "ขาใหญ่ " ที่นั่นที่นี่
แต่ไม่น่าเชื่อว่า "ข้อมูล " เหล่านี้ กลับนิ่งอยู่ในแฟ้ม ไม่มีผลปฏิบัติแต่อย่างใด? ทุกวันนี้ "เทปผี-ซีดีเถื่อน" ก็ยังระบาดเหมือนเดิม
กรณี "โปงลางสะออน " วงดนตรีพื้นบ้านที่มีฝีมือ กว่าจะประสบ ความสําเร็จมามีชื่อเสียงโด่งดังจนถึงทุกวันนี้ ทํางานหามรุ่งหามค่ำ แทบเป็นแทบตาย แต่พอจะได้ "ผลบุญ " จากน้ำพักน้ำแรงคืนบ้าง ก็ถูก "ผีหลอก " ตั้งแต่หัววัน
คําว่า "หัววัน " คือ เทปคอนเสิร์ตของ "โปงลางสะออน " ของจริงยังไม่วางจําหน่าย แต่กลับถูก "พ่อค้าผี " นําคอนเสิร์ตเก่าที่ "โปงลางฯ" เล่นอยู่ตามสถานที่ต่างๆ แล้วใส่ปกคอนเสิร์ตล่าสุด ไปหลอกขายหน้าตาเฉย
คนที่ทํามาหากินโดยสุจริต ตั้งใจผลิตผลงานเพื่อสร้างความบันเทิงให้คนดู เจอกับเรื่องนี้จนชิน...แต่คําว่า "ชิน " กับคําว่า "หยุดนิ่ง " เป็นคนละเรื่อง...ถ้าเมื่อไหร่ที่ทํามาหากินสุจริต ไม่โวยวาย ไม่ออกมาเรียกร้องตามสิทธิที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ยิ่งทําให้พวกผีได้ใจ
ก่อนนี้ "เสี่ยเจียง-สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ " ก็เคยพาคนบันเทิงบุกทําเนียบ เรียกร้องให้ปราบกันจริงๆ จังๆ หน่อยเถอะ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า
"จาฤก กัลย์จาฤก " ผู้บริหาร "กันตนา" ทําหนังเรื่อง "ก้านกล้วย " ออกฉาย...ลงทุนไป 150 ล้าน หนังยังไม่ออกจากโรงพวกผีก็เข้าขย่มเสียแล้ว...น่าเจ็บใจชะมัด...ที่สําคัญ คือ คนทํามาหากินโดยสุจริต จะเอากําลังใจที่ไหนทํางาน ถ้าหากว่า "เศรษฐีโจร" ยังเต็มบ้านเต็มเมืองอยู่อย่างนี้
ข้อมูลการสอบสวนของตํารวจ ที่มีอยู่ในแฟ้มจริงๆ ไม่ใช่ยกเมฆ...ระบุเอาไว้ชัดเจน แหล่งจําหน่าย "ซีดีเถื่อน" ที่ทุกคนรู้ดี คือ ห้างพันธ์ทิพย์พลาซ่า, คลองถม, ฮอลลีวู้ด สตรีท-ย่านราชเทวี, ศูนย์การค้าตะวันนา-ย่านบางกะปิ, ห้างมาบุญครอง-สามย่าน, บ้านหม้อ, สะพานเหล็ก, สะพานพุทธ
แหล่งจําหน่ายต่างๆ เหล่านี้ มีที่มาจากแหล่งผลิตเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น ได้แก่ ย่านจังหวัดนนทบุรี, ถนนพุทธ-มณฑลสาย 5, ย่านแสมดํา บางขุนเทียน, เมืองทองธานี, พนัสนิคม จ.ชลบุรี
แหล่งผลิตเหล่านี้เป็นแค่ "น้ำจิ้ม " ยังมีแหล่งผลิตใหญ่ๆ ที่ตั้งอยู่ตามรอยตะเข็บชายแดน ที่ทํากันอย่างเป็นอุตสาหกรรม
เงินหมุนเวียนไหลอยู่ในธุรกิจนี้ เฉพาะเขตกรุงเทพ ไม่ต่ำกว่าวันละ 200 ล้านบาท ว่ากันว่ารายได้ตรงนี้จะแบ่งให้ตํารวจระดับแถวหน้า ไม่ต่ำกว่าหลักแสนบาทต่อเดือน ส่วนตํารวจชั้นประทวนรองลงมา ได้ 3-4 หมื่นบาทต่อเดือน
รหัสเหล่านี้ ถอดออกมาจากข้อมูลในแฟ้มตํารวจทั้งนั้น... คนในวงการรู้ดี ไม่ใช่เรื่องปิดบังหรือลึกลับอะไรเลย แต่ทําไม "ซีดีเถื่อน" ยังระบาดอยู่ไม่หยุด
ตํารวจที่ปล่อยข้อมูลนี้ออกมา หวังผลอะไรกันแน่...ทั้งๆ ที่มีหน้าที่ปราบปราม...หรือว่าเป็นการเรียกร้องผลประโยชน์ที่เพิ่ม สูงขึ้น ขู่ว่ารู้นะว่าใครทําอะไร...จะต้องจ่ายมาเสียดีๆ...ส่วนราคาเดิมไม่รับ ขอรับ "อัตราใหม่"...เป็นยังงั้นหรือ?
ปัญหา "วีซีดีเถื่อน " ไม่ใช่เรื่องถกเถียง เพื่อจะเอาเหตุผลว่า ใครผิด-ใครถูก แต่มาหาข้อตกลง หาความพอดี ในการสร้างงานที่ถูกต้องทั้งกรอบกฎหมาย จริยธรรม และเป็นพาณิชย์ด้วย ผู้ประกอบการทุกราย เขายินดีปฏิบัติตามข้อบังคับ ขอให้มีมาตรการที่ชัดเจน
ปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้คือ ผู้ละเมิดในธุรกิจวีซีดี มีถึง 60% ของคนที่ทําถูกกฎหมาย วีซีดีโป๊เกลื่อนเมืองก็มาจากคน 60%..."วีซีดี เถื่อน" ที่ก๊อบภูมิปัญญาชาวบ้าน ก็มาจากคน 60% ดังกล่าว
ที่สําคัญคือ คน 60% ที่ทําผิดกฎหมายเหล่านี้ ก็มาจากการหนุนหลังของคนมีอํานาจ รายชื่อมาอยู่ในแฟ้มของตํารวจทั้งนั้น แต่ก็ไม่สามารถจัดการได้
ตํารวจในพื้นที่จะอ้างว่าไม่รู้...ไม่ได้...เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่จะสืบเสาะ เพราะระบบการปราบปรามของตํารวจมีสายสืบ ทั้งเป็นคนในเครื่องแบบ และจ้างคนนอกทํา
เมื่อ "ซีดีเถื่อน " ลอยนวล ตํารวจไม่สามารถจะปราบได้ เลยเป็นขบวนการที่เชื่อมโยงกับ "คลิปฉาว " ยิ่งระยะหลังๆ เศรษฐกิจตกต่ำกระทบถึง "ซีดีเถื่อน " เหมือนกัน เพราะคนไม่สนใจ เลยหันไปหา "คลิปฉาว " ตั้งค่าหัวให้กระบวนการพวกนี้
ใครถ่ายภาพดาราคนนั้นคนนี้ได้ จะให้ราคาตามเกรดของดาราว่าดัง-ไม่ดังแค่ไหน?...กรณี "โฟร์-มด" ก็เป็นผลพวงมาจากกระบวนการ "ซีดีเถื่อน" เช่นเดียวกัน
"ซีดีเถื่อน" คือต้นน้ำ ส่วน "คลิปฉาว" เป็นแค่ปลายน้ำ ถ้าไม่สามารถสกัด "ต้นน้ำ" ได้ ยังไงๆ น้ำก็ยังคงไหลอยู่ดี... นี่คือโจทย์สําคัญของคําว่า "คลิปฉาว" ♦
2 ตค. 2551