ที่มานั่งตำแหน่ง “กรรมการผู้อำนวยการใหญ่” เป็นเวลา 1 ปี กับ 2 เดือน...6 เดือนแรกที่นั่งทำงาน บอร์ดบริหารประเมินผลการทำงานออกมาแล้วผ่าน ตัวเลขสูงน่าพอใจ
หลักเกณฑ์วัดผลงานที่บอร์ดกำหนดไว้เช่นเรื่องเรทติ้งรายการ เมื่อเทียบกับภาพรวมของสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ว่าดีขึ้น หรือต่ำลง หรือทรงๆ ปรากฏว่าเรทติ้งช่อง 9 ขยับขึ้นเมื่อเทียบกับช่องอื่นๆ มีอัตราเติบโตมากกว่าช่องแชมป์ด้วยซ้ำ ที่ตัวเลขไม่ขยับขึ้นจากที่เป็นอยู่
เรื่องคุณภาพรายการ ถือว่าช่อง 9 มีพัฒนาการขึ้นมาก สถานีมีส่วนร่วมในแนวคิดรายการกว่าที่เคยเป็น
รวมทั้งเรื่องมาร์เก็ตแชร์และรายได้ ซึ่งในช่วง 2 ไตรมาสที่วสันต์ทำกำไรของ อสมท ขยับขึ้น แต่ไม่ตามเป้าที่วางไว้ เรียกว่าขาดทุนกำไรก็ไม่ผิด แต่อีก 2 เดือนให้หลัง ตัวเลขกำไรก็ทะลุเป้า
นั่นคือเรื่องคร่าวๆ...ก่อนรัฐบาลใหม่ (รัฐบาลสมัคร) จะเข้ามา ถึงเวลานี้เข้ามา 5 เดือนแล้ว
รัฐบาลใหม่เข้ามา บอร์ดอสมท ลาออกเกลี้ยง เหลือเพียง 1 คน คือ วิทยาธร ท่อแก้ว - คู่แค้น มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ผู้ที่ค้านหัวชนฝา ไม่อยากให้ “มิ่งขวัญ” กลับมา...นอกนั้นเป็นคนใหม่หมด
การเมืองกำลังบีบผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ เพราะเวลาน้อย
“เวลาน้อย” คือไม่แน่ใจว่ารัฐบาลนี้จะอยู่ยาวแค่ไหน ช่วงเวลาที่มี ถ้าจะสานประโยชน์ต่อกลุ่มพวกพ้องตัวเองได้ ต้องลุยปลดกันก่อน
ขอยกเรื่องของ “วสันต์ ภัยหลีกลี้” ไว้ก่อน
อยากให้หันมามองการเมืองใน “การบินไทย” ที่ฝ่ายการเมืองปลดฟ้าผ่า เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่... ที่เข้ามาจากการคัดสรรตามกรอบกฎหมาย
เมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามา บอร์ดชุดเก่าก็ลาออก บอร์ดใหม่ก็ดำเนินต่อ ซึ่งก็มาจากคนของกลุ่มการเมือง ผลงานแรกที่ใช้คือ ปลด “ผู้อำนวยการใหญ่” ด้วยเหตุผลปัญหาภายในและรายรับของการบินไทย
เรื่องหลักๆ ของ “การบินไทย” คือ พนักงานที่แยกกันเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ “ฝ่ายการเมือง” มีการเมืองหนุนหลัง ได้ดิบได้ดีเพราะนักการเมือง อีกฝ่ายคือ “กลุ่มผู้ไม่เอาการเมือง” แอนตี้คนที่มาจากการเมือง เอะอะก็จะไล่ อีกฝ่ายคือ “ใครก็ได้” ถ้าเข้ามาแล้วบริหารองค์กรไปได้ดี มีกำไร มีสวัสดิการ
“เรืออากาศโทอภินันทน์” เป็นคนในก็จริง แต่เขาก็มาจากการคัดสรร ที่แสดงวิสัยทัศน์ รวมทั้งแนวทางก้าวเดินต่อไปของการบินไทย...ไม่มีใครแต่งตั้งเขาเข้ามา
จึงมีกลุ่มไม่ชอบเขาแน่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่แคนดิเดทตำแหน่ง แต่ไม่มีโอกาสได้ขยับ กลุ่มนี้จึงวิ่งหากลุ่มการเมือง นำข้อมูล ต่างๆ ให้ฝ่ายการเมืองเพื่อสร้างเหตุ เพื่อการเปลี่ยนแปลง
ด้วยความที่บอร์ดไม่มีธงชัดเจนในการกำหนดนโยบาย เพื่อหาทางสร้างองค์กรให้รุดหน้าด้วยกันกับ ดีดี. ซึ่งเป็นฝ่ายปฏิบัติการ เพราะในหัวคิดแต่จะเปลี่ยนหัวเพื่อคนของตัวมาเสียบ ตามวัฒนธรรมของกลุ่มการเมือง - เมืองไทยที่ยุคสมัยไหนๆ ก็ทำแบบนี้
ความไม่เดียงสาของนักการเมืองมือใหม่ (มือเก๋าเข้าบ้านเลขที่ 111 ไปหมด) ทำให้ความวุ่นวายตามมาไม่รู้จบ
กรณีปลด ดีดี.การบินไทยไม่กี่ชั่วโมง แล้วต้องกลับคำสั่งให้อยู่อย่างเก่า ทำให้นักการเมืองผู้อยู่เบื้องหลังอับอายผู้คน ที่เหมือนคนมีอำนาจ เมาอำนาจ แต่ใช้อำนาจไม่เป็น
กลับเข้ามาสู่เรื่องของ “วสันต์” อีกครั้ง...ครับ
ดีดี.การบินไทย (คำว่า ดีดี. คือรหัสบริหารของธุรกิจการบิน เป็นตำแหน่งสูงสุดในองค์กรการบิน) หรือ “กรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย” และ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท ซึ่งเขาเรียกว่า ซีอีโอ. ไม่ใช่ ดีดี. คือ คุณอภินันทน์ กับคุณวสันต์ เข้ามาบริหารองค์กรใหญ่จากช่องทางเดียว กัน คือ ผ่านกระบวนการสรรหาเข้ามา
นั่นหมายความว่า ต้องทำให้คนอกหักหลายคน คนไม่ชอบมีเป็นกระบุงแน่นอน...แต่สังคมมีกฎเกณฑ์กติกา เมื่อเขามาตามกติกา จะไปว่าเขาได้ยังไง
“การบินไทย” โดนไปแล้ว หน้าแหกกลับมาแล้ว “อสมท” ก็ส่อเค้าเหมือนกัน ส่งสัญญาณบอกเหตุตั้งแต่วันที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามารับตำแหน่งแล้ว
วสันต์ ภัยหลีกลี้ จะเคลียร์กว่า คุณอภินันทน์ ตรงที่ไม่ได้อยู่ อสมท มาก่อน เรื่องราวเก่าๆ จึงไม่ถูกคุ้ย เหมือนที่คุณอภินันทน์โดน
“วสันต์” มีภาพของสื่อมวลชนคนซื่อ ผ่านการทำงานสื่อจาก BBC อังกฤษมา บริหารมาตั้งแต่ ช่อง 7 สี, ไอทีวี, ผู้จัดการ, มีเดีย ออฟ มีเดียส์ อย่างน้อยอดีตและปัจจุบันก็เป็นภูมิคุ้มกันว่า เขาไม่ใช่คนของใคร หรือมีภาพของคนคอรัปชั่น แต่เขามีภาพเป็นคนทำงาน
“ศึกภายใน” ของ อสมท ไม่แพ้การบินไทย - แม้ภาพที่เห็นราบเรียบ แต่ท้องทะเลลึกมีมรสุมซ่อนอยู่ พร้อมจะเป็นไปได้ทุกอย่าง
“ฝ่ายฝักใฝ่การเมือง” ก็มีไม่น้อย คอยเก็บข้อมูลป้อนเพื่อเอาข้อบกพร่องไปฟ้อง “พวกไม่ฝักใฝ่การเมือง” ก็เยอะ กลุ่มนี้ไม่พอใจนักการเมืองที่ใช้อำนาจ ใช้ตำแหน่งทางการเมืองมาบงการต่างๆ นานา แต่จำใจยอม ถือหลัก “นิ่งเสียตำลึงทอง” ต่อต้านก็ไม่เป็นบวก และเสี่ยงต่ออาชีพตัวเองด้วย
ยุค “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ” เขาปฏิรูปองค์กรจนเป็นโมเดิร์นไนน์ ทุกวันนี้ ระดมผู้จัดรายการเจ้าใหญ่ๆ ของประเทศมารวมกันสร้างเรทติ้งให้กับสถานี จนเป็นสถานีอันดับ 3 จ่อ 2 - จ่อ 1 ก็ยังไม่วายที่มีกลุ่มไม่เอา “มิ่งขวัญ” มากมายใน อสมท
วสันต์ ภัยหลีกลี้ ก็ไม่แตกต่างจาก “มิ่งขวัญ” คือ “มีคนในไม่ชอบ” ไม่น้อยเช่นกัน แต่ “วสันต์” ไม่ได้มองว่าคนในชอบ - ไม่ชอบ แต่มองว่าจะสานต่อ อสมท ยุค “มิ่งขวัญ” ที่รุ่งเรือง ให้รุ่งเรืองต่อยังไง ไม่ว่าเรทติ้ง รายได้ หรือคุณภาพรายการ
การไม่เป็นคนโกง - ไม่เป็นคนคอรัปชั่น - ไม่มีผลประโยชน์ซ่อนเร้น ของ “วสันต์” จะเป็นวัคซีนที่เชื้อไวรัสร้ายจากการเมืองทำลายลำบากถ้าการเมืองกลั่นแกล้งเหมือนที่การบินไทย - ฝ่ายการเมืองจะบอบช้ำไม่น้อย เพราะ “วสันต์” คือสื่อน้ำดีที่มีพวกพ้องเต็มเมือง เมื่อเขามือสะอาดในการบริหารงาน โปร่งใส ตรวจสอบได้ และรักษาผลประโยชน์ของ อสมท โดยรวม
ประเมินผลการทำงานก็ผ่านทุกขั้นตอน เพียงแต่เขาพูดน้อยและให้เกียรติคน การประจานคนนั้น - คนนี้ผ่านสื่อ จึงไม่ได้ยินจากปากเขา แต่ก็อย่าคิดว่าในสมองเขาไม่ได้คิดอะไรเลย
แรงกดดันทางการเมือง หรือคลื่นใต้น้ำใน อสมท ที่มีคนอยากใหญ่ แต่ไม่มีโอกาสใหญ่ คอยยุนั่นชงนี่ เพื่อให้เป็นประเด็นขึ้นมา สรจักร - มิ่งขวัญ เจอมาทั้งสิ้น “สรจักร” ทนไม่ได้ก็ไป “มิ่งขวัญ” ไม่ฟัง มุ่งทำเพื่อองค์กร จึงได้ภาพเป็นโมเดิร์นไนน์ มีตึกใหญ่ๆ ใหม่ๆ มีรายการดีจากผู้จัดอันดับ 1 ของประเทศอย่างที่เห็น
แล้ว “วสันต์” จะเป็นอย่าง “สรจักร” หรือ “มิ่งขวัญ” ดีล่ะ?!♦
8 กค. 2551