แบบว่าเป็นความรู้สึกรักที่ไม่มีอะไรเหมือน ลูกจะหลับจะตื่น ความรัก - ความเอ็นดูของผู้เป็นพ่อ-แม่ ไม่เคยห่างหาย พ่อ-แม่จำนวนมาก มักปากกับใจไม่ตรงกัน
บางคนมีลูกที่โลกส่วนตัวสูง บ้างก็เจาะหู บ้างก็สักลายเต็มตัว พ่อแม่โกรธลมออกหู บริภาษแรงๆ ไปตายที่ไหนก็ไป ต่อไปนี้เงินที่ให้ประจำทุกวันจะไม่ให้แล้ว รถที่ขับอยู่จะยึดกุญแจคืน ไอ้ลูกไม่รักดี ฯลฯ สารพัดจะงัดออกมาว่าลูก
แต่ในใจรักลูกจนแทบขาดใจ ลูกจะทำอะไรก็ทำเถอะ ขอให้ลูกเป็นคนดี ไม่ต้องคาดหวังว่าจะมาเลี้ยงดูพ่อแม่ เพียงแค่เขาเอาตัวรอด มีอาชีพ มีหน้าที่การงานก็พอแล้ว
พ่อ-แม่ ที่ปฏิบัติตนอย่างนี้เขาว่าผิด รักลูกก็บอกว่ารัก ไม่ใช่ด่าประชดประชัน พ่อ-แม่รักลูกนะ เงินทองที่ให้ก็ให้เพราะความรัก ลูกต้องอย่าทำลายความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูก ตัวขาวก็อยากสักให้ดำ...สิ่งที่บ่งบอกความทันสมัย ไม่ใช่รอยสักก็มีมิใช่หรือ ทำอย่างอื่นแทนได้มั้ย จะย้อมผม... หรือเสื้อผ้า ได้หรือเปล่า
พ่อ-แม่ ต้องอย่าด่าประชดประชัน ไม่ใช่นั่งทานข้าวด้วยกันเมื่อไหร่ ก็ด่า ด่า ด่า จนลูกเกิดความเบื่อหน่ายคำอบรมสั่งสอน หรือตักเตือน... อบรม ลูกต้องมีจังหวะเหมือนกัน
ที่สำคัญ ปากกับใจต้องตรงกัน รักลูกก็ต้องบอกรักลูก ไม่ใช่ไปตายที่ไหนก็ไป ไม่มีเอ็งสักคน ธุรกิจของตระกูลคงไปได้ดีกว่านี้ คงไม่มีใครผลาญสู้ลูกคนเล็กไม่ได้ ว่านอนสอนง่าย พ่อ-แม่พูดอะไรก็เชื่อ
พูดอย่างนี้เหมือนเทน้ำมันใส่ไฟ...กลายเป็นว่าพี่-น้องต้องทะเลาะกันเอง หาว่าพ่อ-แม่รักลูกไม่เท่ากัน
ในวงการบันเทิงก็มีพ่อแม่ที่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดี (แบบอย่างที่ไม่ดี จะไม่พูดถึง และไม่ยกตัวอย่างให้ดู ส่วนใหญ่ก็รู้ๆ กันอยู่)
“เสี่ยเจียง” สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ เจ้าของสหมงคลฟิล์ม มีลูกทั้งหมด 5 คน ผู้หญิง 4 ผู้ชาย 1 (จาก 3 แม่) ทั้งหมดกลมเกลียวกัน รักกันเหมือนคลานตามกันออกมา เพราะ “เสี่ยเจียง” จะสอนลูกออกจากใจ
ลูกคนโตของเสี่ย คือ อวิกา คนรอง จาตุศม คนสุดท้องคือ ชมศจี อีกคนคือ อัครพล จากอีกแม่ ส่วนคนล่าสุดคือ นวรัตน์ จากอีกแม่ ลูกทั้ง 4 คนที่โตแล้ว เรียนจบจากธรรมศาสตร์หมด...ทุกคน มาช่วยพ่อทำงานที่บริษัท มีรูปแบบและวิธีคิดในแบบที่เสี่ยวางไว้หมด ไม่เคยนอกลู่นอกทาง ไม่เคยทำให้พ่อแม่เสียใจ
ลูกทั้งหมด เป็นกำลังใจให้พ่อ เป็นกำลังสำคัญในการทำธุรกิจ จนสหมงคลฟิล์มรุ่งเรืองเป็นอันดับ 1 ในธุรกิจภาพยนตร์ในปัจจุบัน
.jpg)
โมเดลการเลี้ยงดูลูกที่ถูกวิธี มีเหตุและผลกับการให้การสั่งสอน ไม่ใช่ดุด่าโดยขาดเหตุผล
ใครเห็นลูกๆ “เสี่ยเจียง” ที่กลมเกลียวกัน ไม่เคยทำให้พ่อแม่หนักใจใดๆ ตั้งแต่เด็กจนโต เป็นภาพที่น่าประทับใจ
ถือเป็นครอบครัวบันเทิงที่น่าเอาอย่าง อย่างยิ่ง ทั้งๆ ที่กว่าลูกๆ เหล่านี้จะเติบโตจนบัดนี้ เสี่ยเจียงก็ล้มลุกคลุกคลานมาน่าดู ด้วยความคิดว่า การศึกษาคือหัวใจสำคัญ เสี่ยจึงเน้นให้ลูกๆ เรียนจากสถาบันดีๆ ...ลูกๆ ก็ดีดังใจ ส่งผลให้เสี่ยเจียงสบายไปทุกวันนี้
อีกครอบครัวคือ “จารุจินดา” ของ ดวงดาว จารุจินดา ที่มีลูกชาย 2 คน คือ ตั้ม-วิชญะ และ เติ้ล-ตะวัน
สามีคุณดวงดาว คือ พลากร สมสุวรรณ ผู้บริหารระดับสูงของช่อง 7 สี “พลากร” จบนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ รุ่นเดียวกับ “หน่อง” อรุโณชา ภาณุพันธุ์...แบ็คกราวด์ครอบครัว คุณพ่อของพลากร เป็นอดีตผู้ช่วยผบ.ทบ. เป็นเหตุให้เขาเข้ามาทำงานในสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ในฐานะพิธีกร พากย์หนัง และบริหารงานในส่วนรายการ
“พลากร” เป็นคนมีความรู้ เป็นคนเงียบไม่พูดมาก ไม่เคยว่าร้ายใคร เลิกงานก็ไปออกกำลังกาย เตะบอล เล่นเทนนิส มีวิถีชีวิตพอเพียงจริงๆ
“พลากร” แต่งงานกับ “ดวงดาว” ซึ่งเป็นนักพากย์เหมือนกัน แถมลูกติด 2 คน คือ ตั้ม - เติ้ล...พลากรกับดวงดาวไม่มีลูกด้วยกัน ตั้ม - เติ้ล จึงถูกเลี้ยงอย่างดีจากคุณพ่อพลากรตั้งแต่เด็กๆ
ต้องยอมรับว่า ตั้ม - เติ้ล เป็นนักกีฬา และเป็นคนมีระเบียบวินัยในชีวิตที่ดี มาจากการเติมวันละนิดจากพลากร และแม่ดวงดาว
คุณดวงดาว เกิดในครอบครัวคนทำหนัง มีฐานะในขั้นร่ำรวย เพราะตระกูล “จารุจินดา” คือตระกูลใหญ่ เป็นตระกูลศิลปิน - ตระกูลบันเทิงโดยแท้ แม้จะเพียบพูนด้วยทรัพย์ศฤงคาร แต่ดวงดาวไม่เคยสอนให้ลูกหลงทาง ไม่สอนลูกแบบเวอร์ๆ
การก้าวเดินของ ตั้ม - เติ้ล ในบันเทิงก็ก้าวตามสเต็ป ไม่มีข้ามขั้นหรือข้ามหัวใคร แม้ว่าชอยซ์เลือกในชีวิตเขามีมากกว่าคนอื่นๆ เพราะพ่อ-แม่สอนเสมอๆ ถึงการอ่อนน้อมถ่อมตน และการให้เกียรติคนอื่นๆ งานที่ได้ก็มาจากความเหมาะสม และคนอื่นป้อนให้
เวลานี้ ตั้ม-วิชญะ ไปร่วมหุ้นกับลูกเสี่ยเจียง เปิดทีวีดาวเทียมชื่อ “มงคล แชนแนล” เป็นช่องหนังไทยล้วนๆ ใครมีจานดาวเทียม ได้ดูหนังมงคลฟิล์มที่มีนับพันเรื่องฟรีๆ
ลูกที่ถูกเลี้ยงมาอย่างดี...จาก 2 ตระกูล ได้ร่วมธุรกิจกัน ผมถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะนี่คือแนว คิดของคนรุ่นใหม่กับการก่อร่างธุรกิจ ต่อยอดในสิ่งที่ครอบครัวมี โดยไม่มีผู้ใหญ่เป็นตัวเชื่อม...ผมมองว่า ทั้งเสี่ยเจียง และพลากร - ดวงดาว คือคนที่เลี้ยงลูกเหมาะกับการเป็นตัวอย่างกับวงการ♦
16 มิย. 2551