และ สื่อมวลชน (บางคน) กรณีที่มองรายการ "เล่าข่าว" ในสื่อโทรทัศน์ว่า เป็นการนําเสนอรายการ "ข่าว" ที่ผิดหลักวิชาการ ไม่ต่างจากรายการ "บันเทิง" ที่มีค่าแค่ความสนุกเท่านั้น
มุมมองเหล่านี้ อาจจะถูก...แต่ไม่ "ถูกทั้งหมด" ถูกแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น..."เล่าข่าว" ก็เหมือนรายการข่าวในอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่ต่างจากการรายงานข่าวทั่วๆไป เพียงแต่ต่างที่ "วิธีนําเสนอ" เท่านั้น
การรายงานข่าว ที่จับเอาพิธีกร 3-4 คนมานั่งโต๊ะ แล้วก้มหน้าก้มตาอ่านข่าวที่เขียนเป็นสคริปท์วางอยู่ตรงหน้า..กับการให้พิธีกรข่าวมาจับประเด็นข่าวแล้วนํามา "เล่า"...ทั้ง 2 วิธีให้ข้อเท็จจริงเหมือนกัน เพียงแต่สีสัน และความน่าสนใจต่างกัน

รายการประเภท "เล่าข่าว"...ไม่ว่ายุคสมัยใดๆ ก็ต้องมีประดับจอแน่นอน ไม่มีทางหายไปจากจอทีวี ไม่ยังงั้นทุกช่องคงไม่มีรายการ ประเภท "เล่าข่าว" อยู่ในผัง แม้แต่วิทยุก็ยังมีรายการประเภทนี้
ปรากฏการณ์ "เล่าข่าว" ที่เกิดขึ้นในระยะหลังๆ สะท้อนให้เห็นว่า คนดู-คนฟัง ไม่ต้องการเสพอะไรแบบตรงๆ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องหนัก แต่ต้องการอะไรที่ไม่ค่อยจะเป็นทางการมากนัก ขณะเดียวกันก็ให้ "ความจริง" เหมือนกัน
"สรยุทธ สุทัศนะจินดา" ต้องถือว่า เขาเป็นคนปลุกรายการประเภท "เล่าข่าว" ขึ้นมา...จนประสบความสําเร็จในรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" รายการข่าวเช้าที่มีเรทติ้งสูงที่สุด เมื่อเทียบกับรายการข่าวในช่วงเดียวกันของช่องอื่น

"ช่อง 3" กับคอนเซ็ปท์ "ครอบครัวข่าว" ต้องยอมรับว่า เกิดขึ้นมาได้เพราะความแรงของ "เรื่องเล่าเช้านี้" จาก "สรยุทธ" แม้จะมีสื่อเหน็บแนมว่า "หากินง่าย" ก็ไม่เป็นไร ที่สําคัญ "สรยุทธ" ก็ไม่ได้โกรธ หรือ ออกมาตอบโต้ เพราะสื่อเขาก็มีหน้าที่คิดเหมือนกัน
แก่นแท้ของการ "เล่าข่าว" คือผู้อ่านข่าว แล้วเอามาเล่าต้องเข้าใจข่าวเป็นอย่างดี ตีข่าวให้แตก...บางทีเราอ่านหนังสือพิมพ์ยังไม่เข้าใจ มาฟัง "สรยุทธ" เล่าถึงกระจ่าง
ที่เป็นแบบนั้น เพราะแบ็คกราวด์ข่าวของ "สรยุทธ" ถือว่าแน่น...ผ่านประสบการณ์การทําข่าว และการทํารายการแนวนี้มานาน ตั้งแต่อยู่กับค่ายเนชั่นฯ...รู้ว่าอะไรคือประเด็นข่าว เมื่อนํามา บวกกับข้อมูลของเขาที่ติดตามมาอย่างต่อเนื่อง จึงเล่าได้ละเอียดกว่า
"ครอบครัวข่าว" แทบจะเรียกได้ว่าเกือบทั้งวันของช่อง 3 รายงานข่าวแบบสดๆ ได้อรรถรสดีกว่าข่าวที่ดูแห้งๆ ไร้อารมณ์
นอกจาก "สรยุทธ" ที่เล่าข่าวได้อรรถรสแล้ว..."กุ๊ก-กฤติกา" ก็ถือว่าเป็นพิธีกรข่าวหญิงที่นําเสนอได้มีสีสัน รับลูก-รับมุกกับ "สรยุทธ" ได้อย่างลงตัว จนเป็นพิธีกรหญิงคนเดียวที่นั่งคู่กับ "สรยุทธ" ได้อีกนาน
"กุ๊ก-กฤติกา" แตกต่างจากพิธีกรหญิงคนอื่นๆ ที่เคยนั่งคู่ กับ "สรยุทธ" ซึ่งมักจะถูกมองว่า เป็นแค่ "ไม้ประดับ"...เพราะ "กุ๊ก-กฤติกา" ก้าวมาจากการเป็นนักข่าว แล้วมาเป็นพิธีกรข่าว... เส้นทางเดินไม่ได้ต่างจาก "สรยุทธ"
"สรยุทธ" พูดเรื่องอะไรมา "กุ๊ก-กฤติกา" สามารถปะติดปะต่อได้ทันที ในรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" จึงจะเห็นเธอเสริมข้อมูล เพื่อให้ข่าวชิ้นนั้นๆ แน่นขึ้นอยู่เสมอ
ส่วน "เอกราช เก่งทุกทาง" ก็เล่าข่าวกีฬาได้อย่างมีสีสัน แม้บางครั้งอาจจะติดตลกในเรื่องที่ไม่จําเป็น พักหลังๆ ก็ลดโทนลงมา ไม่ค่อยจะตลกพร่ำเพรื่อเหมือนเดิมอีกแล้ว

"ช่อง 7 สี" ที่บอกเสมอๆ ว่า ไม่มีรายการประเภทเล่าข่าวแน่ๆ...แต่ถึงที่สุดก็หนีรายการประเภทนี้ไม่ได้ เมื่อจับเอา "พิษณุ นิลกลัด" พิธีกรข่าวมือเก๋า มาประกบกับ "หว่อง-พิสิทธิ์" และ "กนก รัตน์วงศ์สกุล" มานั่งเล่าข่าวในรายการ "คอข่าว"
แม้ว่าจะไม่หยิบหนังสือพิมพ์มาอ่าน...แต่ทุกประเด็นที่หยิบยกกันมาถก ก็เป็นประเด็นข่าวที่เกิดขึ้นในหน้าหนังสือพิมพ์เหมือนกัน
"เล่าข่าว" ของช่อง 7 สี ขายความเก๋าของพิธีกรทั้ง 3 คน ช่วยกันชง ช่วยกันแหย่ จนตอนนี้เรทติ้งดีวันดีคืน...เป็นสีสันหนึ่งของ "เล่าข่าว" ที่ต้องยอมรับว่า ไม่มีสถานีช่องไหนที่จะปฏิเสธได้
หลายคนมองว่า "เล่าข่าว" ตอนนี้อยู่ในช่วง "ขาลง"...ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของรายการทีวี จะให้เรทติ้งดีตลอดไป คงเป็นไปไม่ได้ แม้แต่ละคร เรทติ้งยังไม่ดีทุกเรื่อง วาไรตี้-เกมโชว์ เรทติ้งจะดีเด็ดแค่ไหน เรทติ้งก็ไม่ได้ดีทุกเทป ขึ้นอยู่กับช่วงจังหวะ
เมื่อเรทติ้งตก ก็ต้อง "ปรุงแต่งใหม่" เพื่อกระตุกเรทติ้งกลับคืนมา..."เล่าข่าว" ก็เหมือนกัน ทุกรายการ ทุกช่อง ก็ต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา...แต่ไม่ได้หมายความว่า "เล่าข่าว" จะหายไปจากจอ
ไม่ว่าจะเป็นช่อง 3 หรือ ช่อง 7 สี หรือช่องไหนๆ...ถึงยังไง "เล่าข่าว" ก็ยังจะต้องอยู่ เพียงแต่วิธีการอาจจะเปลี่ยนไปบ้าง ♦
19 กย. 2551