เพราะไล่เรียงมาตั้งแต่เหตุการณ์ ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก, เวทีโลกดนตรี หรือลานสเก็ตและท้ายสุด สวนสยาม (ที่หลายคนแอบกระซิบมาว่าทําไมไม่ไปเที่ยวแดนเนรมิต) ทั้งหมดทั้งมวลของตัวหนังคงจะทําให้หลายคนได้ลองย้อนรําลึกถึงเรื่องราวในอดีตได้บ้างไม่มากก็น้อย ส่วนหนังก็พูดถึงมิถุ (สายป่าน) สาวที่เพิ่งจะย้ายโรงเรียนมาใหม่ และมาเจอกับกลุ่มนักเรียนชายสิงหา (มาริโอ้) และที่นี่แหละที่เกิดเรื่องราวความรัก พร้อมมิตรภาของผองเพื่อนที่รักกันเกือบจะฆ่ากันตาย และคอยช่วยเหลือกันแบบเกื้อหนุน
ด้วยความที่ตัวหนังพูดถึงสมัยยุคเก่าๆ เลยทําให้ภาพและเสียงที่ปรากฏออกมา ดูแล้วหม่นเศร้าและบางครั้งอยากจะร้องไห้จังก็มีให้เห็นบ้างเป็นบางจุด

ถ้าให้ไล่เรียงตัวละครตั้งแต่ มาริโอ้ เรื่องนี้ยอมรับโดยไม่ต้องโต้แย้งอะไรเลยว่าขายเขาสุดๆ เพราะทุกฉากทุกซีน ที่ออกผมเผ้าหน้าหล่อเรียบแปล้ดูดีมีสไตล์ซะไม่มี เรียกได้ว่าถ้าใครไม่ได้ชอบ “มาริโอ้” ก็ดูไม่ได้แน่ๆ แต่ถ้าใครรักและหลงหรือเป็นแฟนคลับ...ก็ไม่น่าพลาด
ส่วนนางเอกของเรื่อง “สายป่าน” เธอเหมาะกับคาแรคเตอร์ประมาณนี้จริงๆ นะ ที่นิ่งๆ ไม่ต้องพูด เพราะพูดเมื่อไรเป็นหมดเสน่ห์ไปทันที เอาเป็นว่า ข้อดีอีกอย่างของหนังคือคู่ “สายป่าน-มาริโอ้” ก็ไม่ผิด

ยิ่งไปกว่านั้นนักแสดงคนอื่นๆ ที่แคสติ้งมานั้น ถือว่าใกล้เคียงกับนักแสดงรุ่นใหญ่ๆ ตรงประเด็นกันเห็นๆ เลยทั้ง “ก้อย-บุญญิตา งามศัพพศิลป์” วัยเด็กและตอนโตก็ผ่านฉลุยไปได้ระดับที่น่าพอใจ หรือ “ป๋อง-กพล ทองพลับ” ก็ดูตลกดี ส่วนที่ถือเป็นไม้เด็ดของเรื่องคือ “แจ็ค อ้วนดํา” ที่ต้องมาเป็น “ป๋าเต้ด-ยุทธนา บุญล้อม” ก็เรียกเสียงฮากันครืน
ด้านนักแสดงหลักๆ คนอื่นทั้ง เจ-เจตริน, ปอ-ปุณยวีร์, โอ-วรุฒ ก็ไม่ต้องออกวิทยายุทธ์มากก็พอกล้อมแกล้มไปได้

ถือว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ จะเป็นการกอบกู้หน้าตาของค่ายไร้ท์ บียอนด์ ได้ดีในระดับหนึ่ง เพราะก่อนหน้านี้ห่างหายจากแผ่นฟิล์มไปนาน ก็คงจะเป็นอีกก้าวสําคัญที่ทางค่ายนี้พยายามทําหนังเรื่องนี้ให้ออกมาถูกใจคนดู ซึ่งจะประสบความสําเร็จต่อไปหรือไม่ คงจะอยู่ที่คนดูตัดสินแล้วล่ะ♦
27 มิย. 2551