เป็นหนึ่งในทีมพากย์ฟุตบอลยูโร 2008 ที่กําลังระเบิดแข้งกันอยู่ตอนนี้ ขณะเดียวกันเขายังเป็นหนึ่งในพิธีกรข่าวกีฬาประจําช่อง 7 สี ที่ถูกดึงตัวเข้าไปร่วมงานเมื่อไม่นานมานี้
“อดิศร” เคยให้สัมภาษณ์ผ่านนิตยสาร Positioning บอกว่า นามปากกา “แจ๊คกี้” ของเขามาจากชื่อ “Jackie Charlton” นักบอลระดับซูเปอร์สตาร์ของอังกฤษ โด่งดังสมัยที่เขายังไม่ลืมตาดูโลก
แต่เหตุที่เขาเลือกชื่อนี้มาเป็นนามปากกา เพราะประทับใจในบทบาทของนักเตะคนนี้ในสมัยที่เขาสวมบทบาทเป็นโค้ช ในช่วงต้นทศวรรษ 1990
“อดิศร” เริ่มงานที่สยามสปอร์ตตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรีครุศาสตร์เอกพละจากจุฬาฯ มาในปี 2535 หรือ 1992 ด้วยหน้าที่แปลข่าวจากรอยเตอร์และเอเอฟพี รวมถึงเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับฟุตบอลสเปนซึ่งเป็น ลีกใหม่ที่คนไทยในขณะนั้นยังไม่คุ้นเคย ซึ่งทางสยามสปอร์ตก็ลงทุนส่งเขาไปเรียนภาษาสเปนที่จุฬาฯ เลยทีเดียว
จนกระทั่ง 4 ปีผ่านไปจึงได้รับเลือกให้เดินทางไปประจําที่ลอนดอน 2 ปี ตามระบบของสยามสปอร์ตที่จะส่งนักข่าวใหม่ไปทุกๆ ปี แต่อยู่คนละสองปี เหลื่อมเวลาเพื่อให้มีคนเก่าที่ลอนดอนอยู่สอนงานคนใหม่ได้ตลอด
หน้าที่ประจําคือ ไปเข้า Press Conference ที่ผู้จัดการทีมและนักฟุตบอลจะพบปะนักข่าวในทุกวันศุกร์ ดูเกมการแข่งขันในเกมวันเสาร์ และเข้าแถลงข่าวอีกครั้งหลังเกมจบ ส่วนเวลาอื่นๆ ที่เหลือไปเดินสาย ดูสนาม หรือเก็บข้อมูลอื่นๆ มารายงานผู้อ่านผ่านคอลัมน์ “ไดอารี่พรีเมียร์ชิพ” ในหนังสือพิมพ์สยามกีฬา
เขาอธิบายว่าเหตุผลที่ต้นสังกัดส่งนักข่าวไปในสมัยก่อนเพราะไม่ต้องการรับข้อมูลจากรอยเตอร์และเอเอฟพีเพียงอย่างเดียว และยุคนั้นยังไม่มีอินเตอร์เน็ตที่จะรับข้อมูลข่าวสารได้หลากหลายรวดเร็วเหมือนทุกวันนี้
แต่แม้ปัจจุบันที่มีอินเตอร์เน็ต บริษัทก็ยังคงนโยบายให้มีนักข่าวประจําในอังกฤษ เยอรมนี และอิตาลี อย่างเดิม เพราะจะสามารถเลือกเจาะเลือกเล่นประเด็นข่าวที่ต้องการได้เต็มที่
เมื่อกลับมาถึงไทยไม่ทันไร “อดิศร” ก็ข้ามไปช่วยงานรายการทีวีจนต้องกลับไปอังกฤษอีกครั้ง อยู่ 1 เดือน เพื่อตระเวนทําสารคดีทัวร์สนามแข่งดังๆ ของยุโรป เสริมคลังข้อมูลในตัวให้แน่นขึ้นไปอีก
จากนั้นมาเขาก็รับหน้าที่ “นักพากย์ตัวรอง” ให้กับแมตช์ถ่ายทอดสดต่างๆ ทางช่อง 7 และยูบีซี คําว่า “ตัวรอง” ในที่นี้หมายถึงหน้าที่ให้ข้อมูลประกอบเกมการแข่งขัน
ต่างจาก “ตัวหลัก” ที่จะบอกเล่าจังหวะลีลาของเกมด้วยน้ำเสียงและอารมณ์ต่างๆ ซึ่งหน้าที่ฝ่ายข้อมูลของอดิศรนี้ ในต่างประเทศอย่างอังกฤษจะใช้อดีตนักฟุตบอลหรือโค้ชดังๆ รับหน้าที่
วันนี้ “อดิศร” สามารถพัฒนาจากนักพากย์ “ตัวรอง” มาเป็น “ตัวหลัก” ในเกมการแข่งขันแมตช์สําคัญๆ จนกลายเป็นหนึ่งในทีมพากย์ฟุตบอลยูโร 2008 ที่มีข้อมูลแน่นเปรี๊ยะ จนทําให้ “คอบอล” ได้ทั้งอรรถรส และความสนุกสนานกับการดูเกมโดยไม่เบื่อ♦
12 มิย. 2551