ดูสนุก ได้ลุ้นทุกสัปดาห์ แถมสร้างเรทติ้งให้กับสถานี จะเป็นรองก็แค่ "AF" รายการเดียวเท่านั้น ในฐานะเรียลลิตี้ที่มาก่อน มีแฟนคลับเหนียวแน่น
"โมเดิร์นไนน์" ยุค "วสันต์ ภัยหลีกลี้" ถือว่ามาถูกทาง รู้จักแยกแยะ จุดอ่อน-จุดแข็ง สถานีของตัวเอง..จุดอ่อนของโมเดิร์นไนน์ คือ ไม่มีทางที่จะสู้กับเรทติ้งละครได้ เมื่อเทียบกับช่อง 3 และ 7 สี เพราะภาพลักษณ์ของ "โมเดิร์นไนน์" ไม่ได้อยู่ตรงจุดนั้น
"โมเดิร์นไนน์" คือสถานีที่มีความแข็งแกร่งด้านรายการสาระ-ข่าวสาร ยังไงๆ ก็ไม่มีทางที่จะเด่นเรื่องละครได้...แม้แต่ช่อง 5 ซึ่งมีรายการละครมานาน จนถึงทุกวันนี้เรทติ้งก็ยังห่างอีก 2 ช่อง จนต้องลดเวลาละครเหลือแค่ 4 วัน
แต่ "สื่อทีวี" ซึ่งเป็น "สื่อสาธารณะ" จะมีแค่ "สาระ" อย่างเดียวก็ไม่ได้ แม้ "โมเดิร์นไนน์" จะเป็นสถานีโทรทัศน์ภายใต้อสมท แต่ก็เป็นทีวีเชิงพาณิชย์ ไม่ได้มีความต่างจากช่อง 3-5-7 แต่อย่างใด
.jpg)
ยิ่งกฎหมายใหม่ระบุเอาไว้ชัดเจนให้ "โมเดิร์นไนน์" อยู่ในข่ายของทีวีเชิงพาณิชย์ ซึ่งสัดส่วนบันเทิง ต้องมากกว่า "สาระ" เท่ากับว่า "โมเดิร์นไนน์" สามารถจะขยับขยายรายการบันเทิงได้อีกแยะ
การที่ "โมเดิร์นไนน์" เปิดกว้างกับรายการเรียลลิตี้ จนเป็นสถานีเดียวที่มี "จุดเด่น" กับรายการนี้มากที่สุด นอกจากจะเป็นการขยับเข้าไปสู่ทีวีเชิงพาณิชย์ แล้ว ยังเป็นการสร้าง "จุดแข็ง" ให้กับสถานี ที่แตกต่างจากช่อง "ขาประจํา"
"ซูเปอร์สตาร์" คือรายการเรียลลิตี้ ของ "แพม-ลลิตา ตะเวทิกุล" ที่ออกอากาศต่อจาก "เอเอฟ 5" ซึ่งเพิ่งจบไปหมาดๆ ประมาณว่า คนยังไม่อิ่มกับ "เอเอฟ 5" ก็มี "ซูเปอร์สตาร์" มาให้ลุ้นกันต่อ โดยไม่ปล่อยให้คนดูอารมณ์ค้าง
ปัจจุบัน "แพม-ลลิตา ตะเวทิกุล" เป็นหนึ่งในผู้บริหารค่าย "ออร์เคสตร้า อินเวสเตอร์ กรุ๊ป" เจ้าของรายการเรียลลิตี้ "ซูเปอร์สตาร์ ที่สุดแห่งดาว" ที่กําลังเป็นกระแสอยู่ขณะนี้ เพราะบางครั้งเรทติ้งในช่วงวันเสาร์ที่มีการถ่ายทอดสด เหนือกว่าละครหลังข่าวก็มี
"แพม-ลลิตา" ไม่ใช่คนเข้ามาทํารายการแบบมือเปล่า โดยไม่มี "ต้นทุน" แต่เธอเป็นคนหน้าจอมาตั้งแต่ยังเด็ก เป็นพิธีกรรายการ "จิ๋วแจ๋วเจาะโลก" รายการเด็กที่เคยออกอากาศทางช่อง 3 เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว
.jpg)
เป็นพิธีกรเด็กรุ่นแรกๆ ของวงการโทรทัศน์บ้านเราก็ว่าได้ จากนั้นก็มาถึงยุคของ จอย ศิริลักษณ์, แจน-ศิรนุช โรจนเสถียร
เคยเป็นนักร้องที่ชนะเลิศการประกวดร้องเพลงยุวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยครั้งที่ 1 ของสยามกลการ เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว
"แพม-ลลิตา" เป็นศิลปินไม่กี่คน ที่วางแพลนชีวิตได้อย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน..หลังจากออกอัลบั้มเพลงได้ไม่นาน เธอก็บินไปเรียนต่อทางด้านดนตรีในต่างประเทศ จนจบระดับปริญญาโท เป็นคนสวยที่มีสมองทีเดียว
เรื่องของ "ดารา" ไม่ว่าจะอยู่มุมไหน มีพฤติกรรมยังไง ล้วนแต่ได้รับความสนใจทั้งนั้น..."ซูเปอร์สตาร์" ตีโจทย์แตก เพราะ "ดารา" คือคนที่สาธารณชนใส่ใจและเฝ้าติดตาม จึงจับดารามาโชว์ เป็น "เรียลลิตี้" หรือ "เรื่องจริง" ของดาราคนนั้น ที่เปิดเผยให้คนได้เห็นกันแบบไม่มีสคริปท์ และผู้กํากับฯ คอยบอกอยู่ด้านหลัง
"ซูเปอร์สตาร์ฯ" ถือว่าเป็นรายการที่กล้าลงทุน ตามข่าวบอกว่า "แพม-ลลิตา" ทุ่มงบให้กับรายการนี้ถึง 120 ล้านบาท สําหรับการออกอากาศแค่ 12 สัปดาห์..หารเฉลี่ยแล้วเท่ากับว่า ต้องใช้เงินสูงถึงสัปดาห์ละ 10 ล้านบาททีเดียว
แต่เพื่อ "ความต่าง" และ การทํารายการให้ออกมาน่าติดตาม.."แพม-ลลิตา" ยอมทุ่มด้วยการใช้ดาราตัวจริงเป็นผู้เข้าแข่งขัน แบ่งเป็นชาย 7 คน อาทิ กอฟ-อัครา, แอนดี้ เขมพิมุก, ฟลุค-เกริกพล, แบงค์-ปวริศร์, เอ็กซ์-ธิตินันท์, ไมค์ กิ่งโพยม และ แซน-พนมกร
.jpg)
ผู้แข่งขันฝ่ายหญิงอีก 7 คน คือ ตั๊ก-บงกช, เมย์-พิชญ์นาฏ, กบ-พิมลรัตน์, แอนจี้ เฮสติ้งส์, จิ๊ก-เนาวรัตน์, ปอ-ภัคพร, จอย-สุนันท์ษา
กติกา "ซูเปอร์สตาร์" ไม่ต่างจาก "เอเอฟ" นั่นคือ ใครจะได้อยู่ในบ้าน หรือ ต้องออกจากบ้าน ขึ้นอยู่กับเสียงโหวต ใครได้น้อยก็ต้องเก็บกระเป๋า ใครได้มากก็อยู่ต่อ
"ซูเปอร์สตาร์" อาจจะต่างจาก "เอเอฟ" อยู่ตรงที่ว่า ทุกคนที่เข้าแข่งขันเป็น "ดารา" มีกินมีใช้กันทั้งนั้น ไม่ใช่เด็กหน้าใหม่ที่เข้ามาอยู่ในบ้าน...เรื่องของรางวัล จึงไม่ใช่ประเด็นหลักที่พวกเขาอยากจะได้ แต่เรื่อง "ศักดิ์ศรี" สําคัญกว่า
ไม่มีดาราคนไหนหรอกครับอยากจะเป็นผู้แพ้ ตรงนี้แหละคือพอยท์สําคัญที่ทําให้ "ซูเปอร์สตาร์" เป็นเรียลลิตี้ที่มีชีวิตดูสนุก ได้ลุ้นกันทุกสัปดาห์♦
29 สค. 2551