ระหว่าง ไทเกอร์ วูดส์ กับ ร็อคโก มีดิเอท จากซานดิเอโก้ สนามทอร์เรย์ไพนส์...ได้เปิดดูรายการ “จับเข่าคุย” ของสรยุทธ สุทัศนะจินดา สัมภาษณ์ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือ ม.ล.ปลื้ม คนดังในแวดวงคนทีวี ในฐานะ “ผู้สมัคร” ที่เปิดตัวชนกับ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ คนเดิม
กอล์ฟยูเอสโอเพ่น มีประเพณีที่แปลกคือ ถ้าแข่ง 4 วันแล้วเสมอกัน ต้องออกเพลย์ออฟ 18 หลุม (การแข่งขันตัดเชือก แพ้แล้วแพ้เลย ไม่มีการแก้ตัว) ปกติรายการอื่นๆ ถ้าเสมอก็เพลย์ออฟแบบ “ซัดเดนเดธเพลย์ออฟ” แพ้หลุมไหนก็จบหลุมนั้น แต่ “ยูเอสโอเพ่น” ถ้าเสมอต้องแข่งใหม่อีกวัน 18 หลุม ถ้ายังเสมอกันอยู่ถึงจะซัดเดนเดธเพลย์ออฟ หาตัวผู้ชนะ
“ยูเอส โอเพ่น 2008” เลยต้องแข่งกัน 5 วัน (ปกติแค่ 4 วัน) คืนวันจันทร์จึงไปไหนไม่ได้ เฝ้าจอตลอด...เลยมีโอกาสเช็กรายการต่างๆ ระหว่างรอเวลาถ่ายทอด
ผมชอบวิธีคิดของ “คุณปลื้ม” ในการประกาศตัวเพื่อลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. โดยเน้นความเป็นคนรุ่นใหม่ของตัวเองที่มั่นอกมั่นใจว่าเป็นคนแรกที่จะผ่าผังกรุงเทพ ให้เป็นเมืองในฝันให้ได้ ไม่ใช่แค่คุยเพื่อหาเสียง
“ม.ล.ปลื้ม” มีอายุแค่ 32 เศษๆ จึงมีคำถามว่า ละอ่อนเกินไปหรือเปล่ากับการจะลงเวที กทม. เป็นตัวแทนคนกรุงเทพ เพื่อบริหารเมืองใหญ่ระดับนี้ ตัวเขาเองบอกว่า พร้อมกับงานชิ้นนี้
“คุณปลื้ม” คิดว่า การเมืองไทยไม่มีอะไรใหม่ๆ กทม. มีแต่ปัญหาเรื้อรังทับซ้อน ผู้ว่าฯ คนไหนมาก็ไม่ได้จริงจังกับปัญหา ทั้งๆ ที่ กทม. มีงบมหาศาล
เขาประกาศชัดเจนเรื่องการต่อต้านเซ็กซ์ อย่างซอยพัฒน์พงษ์ ซอยเคาบอย ควรจะถูกโละทิ้งแล้วปรับกระบวนทัศน์ใหม่ ถ้าจะเน้นเรื่องการท่องเที่ยวก็ไม่ควรจะเอาเซ็กซ์มาล่อ
ทัศนยภาพข้างพัฒน์พงษ์ ริมฟุตปาทต่างๆ ทั่วกรุงเทพ เป็นแผงขายของ เป็นรายขายก๋วยเตี๋ยวเต็มไปหมด
ถนนต่างๆ ที่ทำมา 4 เลน 6 เลน ก็กลายเป็นที่จอดรถ ปล่อยให้รถวิ่งเลนเดียว ติดหนึบเหมือนเมื่อครั้งยังไม่ทำถนน
ที่เป็นเช่นนี้เพราะตำรวจเทศกิจ ตำรวจท้องที่ มีเอี่ยวในการเก็บ ค่าคุ้มครองดูแล เป็นช่องทางทำมาหากินของข้าราชการ กทม. และข้าราชการตำรวจ
ทั้งหลายทั้งปวงคือปัญหาเรื้อรังของ กทม. ที่ผู้ว่าฯ คนไหนมา ก็ไม่สามารถแก้ไขได้...ปากก็ว่าปาวๆ พอเจอเงินยัดปากก็เงียบทุกคน ปล่อยให้กรุงเทพเป็นภาระทางความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ต่อไป
แค่เขาอ้างว่า รังแกผู้หาเช้ากินค่ำ ทำงานด้วยความสุจริต ซึ่งเป็นระบอบคุณธรรม (เจ้าหน้าที่เก็บส่วยนำมารายงานนายก็ไม่กล้าแตะเขา)
“คุณปลื้ม” มีหลายๆ สิ่งในใจที่อยากพูด แต่ไม่แน่ใจว่าพูดแล้วจะบวกหรือลบ การสัมภาษณ์จึงดูอึดอัดใจมากกว่าที่จะได้เห็นทัศนวิสัยเชิงบวกกับการเป็นผู้บริหารเมือง จากคนวัยไม่ถึง 35 ปี
“ปลื้ม” พูดแบบกั๊กๆ...จึงได้คะแนนติดลบ แทนที่จะได้บวก ทั้งๆ ที่แบ็คกราวด์ดี มีความสามารถ และเป็นคนมุ่งมั่นในการแก้ปัญหา
คนกรุงเทพอยากได้คนรุ่นใหม่มาแก้ปัญหา กรุงเทพต้องมีอัศวินขี่ม้าขาวมาผ่าเมือง สร้างให้เป็นเมืองที่น่าอยู่และปลอดภัยให้ได้
ตั้งแต่เขาเกิด จนปัจจุบัน มีผู้ว่าฯ จากการเลือกตั้งมามากมาย แต่ปัญหา กทม. ไม่เคยแก้ได้
เมื่อเด็กๆ เขาได้ยินชื่อ สนธิ - จำลอง - สมัคร - เฉลิม วันนี้ “ปลื้ม” เติบใหญ่ เป็นกำลังสำคัญของสังคม เป็นคนมีปากมีเสียงในประเทศ ก็ยังไม่เห็นว่าท่านเหล่านั้น ปรับกรุงเทพ หรือเปลี่ยนวิธีการเล่นการเมืองเพื่อความเจริญทางประชาธิปไตยของชาติเลย
“สรยุทธ” ถามว่า “ปลื้ม” มาเล่นการเมืองแล้ว มีอะไรที่แตกต่างและไม่เหมือน จำลอง - สนธิ - สมัคร - เฉลิม ที่เป็นอยู่...เขาไม่ตอบคำถาม
จะด้วยอะไรก็แล้วแต่...นั่นแสดงให้เห็นว่าวิสัยทัศน์ที่เขามียังเป็นวิสัยทัศน์ที่เป็นแค่นามธรรม จับต้องไม่ได้
“คุณปลื้ม” ต้องตอบ...จะเป็นคำตอบอย่างไรก็แล้วแต่ ถ้ายังงั้นก็ไม่ต้องพาดพิงถึงคนอื่นเขา...เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่กล้าหาญลงชิงชัยในสนามแห่งนี้ ต้องกล้ากว่านี้ ถ้าเป็นผมจะตอบว่า
จำลอง - สนธิ - เฉลิม - สมัคร ในยุคนั้น ผ่านมา 30 กว่าปี ระบอบการเมือง - การบริหารบ้านเมือง แม้จะเปลี่ยนระบบจากแต่งตั้งมาเป็นเลือกตั้ง ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เพราะคนเหล่านั้นถูกกรอบอำนาจซ่อนเร้นขวางอยู่
“ปลื้ม” เข้าใจปัญหา และมั่นใจว่าแนวนโยบายบัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น จะยังใช้ได้ผล เพราะคนกรุงเทพฉลาดพอที่จะแยกแยะปัญหาได้ ทำไมผู้ขันอาสาให้คน กทม. เลือกมีน้อยเหลือเกิน...เขาอยากเป็นตัวเลือกนั้น
ถ้าคน กทม. มองเขาเป็นอัศวินได้ ก็อยากเป็น แต่การเป็นอัศวินต้องมีผลงานที่คนส่วนใหญ่รับได้ สำหรับ ปลื้ม...เมื่อประกาศตัวจะลงสมัคร ย่อมมั่นใจและมีแนวทางแก้ปัญหาซ้ำซ้อนได้
ผู้ใหญ่ทางการเมือง ไม่ว่า จำลอง - สนธิ - สมัคร - เฉลิม - อภิรักษ์ - บรรหาร - ทักษิณ ฯลฯ จะได้เห็นว่า ปัญหา ถ้าผู้มีอำนาจเอาจริงในการแก้...ต้องแก้ได้
“คุณปลื้ม”...อย่าเฝือกับคำว่า “ผมกำลังจะบอกว่า” แล้วก็ไม่รู้เรื่องว่าคุณกำลังบอกอะไร...วิธีคิดดี แต่การถ่ายทอดทางคำพูด ต้องปรับปรุงอีกเยอะ
ยังไงก็ตาม...ถ้าคุณลงเลือกตั้ง ผมจะลงคะแนนให้ และจะอาสาหาเสียงให้ ผมเชื่อว่า “แรมโบ้ ปลื้ม” ต้องไม่เหมือนคนธรรมดาที่ผมเคยรู้จัก...อยากได้ผู้ว่าฯ แบบคุณ♦
18 มิย. 2551