ของช่องโมเดิร์นไนน์ ทีวี แล้วก็อดที่จะดีใจและเสียใจกับผู้จัดฯ และเจ้าของรายการที่ต่างก็ได้เข้ามาร่วมกันผลิตผลงานคุณภาพให้กับช่องแห่งสังคมอุดมปัญญาแห่งนี้ แต่ก็มีบางผู้จัดฯ ที่ถือว่าเจอจุดเปลี่ยนในการผลิตรายการอีกครั้งในชีวิต
ซึ่งคนที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คงจะเป็นพิธีกรหน้าตี๋มากความสามารถอย่าง “ดู๋-สัญญา คุณากร” เพราะถ้าใครจะยังพอจํากันได้ เมื่อสักประมาณปลายปี 2550 ทางช่องโมเดิร์นไนน์ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดผังเฟสแรกของปี โดยมีรายการน้องใหม่จากพิธีกรหน้าเดิม
ที่จะเข้ามาเสียบแทนเวลาเก่าของคนข่าวมือเก๋า “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ภายใต้แบรนด์ “ถึงลูกถึงคน” ที่ต้องลาจอช่อง 9 ไปเนื่องจากปัญหาในเรื่องของผลประโยชน์ที่คงจะได้ตามข่าวชิ้นนี้กันมาบ้างแล้ว โดยในครั้งนั้นรายการใหม่ที่จะได้พิธีกร “ดู๋-สัญญา” ที่ได้สร้างขึ้นมาเป็นโมเดล
โดยที่บอกว่ายังเป็นโมเดลก็เพราะว่าในตอนนั้นสโคปรายการมีเพียงรายละเอียดว่าเป็นรายการทอล์คที่จะหยิบยกเอาประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นในสังคมแบบวันต่อวัน โดยมีพิธีกรหนุ่มรายนี้นั่งเป็นผู้ดําเนินรายการ นั่นคือสิ่งที่ถูกนําเสนอต่อหน้าสื่อมวลชนผู้ไปร่วมงานรวมทั้งเหล่าเอเยนซี
หากแต่ในขณะนั้นชื่อรายการยังไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมา จนในที่สุดเมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน รายการตาสว่าง ที่จะมาปลุกให้คนไทยได้รับรู้เรื่องราวที่ทั้งใกล้ตัวและไกล ตัว หรือแม้แต่ประเด็นที่ใครอยากจะรู้ โดยเริ่มรายการในเวลาประมาณ 5 ทุ่ม
โดยในระยะแรกของการออกอากาศในช่วงต่างๆ ของรายการ ถือว่า พิธีกร “ดู๋-สัญญา” ที่ผลิตรายการน้ำดีชิ้นนี้ ภายใต้ชายคาของบริษัท ดีทอล์ค จํากัด ซึ่งก็มีกระแสของการตอบรับที่ดี ถึงแม้ช่วงเวลาการออกอากาศสดของรายการจะเป็นช่วงที่ใกล้เวลานอนของคนทํางานแล้วก็ตาม
เนื่องจากการนําเสนอที่เกาะติดสถานการณ์สําคัญๆ ของแต่ละวัน ทําให้รายการตาสว่าง กลายเป็นกระบอกเสียงสําหรับชาวบ้านร้านตลาด ที่ต้องเจอกับการถูกเอารัดเอาเปรียบจากสังคมด้วยวิธีการต่างๆ เหมือนดีทอล์ค และ “ดู๋-สัญญา” จะโยนหินถามทางได้อย่างประสบความสําเร็จในจุดนี้
ทําให้ตัวเลขความนิยมที่ได้รับการสํารวจจากรายการ จึงไม่ดีเหมือนกับการถูกพูดถึงในช่วงแรกๆ บางวันรายการมีเรทติ้งไม่ถึง 2 ด้วยซ้ำ และถึงแม้ว่าตัวเลขประเมินเหล่านี้จะใช้วัดอะไรจากการเริ่มผลิตรายการโดยทั่วไปไม่ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าปัจจัยเหล่านี้ก็สร้างความน่าเชื่อถือกับการลงทุนของเหล่าเอเยนซีได้ไม่น้อยเช่นกัน
รายการตาสว่างของพิธีกรหนุ่มรายนี้ จึงไม่สามารถจะก่อให้เกิดรายได้ อย่างที่ช่องต้องการได้ เมื่อเป็นอย่างนี้ เราจึงได้เห็นรายการตาสว่างในวันเดิม แต่เพิ่มเวลาเป็น 2 ชม. เพื่อการสัมภาษณ์ที่เต็มอิ่มมากกว่ารายการเพียงชั่วโมงเดียว แต่มีทุกวัน
โดยหากจะมองโลกในแง่ดีที่ดีทอล์คจะได้แสดงกึ๋นให้ทางสถานีได้เห็นว่า เมื่อมีเวลาเต็มที่แล้ว จะงัดเอากลเม็ดดีๆ อะไรมาเป็นจุดขาย เพราะต้องไม่ลืมอย่างหนึ่งว่า อย่างไรเสีย ชื่อของ “สัญญา คุณากร” ก็ยังขายได้ในความรู้สึกของคนไทย♦
25 มิย. 2551