ของราชวงศ์ศรีวังสา ผู้ครองรัฐปัตตานี เมื่อ 300 กว่าปีมาแล้ว ซึ่งว่ากันว่าเป็นยุคที่มั่งคั่งที่สุดในบรรดากษัตริย์ 4 องค์สุดท้ายที่เป็นสตรี...คุณสมบัติของ “รายากูนิง” คือเป็นผู้หญิงสวย เก่ง มีความเป็นผู้นํา มีมาดนักธุรกิจ ที่สําคัญคือไม่ดุ ชอบอยู่กับการร้องรําทําเพลง
แต่ชะตาชีวิตของ “รายากูนิง” กลับน่าเศร้า พระองค์เป็นธิดาของเจ้าเมืองปะหังกับรายาอูงู พอครบ 12 ขวบ ก็ตามแม่กลับมาอยู่ “ปัตตานี” และถูกบังคับให้แต่งงานถึง 2 ครั้ง 2 ครา...ครั้งแรกกับออกยาเดโช เพื่อคานอํานาจกับอยุธยา
อีกครั้งกับเจ้าชายแห่งยะโฮร์ แต่ชีวิตครอบครัวก็ไปไม่รอด เมื่อเจ้าเมืองยะโฮร์ กลับหลงเสน่ห์นางระบํา จนทําให้ชีวิตคู่ล่ม
“รายากูนิง” คือกษัตริย์ที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่า เป็นผู้ที่นําความมั่งคั่งมาให้กับรัฐปัตตานี และเป็นผู้ที่สานสัมพันธ์อันดีกับสยามประเทศ ซึ่งตอนนั้นอยุธยายังเป็นเมืองหลวง ในยุคของพระเจ้าปราสาททอง
ทั้งหมดนั้นคือประวัติศาสตร์โดยย่อของ “รายากูนิง” ซึ่งตอนนี้ถูกนํามาสร้างเป็นละคร ออกอากาศทางช่อง “ทีวีไทย” หรือ “ทีวีสาธารณะ” ที่เรทติ้งดีไม่แพ้ละคร “ขาประจํา”
ความยิ่งใหญ่ของละคร “รายากูนิง” นอกจากจะเป็นการนําเอาประวัติศาสตร์ในบางช่วงมาสะท้อนให้คนดูได้เห็นศิลปะ-วัฒนธรรมของปัตตานีในยุคก่อน และความเฉลียวฉลาดของกษัตริย์ที่ชื่อ “รายากูนิง” ยังมีอีกหลายปม ที่อยากจะสะท้อนให้เห็น ซึ่งซ่อนเร้นอยู่ในละครเรื่องนี้
ประการที่ 1...“รายากูนิง” เป็นงานเขียนของ “ทมยันตี” ที่ร้อยเรียงมาจากประวัติศาสตร์ จนกลายเป็นหนังสือที่ขายดิบขายดีเล่มหนึ่ง ก่อนหน้านั้น “ทมยันตี” นักเขียนนิยายชื่อดังของเมืองไทย ประกาศวางปากกา คือ จะเลิกเขียนหนังสือ เพื่อใช้เวลาที่เหลือพักผ่อน

แต่ “รายากูนิง” กลับเป็นแรงบันดาลใจให้ “ทมยันตี” กลับมาเขียนหนังสืออีกครั้ง สะท้อนให้เห็นว่า “รายากูนิง” จะต้องมีเสน่ห์จริงๆ ถึงทําให้ “ทมยันตี” กลับลํา กลับมาเขียนหนังสือ
ประการที่ 2...ในบรรดาค่ายผู้จัดละคร ที่มีประสบการณ์ในการทําละครแนวอิงประวัติศาสตร์ ต้องยกให้กับ “กันตนา” ละครแนวนี้หลายๆ เรื่อง สถานีไว้ใจผู้จัดอย่าง “กันตนา” ตลอดมา
ตอนที่ “กันตนา” ยังเป็นผู้จัดที่ปักหลักอยู่กับช่อง 5 ก็มีผลงานละครฟอร์มยักษ์ออกมาให้ได้ดูเสมอๆ อย่าง “กษัตริยา” หรือ “มหาราชกู้แผ่นดิน” ที่ออกอากาศเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว ก็เป็นผลงานของ “กันตนา” เมื่อมาทําละครให้ช่อง 7 สี ก็ยังมีละครฟอร์มยักษ์อิงประวัติศาสตร์ให้ได้ดูตลอด
หลายคนอาจจะมองว่า “รายากูนิง” ใช้งบประมาณในการสร้างสูง ถ้าเทียบกับสถานะของ “ทีวีสาธารณะ” เพราะใช้เงินถึง 40 ล้านบาท
แต่ 40 ล้านบาทที่นํามาสร้าง “รายากูนิง” ไม่ใช่เงินของ “ทีวีไทย” ล้วนๆ...15 ล้านบาทเป็นเงินที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ อุดหนุนช่วย “ทีวีไทย” ควักแค่ 25 ล้านบาทเท่านั้นเอง
งบประมาณจะเท่าไหร่ ผมว่าอย่าไปสนใจเลย สิ่งที่ต้องให้ความสําคัญ คือละครที่ทําออกมาเป็นแนวไหน? มี “คุณค่า” กับคนดู และ ประเทศมากเท่าไหร่?...ตรงนี้ต่างหากที่เป็นโฟกัสของ “รายากูนิง”
ที่สําคัญละครแต่ละเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นละครฟอร์มขี้ไก่ หรือ ละคร ชาวบ้าน มึงมาพาโวย หรือ มือเท้าถึง งบประมาณก็ไม่ได้ต่างจากที่นํามาสร้าง “รายากูนิง”
ประการที่ 3...ดาราที่นํามาแสดงใน “รายากูนิง” ก็ไม่ได้แพ้ดาราที่แสดงในละครแนวพิมพ์นิยม ไม่ว่าจะเป็น “นิกัลยา ดลยา” ซึ่งรับบทเป็น “รายากูนิง” ถือว่า “กันตนา” เลือกคนได้ถูกงาน-ถูกคน เพราะ “นิกัลยา” ซึ่งเป็นอดีตมิสไทยแลนด์เวิลด์ เป็นลูกหลานของคนปัตตานี

“นิกัลยา” จึงซึมซับกับการสวมแทน “รายากูนิง” ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นสีหน้า หวานอมเข้ม การแสดงออกที่เข้าใจวัฒนธรรมของรัฐปัตตานีได้อย่างดีเยี่ยม
ส่วนนักแสดงคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ชาติชาย งามสรรพ์, ชาลิสา บุญครองทรัพย์, ชุมพร เทพพิทักษ์, ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม ฯลฯ ก็เล่นได้ดีไม่แพ้กัน
“ฐาปกรณ์ ดิษยนันท์” ผู้กํากับฯ ละคร ถือว่าทํางานหนักทีเดียว เพราะการกํากับฯ ละครอิงประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ใครๆ ก็ทําได้ แต่เมื่อผลงานทําออกมาแล้ว “ดี” แถมเรทติ้งดี แม้จะออกอากาศในช่อง “ทีวีสาธารณะ” ก็ตาม พลอยให้หายใจโล่ง
ประการที่ 4...“รายากูนิง” ยังเป็นละคร ที่ไม่ต่างจากสะพานเชื่อมให้คนไทยได้เข้าใจความเป็นอยู่ของประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในมิติที่เข้าอกเข้าใจ ว่าพวกเขาก็เป็นคนไทยเหมือนกันกับเรา เพียงแต่อาจจะ “ต่าง” ในภาษา และวิถีชีวิตเท่านั้นเอง
โปรแกรมละครของสถานีโทรทัศน์อย่างช่อง 3 และ ช่อง 7 สี ซึ่งเป็น “สถานีนิยม” แต่ละสัปดาห์จะมีอยู่ 3 เรื่อง คือต้นสัปดาห์ 1 เรื่อง กลางสัปดาห์อีก 1 เรื่อง และ ปลายสัปดาห์ 1 เรื่อง
ทุกเรื่องส่วนใหญ่จะอยู่ในโทนเดียวกัน ทั้งรูปแบบและเนื้อหา ไม่มีความต่างแต่อย่างใด? พัฒนาการของวงการละครบ้านเรา 10 ปีเป็นยังไงก็เป็นยังงั้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ต่างจากการพายเรืออยู่ในอ่าง ทั้งๆ ที่โลกและคนดูเปลี่ยนแปลงไปมาก
ซึ่งก็ไม่ว่ากัน หรือบังคับกันไม่ได้ ขึ้นอยู่กับแนวนโยบายของสถานี และความถนัดของผู้จัดที่วนเวียนอยู่ไม่กี่ค่าย
ที่ผ่านมา คนดูละครบ้านเรา จึงไม่มีโอกาสที่จะได้ดูละครสร้างสรรค์ ละคร “คุณภาพ” เพราะมองว่าละคร “คุณภาพ” ขายไม่ได้ ซึ่งเป็นการคิดเอง-สรุปเอง ซึ่งผมคนหนึ่งล่ะ ที่ไม่คิดยังงั้น
แนวละครแบบ “รายากูนิง” ถือเป็นตัวอย่างที่ดี ที่สถานีโทรทัศน์บ้านเรา ควรจะมีในผัง♦
26 มิย. 2551