จูงมือไปดู "วอลล์-อี : Wall•E (หุ่นยนต์กําจัดขยะบนโลก ) หุ่นตัวสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่บนโลก ซึ่งถูกตั้งโปรแกรมให้เก็บกวาดขยะบนโลก
โดยเฉพาะการทํางานสุดวิเศษของเขา คือ การเก็บกวาดโลก บนโลกที่เต็มไปด้วยขยะและมลพิษ จนมนุษย์ต้องอพยพไปอาศัยอยู่บนสถานีอวกาศนอกโลกชั่วคราว (นั่นโลกอนาคตแหละ)
ซึ่งคนก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านอกโลกยังมีสิ่งมีชีวิต และหุ่นยนต์อีกมากมาย เหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นที่เกิดจากการได้ค้นพบเป้าหมายใหม่ในชีวิต (นอกเหนือจากการสะสมของจุกจิก)
และนั่นคือหลังจาก 700 ปีผ่านไป จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อหุ่นที่ถูกลืมนั้นไม่ได้ปิดสวิตช์ และความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเริ่มก่อตัวขึ้น ความเป็นตัวเองของหุ่นยนต์ช่างสงสัยช่างจํานรรจาอย่างเขา ทําให้อะไรมีการเปลี่ยนแปลง
หุ่นตัวน้อยได้เห็นอะไรเยอะขึ้นเปิดโลกกว้างให้กับตัวเองละมั้ง จึงเป็นที่มาที่ไปว่าถ้าหาก "หุ่นยนต์ " สักตัวจะมีความรักแล้วจะว่าไง
ตัวหนังไม่ต้องพูดอะไรมาก ตามสไตล์ของ "ดิสนีย์ " ที่ต้องการจะโชว์ลูกเล่นและเทคนิคต่างๆ ของแผนกการ์ตูนที่ผลิตและคัดสรร เรื่องราวมาแล้วว่า ต้องเจ๋งและเดิ้นไปซะหมด ตามจินตนาการที่ปูพรม
ยิ่งไปกว่านั้น ใครที่ยังไม่เคยเห็น หรือเด็กๆ ดูหนังก็ต้องร้องโอ้โฮ ! สุดยอดไปเลยอะไรทํานองนี้ แต่ต้องไม่ลืมอยู่อย่างหนึ่งว่า จุดด้อยของหนังสไตล์นี้ คือ มักจะบอกกล่าวเรื่องราวของผู้ใหญ่ และเกินกว่าเด็กจะจินตนาการไปถึง ลงไปเสมอ จนรู้สึกว่าบางเรื่องถ้าเด็กๆ ดูแล้วจะเข้าใจมั้ย
โดยภาพรวมจากสีสันและหน้าตาของภาพสวยรวยเสน่ห์เข้าทางเขาแหละ ด้วยภาพและเสียงหรือสื่อที่ต้องการบอก พอจะแฝงไว้ให้คิดอยู่บ้างไม่มากก็น้อย แต่พอให้นึกย้อนไปแล้ว แต่ละครั้งที่ดูหนังเด็กๆ ทีไรหัวใจเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เช่นเดียวกับ "วอลล์-อี" แม้จะมีอายุอานามเยอะแล้วก็ตาม แต่สถานภาพหลายๆ อย่างของเขาก็เหมือนถูกล่อหลอมมาจากครอบครัวและสภาพแวดล้อมที่เป็นเด็กไม่มีพิษภัยกับใครซะจริงๆ
นอกจากจะได้เห็นการผจญภัยที่เสี่ยงภัยของ "วอลล์-อี" แล้วยังมีเพื่อนพ้องผู้อยากจะหาประสบการณ์ใหม่ๆ ร่วมเดินทางผจญภัยข้ามห้วงกาแลคซี่เหนือจินตนาการไปด้วย ทั้งแมลงสาบที่เป็นสัตว์เลี้ยง และเหล่าหุ่นยนต์หมดสภาพอีก 10 ชีวิต และทุกๆ คนที่เห็นจะได้รู้สึกว่า "คุณค่าของชีวิต" นั้นมันสําคัญมาก ควรจะรักษาและเก็บไว้ให้ดี ♦
18 สค. 2551