น้อยนักที่จะไม่มีข่าวเรื่องรักๆ เลิกๆ ของศิลปินดารา ไม่ว่าจะเป็นข่าวจริง ข่าวลือ ข่าวสร้าง ข่าวปล่อย ฯลฯ มีให้เราได้อ่านกันมันในอารมณ์มาโดยตลอด
ข่าวรักๆ ใคร่ๆ มักจะเริ่มมาจากการซุบซิบถึงความใกล้ชิดในการแสดง การร่วมงานกันของนักแสดง หรือจากการแนะนําของพรรคพวกที่ผิดสังเกตว่าทั้งคู่มีความสนิทสนมกันเกินกว่า “คนร่วมงาน” หรือ “คนรู้จัก” พฤติกรรมเหล่านี้ไม่สามารถผ่านหูตาสับปะรด ของบรรดาเหยี่ยวข่าวปาปาราซซี่ทั้งหลาย หลายคู่แรกๆ ความจริงไม่มีอะไรกันและไม่ได้คิดอะไรกันเลย แต่พอมีข่าวหรือเชียร์กันไปเชียร์กันมามันเลยกลายเป็นจริง จนได้แล้วถึงขั้นรักกันในที่สุด
“ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน” ไปรับไปส่งกัน ไปไหนมาไหนไม่ห่าง เกี่ยวก้อยกันอย่างน่าอิจฉา หลายคู่แยกกันไป เมื่อหมดกระแสหลายคู่ไปลงเอยด้วยการแต่งงานอยู่คู่กันด้วยความสุขสมหวัง แต่หลายคู่จัดพิธีสมรสแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการ แต่ไม่กี่ปีเตียงหักซะแล้ว!
ส่วนข่าวการเลิกกันก็มักเริ่มมาด้วยข่าวลือซุบซิบนินทากันก่อนเช่นกัน อาจมาจากบรรดาญาติสนิทมิตรสหายทั้งที่รักและชังซึ่งช่วยกันเติมแต่งรสชาติของข่าวกันอย่างสนุกปาก ตามมาด้วยการปฏิเสธของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย แล้วก็มักจะออกมาปรากฏตัวแสดงความหวานแหววว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ บางข่าวก็อาจจางหายไปแล้วคนก็คิดว่าเรื่องไม่จริง แต่บางข่าว (และส่วนมาก) เป็นไปตามภาษิตโบราณเค้าว่า “ไม่มีมูลหมาไม่ขี้” คือ ไม่ช้าไม่นานเรื่องก็แดงโร่ออกมาว่า “เลิกกันมาตั้งนานแล้ว” อย่างที่เราเห็นปรากฏกันมาตลอด อย่างคู่ของ โดม และ พลอย ล่าสุดนี้
มีคําถามว่าทําไม ศิลปิน ดารา จึงรักกันง่ายหน่ายกันเร็วจัง ทั้งๆ ที่ทั้งคู่ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงต่างเปี่ยมไปด้วย “รูปสมบัติ” คับแก้ว ชายก็หล่อ หญิงก็สวย น่ารักกันทั้งนั้น แล้วแบบนี้ยังไม่เป็นที่พอใจกันหรือ ?....คําตอบคือ รูปสมบัติอาจไม่ใช่ปัจจัยสําคัญที่ทําให้ชีวิตคู่สมบูรณ์ แต่ อาจขาดปัจจัย “จิตสมบัติ” คือเรื่องของจิตใจ ผู้สันทัดกรณีให้ความเห็นว่าเรื่องของจิตใจคือ “ความรู้สึก” เป็นสิ่งที่สําคัญกว่าอย่างอื่นได้ เรื่องนี้พิสูจน์ความเป็นจริงมาแล้วที่สาวสวยขนาดระดับนางสาวไทย นางงามจักรวาลนางเอกดังๆ หรือหนุ่มหล่อลากดินขนาดดาราฮอลลีวู้ดก็เคยถูกคู่ตัวเองทิ้งมาแล้ว
“จิตสมบัติ” หรือ “ความรู้สึก” ต่อกันจึงเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่สําหรับ “ความรัก” เป็นหลายสิ่งหลายอย่างที่บันดาลให้คนกระทําหรือไม่ทํา ชอบหรือไม่ชอบในสิ่งต่างๆ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือเลวในสายตาของคนอื่น ผู้ชายอาจจะรักหรือชอบหญิงคนหนึ่งแม้ว่าเธอจะสวยหรือน่ารักน้อยกว่าสาวอื่นแม้ว่าเขามีโอกาส จะรักและได้รับความรักจากเธอ และเมื่อถ้ารักชอบไปแล้ว สิ่งไม่ดีไม่งามในตัวเขาและเธอจะถูกละเลยไม่ผิดดังคําของกวีที่ว่า “ความรักทําให้คนตาบอด” (จะมาเห็นอีกทีก็ตอนที่จะหมดรักกันแล้ว)
การที่ดารารักกันง่ายเลิกกันเร็วก็อาจจะมาจากการละเลยการพิเคราะห์เรื่องของ “จิตสมบัติ” ทั้งสองที่ไม่ได้มีเวลา “จูน” กันอย่างลงตัวเพียงพอ
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยภายนอกอื่นที่เป็นแรงดึงและแรงดันก็คือศิลปินดารามักมี “ตัวเลือก” และมี “โอกาส” มากที่จะมีความใกล้ชิดกับคนในวงการบันเทิงด้วยกัน ได้แสดงร่วมกัน ได้ออกงานด้วยกัน ทํากิจกรรมร่วมกัน ที่ฮอลลีวู้ด มีข่าวแบบนี้อยู่เสมอ พระเอกคนนี้แสดงหนังเรื่องหนึ่งกับนางเอกคนหนึ่งแล้วก็ชอบกันอยู่กินกันไป แต่พอไปแสดงหนังอีกเรื่องหนึ่งกับนักแสดงอีกคน มีโอกาสใกล้ชิดสนิทสนมกัน ปรับทุกข์สุขเห็นใจกันก็ “อินเลิฟ” กันไปเลิกคบคนเก่าไปอยู่กับคนใหม่ซะแล้ว วงการบันเทิงบ้านเราก็ กําลังเดินตามแบบเขาอยู่ (เรื่องแบบนี้เราๆ ท่านๆ ที่ไม่ได้อยู่ในวงการดารา อาจไม่มีปัจจัยตัวเลือกและโอกาสแบบนี้เลยไม่รักและเลิกกันง่ายๆ)
ในกรณีของศิลปินดาราหลายคนที่เราดูรู้สึกว่าเขาหรือเธอไม่มีข่าวคาวไปยุ่งกับใครต่อใครก็ใช่ว่าจะเป็นคนรักนวลสงวนตัว ประพฤติตัวดีเสมอไป เบื้องหลังก็อาจจะเป็นเพราะไม่มีโอกาสแล้ว เนื่องจากโดน “เดทล็อค” มีผัวมีเมียแบบลับๆ อยู่แล้ว แต่ไม่มีเรื่องเป็นข่าวหรือไม่เปิดเผยก็เลยไม่มีใครรู้ (แต่บางคนก็ไม่ได้มีอะไรลับๆ หรอก เพียงแต่ไม่ชอบเพศตรงข้ามก็มีเลยไม่ค่อยมีข่าว)
ดังนั้น ด้วยเหตุที่ศิลปินดารามีตัวเลือกมาก มีโอกาสเปิดเยอะบวกกับความใกล้ชิดของคนในวงการนี้ ทําให้ดาราจึงรักกันง่ายและหน่ายกันเร็ว และจากการที่เป็นคนของประชาชนจึงเป็นข่าวให้เห็นกันทุกวัน แต่ถ้าต่างคนต่างใช้ดุลยพินิจศึกษา “จิตสมบัติ” ของกันและกันให้ถี่ถ้วนซะหน่อยก็อาจจะทําให้ปัญหารักแล้วเลิกลดลงไปเยอะ
อย่างไรก็ตาม เค้าจะมีข่าวอื้อฉาวคาวโลกีย์กันอย่างไร ท่านทั้งหลายที่เป็นคนอ่านก็อย่าหยิบมาไปเป็นอารมณ์อะไรให้มากนัก เดี๋ยวจะเครียดกันไปเปล่าๆ ! (ยุคนี้ก็มีอะไรให้เครียดจนสมองจะไม่ว่างอยู่แล้ว) ♦
7 กค. 2551