ต้องบอกเลยว่า น่าเป็นห่วงที่สุด เพราะกรอบของคำว่า “ดารา” มันทำให้ชีวิตไม่เหมือนคนธรรมดา เป็นบุคคลสาธารณะที่เดินในที่สาธารณะลำบาก
ทุกครั้งที่เห็นข่าวดาราเลิกกัน ก็อดไม่ได้ที่จะต้องเป็นห่วง ผมจึงหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเสมอๆ เพื่อเป็นข้อเตือนใจให้คนที่อยู่ในวงการตระหนักในการใช้ชีวิต อยากให้เตือนสติตัวเองว่า วงการนี้ไม่ได้ยั่งยืนอย่างที่คิด ไม่อยากให้คนที่เป็นดาราต้องหลงลืมตัวเอง วันนี้ต้องขออนุญาตพูดอีกสักครั้ง
.jpg)
เมื่อมีความสวยกว่าคนธรรมดาทั่วๆ ไป ข้อจำกัดส่วนตัวก็มีมากเป็นเงาตามตัว การมีแฟนสักคนก็เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องมีเมื่อวัยเหมาะสม
การเลือกคนมาเป็นแฟนก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก...อยู่ๆ จะไปปิ๊งกับคนเก็บเศษเหล็กขายก็ใช่ที่ โอกาสเลือกของคนสวยมีมาก แต่คนที่เลือกแล้วเขารักจริง และเป็นคนดี ก็โชคดีไป ดาราสาวหลายคนมักจะเลือกลูกคนมีชื่อเสียงในสังคม เพราะคิดว่าเขารวย บางคนก็เลือกลูกคนรวย เพราะจะทำให้ชีวิตดีขึ้น และเหมาะสมกับตัวเองที่เป็นดารา
ลูกคนดัง ลูกคนรวย ถ้าเขารักจริงก็เป็นเรื่องที่ดี แต่สันดานดิบของคนมีเงินคือ หงุดหงิดง่าย ขี้โมโห เอาแต่ใจตัวเอง...บางคนทุ่มเทเงินทองมหาศาลให้พี่เลี้ยง ให้ผู้จัดการส่วนตัว เพื่อให้พามากินข้าวด้วย กินข้าวเสร็จ จ่ายค่าน้ำมันทีละ 5 หมื่น หรือแสน...ทุกครั้งที่มา
หรืออะไรก็ได้ขอเพียงให้ได้สนิทสนม หรือได้ชื่อว่ามีแฟนดารา และได้ควงไปอวดเพื่อนๆ แรกๆ อาจขยะแขยงเงินทิป 5 หมื่น - แสน บ่อยๆ เข้าความคุ้นเคยทำให้ความขยะแขยงกลายเป็นความสนิทสนม...ไม่ทิปก็กล้าเอ่ยปากขอ
บ่อยครั้งที่ได้อ่านข่าวว่าดาราสาววัยรุ่นคนนี้เป็นแฟนกับลูกผู้บัญชาการตำรวจ ดาราคนนี้เป็นแฟนกับลูกชายผู้บัญชาการทหารสูงสุด ดาราคนนี้ เป็นแฟนกับหลานกระจกอาซาฮี ฯลฯ และบ่อยครั้งที่ได้อ่านข่าวว่า ดาราสาวพ้นกรงทอง เบนหน้ากลับมาเรียนหนังสือ มาสู่อ้อมอกแม่เหมือนเคย
เงินทองที่คนเหล่านี้ทุ่มให้เบื้องแรก เป็นแค่ “ต้นทุน” ที่เขาตั้งไว้ จ่าย 5 หมื่น - 1 แสน - 5 แสน...เขาจะบวกเลขไว้ว่า ตั้งแต่คบกันมาจ่ายไปเท่าไหร่แล้ว
เมื่อได้เสียกันก็จะนับเป็นครั้ง จนกว่าจะถัวเฉลี่ยได้เท่ากับไปเที่ยวหมอนวด คือครั้งละ 3 พันบาท...คือนอนด้วยจนคุ้มนั่นแหละ แล้วก็แยกกัน ไม่ได้พูดมั่วๆ นะครับ...ผมได้ยินมากับหู เรื่องให้เงินแล้วคิดรวมกันได้เท่าไหร่ ก็ตั้งเป็นต้นทุน และนอนกันให้คุ้ม ไม่งั้นจะเสียดายเงิน คนอื่นจะดูถูกได้ ว่าไปทุ่มเงินให้ดารา หลงดารา พวกเขาเลยใช้สูตรอย่างว่านี้...
.jpg)
บางคนเท่านั้นนะครับ...ไม่ใช่ทั้งหมด ใครเจอคนดีก็ดีไป ใครเจอคนเลว ก็พกความช้ำกลับมาใส่ตะกร้าล้างน้ำใหม่
มีดาราสาววัยรุ่นสดใสคนหนึ่งเงียบหายไปจากวงการ ช่วงดังๆ มีงานแยะมาก เพราะสวยใสจับตา...ถูกผู้จัดการส่วนตัวพาไปแนะนำให้กับนักพนันบอล เพียงเจอกันวันแรกจ่ายเงินให้เลย 3 แสนบาท เพื่อไปดาวน์รถ ดาราสาวตะลึงในความใจถึง...ฝันเห็นชีวิตที่สดใส ไม่เคยมีใครใจดีอย่างนี้มาก่อน อยู่วงการคบดาราชาย หรือนักร้องวัยรุ่นด้วยกันมาก็เสียตัวฟรีๆ จึงปักใจรักเขาเต็มที่ ประกาศจะแต่งงาน หมั้นหมาย ให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงดีใจ และยืนยันชัดเจนว่าจะหันหลังให้วงการบันเทิง
ผ่านไป 1 เดือนเต็ม...ต้องเดินขาถ่างกลับมา เพราะกลายเป็น “นางห้อง” คือวนๆ อยู่แต่ในห้อง ในคอนโดฯ คึกขึ้นมาก็ขับรถมาหา หรือไม่ก็โทร.ให้ไปเปิดโรงแรมนอน
วันไหนเสียพนันก็เหน็บแนมดูถูกอาชีพดาราว่าดีแต่สวย ทำงานไม่เป็น วันๆ เอาแต่แบมือขอเงิน วันไหนได้พนันก็พาบริวารไปเที่ยวชายทะเล ควงเดินชายหาดให้คนรอบๆ อิจฉาว่ามีแฟนเป็นดารา
ดาราสาวคนนั้นมาเล่าให้ผมฟังเพราะสนิทกัน จะเข้าวงการอีกก็อายเขา ผู้จัดฯ ก็ไม่อยากเรียกไปเล่น เพราะดูถูกวงการไว้มาก ทุกวันนี้กลายเป็น “นางข้างบ่อน” สูบบุหรี่จัด ตาคล้ำ ไม่เหลือเค้าดาราวัยรุ่นวัยสดใสอีกเลย...น่าสลดใจที่สุด
ดาราสาวอีกประเภท...ไม่เลือกคบลูกคนดัง หรือลูกอาเจ็ก อาแปะ แต่เลือกคบดาราวัยรุ่น - ศิลปิน เพราะได้ตกเป็นข่าวสังคมกุ๊กกิ๊ก...พวกนี้จะเสียตัวฟรีๆ เพราะดาราหรือศิลปินจะมีทางเลือกมากมาย มีผู้หญิง ให้เลือกทุกวัน คนนอนด้วยกันทุกวัน สวยแค่ไหนก็เบื่อได้
วัยรุ่นเป็นวัยที่ใครห้ามไม่เชื่อ...ถ้าลองว่ารักคนนี้ ใครจะบอกว่าผู้ชายเลวแค่ไหนก็ไม่เชื่อ ถ้าจะคบก็ต้องคบ เป็นวัยที่อยากเอาชนะ เป็นวัยที่ไม่เคยหวงพรหมจรรย์ตัวเอง ถ้าโอเค.ก็พร้อมพลีกายให้ ไม่หวังและไม่คิดด้วยว่าจะอยู่กันยืดหรือเปล่า ผู้ปกครองที่มีชื่อเสียงในสังคม เป็นคนมีฐานะที่ลูกชายมีแฟนเป็นดารา...ก็มักไม่สนับสนุนให้ลูกมีแฟนเป็นดารา เขาจะตีค่าดาราว่าไม่น่าเอามาเป็นสะใภ้ ถึงไม่เละเทะทุกคน แต่ลูกชายเขาน่าจะแต่งกับคนที่ฐานะทัดเทียมกัน...คบกันได้ แต่ไม่ยอมให้แต่ง
.jpg)
ดาราจึงถือเป็นคนอาภัพ เป็นคนที่ยืนอยู่บนรอยต่อแห่งความสงสัยของผู้คน คำถามในใจของผู้ชายนอกวงการที่มีแฟนเป็นดาราคือ “ผ่านมากี่คนแล้ว”...ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นอย่างนี้ทุกคน หลายคนก็ยอมแต่งกับดารา...แต่ไม่นานก็เลิกกัน หอบลูกติดกลับมาวงการอีกก็มี คนที่ต่างสังคมกัน แต่ต้องอยู่ด้วยกัน การปรับตัวเข้าหากันก็ลำบาก สังคมดาราเป็นแค่คนโดนเอาใจ เมื่ออยู่ในสังคม เจ็ก - แปะ - ซิ้ม - ซ้อ มันทำใจยากเหมือนกัน
“วางตัวเป็น” ไม่ใช่เป็นคนหยิ่งทะนง...ใช่ว่าวัยรุ่นแล้วคิดไม่เป็น วัยรุ่นที่คิดเป็น วางตัวดี มีมากมาย ทุ่มเททำงาน เคารพอาชีพตัวเอง อย่าเพิ่งคิดเรื่องความรัก ใครจะวี้ดว้าย ควงคนนั้น จู๋จี๋คนนี้ ก็ปล่อยเขาไปเถอะ
เพราะผู้หญิงแต่ละคน ตีความหมายของ “พรหมจรรย์” ต่างกัน เพียงแต่ใครจะให้ความสำคัญมากน้อยแค่ไหน อย่างไร เท่านั้นเอง ในฐานะที่อยู่ในวงการมานาน ก็อยากจะเสนอแนะวิธีคิดอย่างที่กล่าวข้างต้น ส่วนใครจะมีความคิดเป็นอย่างอื่น ก็ไม่ว่ากัน♦
22 กค. 2551