ทำได้ดีที่สุดครั้งหนึ่ง ในรายการนี้ ต้องถือเป็นวันที่ "ทุบ " รายการไตรภพได้สนิทใจ หลังจาก "ได้ใจ " ขย่มเรทติ้งต่อเนื่องหลายสัปดาห์
1 รายการ 2 คอนเซ็ปต์ ใน 2 ชั่วโมง คือ ช่วงดันดารา 1 ชั่วโมง และสัมภาษณ์ 1 ชั่วโมง อังคารนี้ช่วงสัมภาษณ์ วิทวัส ทำได้ดี ทำได้เนียน แม้จะมีแย้งความรู้สึกผู้ชมบ้าง แต่โดยรวมต้องบอกว่า โอเค.
สุดยอดสุดของรายการคือ วาทะและการเก็บอารมณ์ของน้องเพชร หรือ แพทริค หรือ สรภพ ลีละเมฆินทร์ ลูกชายคนเดียวของพุ่มพวง ดวงจันทร์ อดีตนักร้องลูกทุ่งหญิงอันดับ 1 ของไทย ที่เสียไป
การโต้พ่อของน้องเพชร มีน้ำหนักกว่าคำแถลงของพ่อที่มีต่อลูกในกรณีการหนีออกจากบ้านของเขา ความรักที่พ่อมีต่อลูก อาจจะมากเท่าทวีคูณมากเกินกว่าจะอธิบายได้ ในเรื่องห้ามลูกย้ายโรงเรียนจากเชียงใหม่ สู่กรุงเทพ พ่อไม่บอกเหตุผลว่าทำไม - ไม่ให้ย้าย ขณะที่ลูกอธิบายได้ว่า ย้ายมาเรียนกรุงเทพเพื่อจะทำงานควบคู่ไปด้วย
ถ้าบอกเหตุผลแต่แรกว่า อีกแค่ 6 เดือนจะจบแล้ว ลูกก็จะไม่รั้น
ฟังจากการปะทะคารมแล้ว น้องเพชรมีเหตุผลมากกว่าพ่อ
ยิ่งที่น้องเพชรพูดว่า มีอีกหลายเรื่องที่กดดัน โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัวของพ่อที่ทำลายความรู้สึกของเพชร - ซึ่งพอจะอ่านออกว่า หมายถึงผู้หญิงของพ่อ เพชรพูดว่า "เวลาพูดกับสื่อ ทำไมไม่เหมือนเวลาพูดกับเพชร ซึ่งใครได้ยินแล้วเหมือนเพชรเป็นเด็กเจ้าปัญหา ไม่มีเหตุผล "
ตรงนี้ผมถือเป็น "ทีเด็ด " เป็นการตีแสกหน้าคุณพ่ออย่างจัง ซึ่งเสมือนพ่อสร้างสถานการณ์กับสื่อเพื่อให้ลูกถูกมองอีกมุม
ผมดูรายการนี้แบบไม่กดรีโมทไปไหน แม้จะต้องทนดูโฆษณาอย่างยาวเฟื้อย ดูไป - ก็ให้คะแนนไป ถ้าคะแนนเต็ม 10 เพชรได้ 9 ไกรสรได้ 4 คือสอบตกในการปะทะกันในครั้งนี้
จะผิดถูกอย่างไร ในความเป็นพ่อไกรสรก็ทำได้ดี ไม่ทิ้งเจตนารมณ์พุ่มพวง ดวงจันทร์ เขาเลี้ยงดูลูกชายอย่างอบอุ่น ให้เรียนสถาบันดีๆ
ไกรสรรักลูก อยากให้ลูกได้ดี อยากให้มีอาชีพเหมือนแม่ เขารู้ดีว่าเพชรมีพรสวรรค์ตั้งแต่เด็กๆ มั่นใจว่าทำได้แน่ พออายุมากขึ้น พ่อก็กดดันมากขึ้น ว่าเวลาของลูกมาไม่ถึงซะที
เมื่อมีผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็คิดว่าผู้หญิงชักจูงลูกให้หลงทาง และเป็นต้นเหตุของการหนีออกจากบ้าน
ด้วยความรักและคาดหวังมากเกินไป จนลืมไปว่า บางสิ่งที่เกินกว่าเหตุก็เป็นเรื่องที่ไม่ถนอมใจลูกเช่นกัน ความเป็นพ่อก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองทำอะไรผิด เพราะทั้งหมดมาจากการตกตะกอนจากรักทั้งสิ้น
วันที่พุ่มดวง ดวงจันทร์ เสียชีวิต...ผมเป็นคนสัมภาษณ์ไกรสร แสงอนันต์ ออกทีวี...วันที่น้องเพชรกลับจากอเมริกา ผม - ไกรสร และน้องเพชร นั่งรถไปวัดทับกระดาน 3 คน เพื่อไปกราบหุ่นพุ่มพวง ท่ามกลางคนเฝ้ารอนับหมื่นคน ผมเป็นคนอุ้มน้องเพชร เพื่อไปกราบหุ่นแม่เขา
อย่าคิดว่าบ้าเลยครับ...วันนั้นมีการเขียนเลขใส่กระดาษ เป็นตัวเลข ที่ "น้องเพชร " เขียนเอง ผมจำเลขไม่ได้แล้ว
กลับมาถึงกรุงเทพ ผมบอกเพื่อนถึงเลขที่น้องเพชรเขียนและอธิษฐานขอจากแม่ - เพื่อนผมชอบแทงหวยครับ
ปรากฏว่าเพื่อนผมถูกหวยจริงๆ ถูกเป็นล้านเลย แต่ผมไม่ได้แทง เพราะแทงไม่เป็น - ยังอัศจรรย์ใจอยู่ทุกวันนี้ ว่าเป็นไปได้ยังไง - คงจำ "หวยพุ่มพวง" ได้ ใช่มั้ยครับ...ตอนนั้นคนรวยกันอื้อเลย
ผมเล่าให้ฟังเพราะผมกับน้องเพชรถือว่าคุ้นเคยกันมาก่อน ทั้งพ่อ - แม่ - ลูก เมื่อเห็นเขาโต เห็นคำสัมภาษณ์ที่ฉลาดๆ และเห็นน้ำตาของพ่อ - ลูก เลยพูดความทรงจำเก่าให้ฟัง แม้ว่าวันนั้น "เพชร " จะเด็กเกินไปที่จะจำอดีต
แม้ผมจะไม่เชื่อว่า ถ้าพ่อ - ลูกยังอาลัยรักต่อกัน โดยเฉพาะคนในวงการบันเทิงด้วยกัน จะติดต่อกันไม่ได้ 3 ปี จนต้องมาอาศัยรายการทีวีเป็นสื่อ ซึ่งดูแปลกๆ และขัดสายตาบ้าง
สิ่งที่ได้แน่ๆ คือ คนรักและเมตตาสงสารและเข้าใจน้องเพชรมากขึ้น ถ้าหลังจากวันนี้เขาออกอัลบั้ม คนก็จะให้ความสนใจมากขึ้น อย่างน้อย ผมก็คนหนึ่งละที่จะซื้อซีดีเขาแน่ๆ
ผมชอบวิธีนำเสนอในมุมที่คาดไม่ถึงของวิทวัส และ ตี 10 - ทุกครั้งที่จบรายการก็มักจะมีคนแสดงความไม่เห็นด้วยกับเขาเสมอๆ เพราะแย้งกับความรู้สึกของผู้ชมบ้าง ครั้งนี้ผมให้คะแนนวิทวัส 8 เต็ม 10...โดยเฉพาะ คำถามขณะที่ไกรสรเอาอัลตร้าซาวนด์และงัดเอกสารต่างๆ ออกมาว่า "เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่ลูกหายไป"
ครับ...ไกรสรงัดรูปออกมา เพื่อจะสื่อว่าเขารักลูกมาก แต่ "วิทวัส " อยากรู้ว่า คุณทำอะไรเกินไปหรือเปล่าลูกถึงหนีออกจากบ้านไป นอกจาก เรื่องย้ายโรงเรียน มีเรื่องอื่นอีกหรือเปล่า
คำสัมภาษณ์ของ "วิทวัส " เคลียร์มากกว่าหลายๆ ผู้ร่วมรายการที่มาออกกับเขา ซึ่งปกติเป็น "สุภาพบุรุษขี้เกรงใจผู้ร่วมรายการ " ครั้งนี้แม้จะซอฟท์ แต่ก็มีคำถามโดนใจอยู่เยอะ
เป็นครั้งแรกที่เราเห็นความฉลาดของ "น้องเพชร" แบบเต็มๆ...จะด้วยอารมณ์ไหนก็แล้วแต่ เจอกันครั้งแรกหลังจากหายไป 3 ปี ลูกยังไม่โผผวาเข้ากอดเลย ซ้ำยังแสดงอาการแขยงพ่ออีกต่างหาก
ความรักของพ่อที่มีต่อลูก เห็นได้จากการสัมภาษณ์ผ่านสื่อเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงลูกอยู่กับพ่อแล้วไม่อบอุ่นเลย นั่นคือคำพูดของ "เพชร" ที่ "วิทวัส " เค้นออกมาได้
เรื่องนี้จบด้วยดี ไม่ได้ใส่ใจว่าเรื่องราวที่แท้จริงเป็นอย่างไร เตี๊ยม - ไม่เตี๊ยม เพื่อผลของการออกอัลบั้มหรือไม่
สิ่งที่ได้เห็นคือ "วิทวัส" ทำในสิ่งละเอียดอ่อนออกมาดีเกินที่ลุ้นไว้
ถ้าวิญญาณ "พุ่มพวง" ซุ่มดูอยู่ คงภูมิใจในความฉลาดของลูกชายที่โต้พ่อได้โดนใจ จากเคยดูเขาเป็นเด็กเจ้าปัญหา ไม่อยู่ในโอวาท คะแนนก็ตีกลับทันที ในฐานะเด็กรุ่นใหม่ที่ยืนอยู่บนเหตุและผล♦
31 กค. 2551