ภายใต้การนําของ "ศุภชัย เจียรวนนท์ " ได้เข้าซื้อหุ้น "ทรูวิชั่นส์ " หรือ ยูบีซีเดิม จาก "กลุ่มเอ็มไอเอช " ผู้ถือหุ้นใหญ่จากต่างชาติแบบยกล๊อต..ต้องยอมรับว่าวันนี้ เคเบิลทีวี รายใหญ่ที่สุดของประเทศ ดูดีกว่าเดิมแยะ
ก่อนนี้ "ทรูวิชั่นส์ " มุ่งขายที่รายการต่างประเทศ ที่มี "ต้นทุน " ค่าลิขสิทธิ์สูง จนต้องคิดค่าสมาชิกต่อเดือน 1-2 พันบาท..เงินในกระเป๋าที่ควักจ่ายในระดับนี้ ก็ต้องเป็นคนที่อยู่ในระดับกลางถึงบน
ส่วนระดับล่างๆ ก็ไม่ต่างจากหมาเห่าเครื่องบิน ไม่มีหวังที่จะได้ดู "ทรูวิชั่นส์ " อย่างแน่นอน..จนกลายเป็นข้อจํากัด ที่ไม่สามารถจะขยับเขยื้อนอะไรได้
จํานวนสมาชิกที่มีอยู่ 3-4 แสน ผ่านไป 4-5 ปีก็ยังคงเดิมถ้าขยับก็ระดับน้อยนิด..เพราะปิด "โอกาส " คนดูในระดับเบี้ยน้อยหอยน้อย แต่วันนี้ "ทรูวิชั่นส์ " ไม่ใช่เคเบิลทีวี ที่คนระดับเศรษฐีเท่านั้น ที่จะดูได้ เมื่อมีแคมเปญต่างๆ ออกมามากมาย และไม่ใช่การ "ขายฝัน" แต่เป็นความจริงที่ทุกคนสัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรม
สังเกตไหมครับ?...ไม่ว่าจะเดินไปไหน จะเห็นจานสีแดงติดอยู่ตามหลังคาบ้านเต็มพรืดไปหมด..ก่อนนี้เราจะเห็นเสาทีวีขึ้นอยู่ตามหลังคาบ้าน
"จานแดง " ที่ว่า นอกจากจะแทนเสาอากาศ ยังสามารถดูรายการใน "ทรูวิชั่นส์ " ได้ถึง 32 ช่อง และเป็นการ "ขายขาด " นั่นคือจ่ายเงินครั้งเดียวประมาณ 3 พันกว่าบาท ไม่ต้องจ่ายอีกเลย แถมได้ดู "ทรูวิชั่นส์ " ฟรีๆ 32 ช่อง
ปกติเสาทีวีที่ติดอยู่ตามบ้านเรือน สนนราคาก็ปาไป 1-2 พันบาท ถ้าจะเอาระดับเจ๋งจริงๆ ดูชัดแจ๋วทุกช่อง ก็ต้องมีเงินในกระเป๋าไม่ต่ำกว่า 3 พันเหมือนกัน สู้เอามาจ่ายจาน ยังได้ "มูลค่าเพิ่ม" อีกมากมาย
จากกลยุทธ์ของ "ทรูวิชั่นส์ " ที่ปรับตัวมาตลอดในช่วงปี 2 ปี ตอนนี้ยอดสมาชิกของ "ทรูวิชั่นส์" ขยับไปอยู่ในหลักเกิน 1 ล้าน โดยแบ่งเป็น สมาชิกเกรดบี ถึง เอ ประมาณ 6 แสนราย สมาชิกระดับเกรดบีลงมา หรือระดับชาวบ้านประมาณ 5 แสนราย กว่าจะถึงสิ้นปีน่าจะขยับมากกว่านี้ไม่ต่ำกว่า 3-4 เท่า โดยเฉพาะสมาชิกระดับแมส ทําให้ศักยภาพของ "ทรูวิชั่นส์" วันนี้คือ "สื่อ 2 ระบบ " ที่ติดจานแดงครั้งเดียวก็ดูได้ทั้ง "ฟรีทีวี " คือช่อง 3-5-7-9-เอ็นบีที และทีวีไทย และรายการของ "ทรูวิชั่นส์" อีก 32 ช่อง ซึ่งเป็นอยู่ในระบบเปย์ทีวี (ในอดีต)
การเป็น "สื่อทีวี " 2 ระบบ คือ พ้อยท์สําคัญของ "ทรูวิชั่นส์ " ที่รับกับกฎหมายสื่อวิทยุและโทรทัศน์ฉบับใหม่ ที่เพิ่งประกาศใช้
กฎหมายฉบับนี้ เขียนเอาไว้อย่างชัดเจน นั่นคือ ให้เคเบิลทีวี สามารถจะมีรายได้จากโฆษณาได้..แม้จะจํากัดแค่ 5-6 นาทีต่อชั่วโมง แต่ก็เป็นเม็ดเงินอีกทาง ที่ไหลเข้าสู่ "ทรูวิชั่นส์" นอกเหนือจากค่าสมาชิก
รายเดือน ที่สําคัญยังมี "จุดแข็ง " ที่เหนือกว่า "ฟรีทีวี ".."จุดแข็ง " ที่ว่านี้หมายถึง เอเยนซี เจ้าของผลิตภัณฑ์สินค้ามีคนเห็นแน่นอน ไม่ใช่การเหวี่ยงแหเหมือนกับ "ฟรีทีวี" ทั่วๆ ไป
อย่างสมาชิกที่เสียรายเดือน ปัจจุบัน "ทรูวิชั่นส์" มีอยู่ประมาณ 6 แสนราย..คนเหล่านี้ได้เห็นโฆษณาแน่ๆ แถมยังเป็น "ช่องทาง" ให้กับสินค้าราคาแพงได้โฆษณา เพราะสามารถเจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แบบตรงๆ ไม่สุ่มเสี่ยงเหมือนกับแพลนโฆษณาใน "ฟรีทีวี" ซึ่งไม่รู้ว่ากลุ่มไหนดูบ้าง เพราะรายการที่ออกอากาศทาง "ฟรีทีวี " ส่วนใหญ่จะมุ่งกลุ่มคนดูระดับแมสมากกว่า
ส่วนกลุ่มคนดูที่ติด "จานแดง " ซึ่งมีอยู่ประมาณ 5 แสนราย เป็นอีกช่องทาง ที่เปิดประตูรับสินค้าทั่วๆ ไป เหมือนกับที่มีอยู่ใน "ฟรีทีวี" แต่มีความชัดเจนของกลุ่มคนดูมากกว่า ตรงเป้ามากกว่า
อดีต "เคเบิลทีวี " ในบ้านเรา เป็นลูกเมียน้อยมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่อง "โฆษณา " แม้แต่ "ทรูวิชั่นส์" ก็เคยเรียกร้องเรื่องนี้มานาน ตั้งแต่ยังเป็น "ยูบีซี " แต่ก็ถูกกีดถูกกันมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่บ้านอื่นเมืองอื่นเขาให้เคเบิลทีวีมีโฆษณากันมานานแล้ว แต่ผู้บริหารบ้านเรากลับมองแค่เคเบิลทีวีเป็น "เปย์ทีวี " ซึ่งมีรายได้จาก "ค่าสมาชิก " เลยไม่ยอมให้มีโฆษณา สุดท้ายก็หนีความจริงไปไม่พ้น เมื่อกฎหมายทีวี-วิทยุ ไม่สามารถจะฝืนกฎเกณฑ์ของโลกได้ ต้องปล่อยให้เคเบิลมีโฆษณา ตามสัดส่วนที่ "ควรจะเป็น "
ตอนนี้ "ทรูวิชั่นส์" เพิ่มทางเลือกให้กับคนดูอีก 1 ช่องทาง เมื่อเปิดทีวีดาวเทียม ช่องข่าว 24 ชั่วโมงในชื่อช่อง "ทีเอ็นเอ็น 24 " เพื่อเอาใจ "คอข่าว " ได้อิ่มกับการเสพข่าวโดยไม่มีรายการอื่นคั่น
ก้าวขยับของ "ทรูวิชั่นส์" ไม่ต่างจากการเด็ดดอกไม้ ที่สะเทือนถึงดวงดาว ซึ่งส่งผลถึง "ฟรีทีวี" หวามไหวเหมือนกัน ♦
25 กย. 2551