ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมบันเทิงไทยอย่างหนัก เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคตอนนี้เชื่อว่าทุกคนคงไม่มีอารมณ์ที่จะไปดูหนัง-ฟังเพลง-ดูคอนเสิร์ตอย่างมีความสุขแน่
ด้วยความที่เพื่อนพ้องและพี่น้องกําลังนั่งต่อสู้ทางการเมืองอยู่จึงไม่มีค่ายไหนที่กล้าตัดสินใจจัดคอนเสิร์ตใหญ่กัน ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่น "นักลงทุนต่างชาติ " เอง ไม่กล้าตัดสินใจมาแสดงคอนเสิร์ตในเมืองไทยเช่นกัน เพราะว่าสถานการณ์โดยรวมตอนนี้ยังไม่สงบ
ปรากฏการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ "ความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุน " โดยเฉพาะต่างชาติ ที่จะขนเงินมาถ่ายหนัง-ถ่ายโฆษณา จํานวนมาก ที่ทำให้ต้องเร่งทบทวน
อย่างที่ "วรรณสิริ โมรากุล " ผู้อํานวยการกองกิจกรรมภาพยนตร์ นักพัฒนาการท่องเที่ยว (สพท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มองว่า ปีหน้าจะมีหนังฟอร์มใหญ่สนใจที่ขนเงินมาถ่ายทําในเมืองอยู่หลายเรื่อง ต้องเกิดความไม่แน่ใจ
อาทิหนังฟงอวิ๋น, สตอร์ม ไรเดอร์, สตรีท ไพท์เดอร์ ส่วนรายการทีวี ยังมีรายการเซอร์ไวเวอร์ และบิ๊ก บราเธอร์ ซึ่งสองรายการนี้ต่างประเทศ ให้ความนิยมสูง
จากข้อมูลตัวเลข สพท. แจ้งรายละเอียดว่า เดือนมกราคม-สิงหาคม มีภาพยนตร์ต่างชาติสนใจมาถ่ายทำในเมืองไทย 374 เรื่อง สร้างรายได้เข้าประเทศ 1,611.49 ล้าน เพิ่มขึ้นจากรายได้ปีที่ผ่านมา ที่มีรายได้ 1,072.62 ล้านบาท จากทั้งหมด 523 เรื่อง ประเทศญี่ปุ่นติดอันดับ 1 รองลงมาอินเดีย ตามด้วยเกาหลี ฮ่องกง และอเมริกา
เพราะฉะนั้น หากบรรยากาศอึมครึมแบบนี้ นักลงทุนคนไหนกล้าที่จะเข้ามา "ถ่ายหนัง " ในไทยกันมากมาย แม้แต่นักลงทุนไทยยังต้องคิดหนัก เพราะมองแนวโน้มอนาคต ยังประเมินไม่ออกว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะออกมาแนวไหน
หากวันหนึ่งสถานการณ์เงียบ ภาครัฐเองยังไม่มีแรงจูงใจ เชื่อว่าวันนั้นคงสูญเสียโอกาสทางการตลาดให้ประเทศเพื่อนบ้านแน่ เพราะตอนนี้เวียดนาม อินโดนีเซีย การเมืองค่อนข้างนิ่ง
แนวทางหนึ่งที่ภาครัฐจะต้องเร่งปรับ "ยุทธศาสตร์ " เพื่อสร้างแรงจูงใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนกลุ่มนี้ให้ได้ มิฉะนั้นเม็ดเงิน หายวูบไปกับตาแน่ โดยเฉพาะเรื่องกําแพง "ภาษี " จะต้องสร้างแรงจูงใจให้กับนักลงทุนได้ดีกว่าเก่า อีกไม่นานเมืองไทยจะเป็นเจ้าภาพใหญ่ งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ กรุงเทพ (บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ฟิล์ม เฟสติวัน) ในช่วง 23-30 กันยายนนี้
อยากฝาก "จาฤก กัลย์จาฤก " ในฐานะนายกสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ ที่นั่งเป็นโต้โผใหญ่ ภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจงช่วยกันสร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยใช้ "เวทีตรงนี้"
เชื่อว่างานนี้ "นักลงทุนต่างชาติ-คนวงการภาพยนตร์" เดินทางเข้ามามากมาย เราคนไทยจงร่วมมือกัน เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ชาวโลกได้รับรู้ ว่า..เมืองไทยไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด ♦
18 กย. 2551