เจอคำถามจากนักข่าวว่า “พี่ต๋อยเติบโตจากช่อง 3 ถือว่าทำให้รวยก็ว่าได้ เมื่อยกบริษัทหนีไปไอทีวี อย่างนี้ช่อง 3 ไม่เสียหายหรือครับ”
คุณไตรภพ ตอบว่า “อย่าลืมว่าช่อง 3 ก็รวยจากผมเหมือนกัน” นั่นคือคำตอบ ซึ่งสามารถตีความได้ 2 ความหมาย
ความหมายแรก คือ ธุรกิจกับบุญคุณ ต้องแยกกัน อย่ามองว่าเกิดที่ไหนจะต้องตายที่นั่น นักธุรกิจที่ฉลาดต้องมีทางเลือกของตัวเอง “ไตรภพ” มีสิทธิ์เลือกไปไอทีวี ที่มีเงื่อนไขดีกว่า เขาพูดแบบนักธุรกิจ...ไม่ผิดครับ
ความหมายที่ 2 “ไตรภพ” ไม่ได้พูดเพื่อบอกว่าเขาทำให้ช่อง 3 รวย แต่สื่อว่ารายการจากบริษัทของเขาทำเรทติ้งเป็นอันดับ 1 ส่งผลให้รายการภาครวมของสถานีดีไปด้วย ถ้ารายการของเขาโฆษณาเต็ม ส่วนแบ่งโฆษณาที่สถานีได้ ก็ขายเต็ม - ขายได้ราคาเหมือนกัน ทั้ง 2 คนรวยจากรายการของเขาเหมือนกัน
ผมเข้าใจคำพูดของ “ไตรภพ” ซึ่งมักตั้งอยู่บนความจริงใจ และตรงไปตรงมาเสมอ เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ บางคำพูดก็ไม่เข้าหูคนถ้าใครรู้จักเขา “ไตรภพ” ถือเป็นคนคบได้คนหนึ่งในวงการ หรืออาจมีคนจำนวนมากที่ไม่ใส่ใจหรือแยแสในวันที่เขาเคว้งจากไอทีวี
วันที่ไปทำรายการ “Club 7” หรือ “สโมสรหมายเลข 7” เขาก็ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า “ผมไม่ได้ไปง้อขอทำรายการ แต่ช่อง 7 สีให้ผมทำเอง”
นักข่าวฟังแล้วรู้สึกหมั่นไส้ บางฉบับถึงกับพาดหัวว่า ไตรภพ - ผยอง!! ฟังผิวเผินก็เหมือนคนหยิ่งผยองเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่มีที่ลง หยุดทำงานไปถึง 5 เดือน จ่ายเงินไปเปล่าๆมากกว่า 25 ล้านบาท
ความมั่นใจ ความจริงที่เป็นอยู่ ทำให้เขาพูดอย่างนั้น เพราะช่อง 7 สีเรียกเขาไปทำจริงๆ ไม่ใช่เขาไปกราบตัก “คุณแดง” เพื่อขอทำรายการ เพราะ “คุณแดง” ตระหนักดีว่า เวลานี้พิธีกรในเมืองไทย ไม่มีใครเทียบ “ไตรภพ” ได้ ทั้งแง่ความสามารถ หรือการยอมรับจากผู้คน แม้ลึกๆ จะไม่ชอบวิถีชีวิตที่เป็นอยู่ของ “ไตรภพ”
“คุณแดง” แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกได้ แม้ความจริงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ
“ไตรภพ” ควรจะใช้คำพูดให้ละมุนละม่อมกว่านั้นก็ได้ เพื่อภาพหรือข่าวที่ออกไปผ่านสื่อจะได้ดูดี ต้องลืมซะมั่งก็ได้ว่า ตัวเองคือ พิธีกรเบอร์ 1 ของประเทศที่นักข่าวสถาปนามาให้
จริงๆ แล้ว “ไตรภพ” อาจไม่ใช่อันดับ 1 ก็ได้ความที่อยู่มานาน นักข่าวเกือบทุกฉบับเป็นเพื่อนกัน การเขียนข่าวการให้กำลังใจกัน จะชื่นชม เชิดชูกันบ้าง เพื่อให้รู้ว่าคุณก็มีพวก คำว่า “พิธีกรอันดับ 1” ที่ยกให้คุณ อาจทำให้พิธีกรคนอื่นๆ ไม่พอใจก็ได้
นั่นคือวิถีการทำงานของคนข่าว และวิธีคิดของคนทำงานทีวีที่ประสบผลสำเร็จแล้ว มีเงินทองร่ำรวยเป็นหลายร้อยล้าน อาการแคร์คนอื่นๆ ก็ไม่ค่อยมี คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น
คนเก่ง หรือคนรวยแล้ว พูดจาให้เกียรติคนอื่น ถนอมใจคนถามบ้างก็ไม่ผิด – ไม่ใช่หรือ
คนเก่ง...คนรวย อย่างคุณทักษิณ ชินวัตร ก่อนจะถูกปฏิวัติ ส่วนหนึ่งก็มาจากความปากไว คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น เพราะท่านคิดว่าตัวเองทุ่มเททั้งชีวิตเพื่องานการเมือง แต่มีคนไม่กี่คนมาเย้วๆ ไล่เขาออกไป จึงไม่ให้ราคา ที่สุดอาการหมั่นไส้ก็เกิดขึ้น แล้วลามไปถึงปฏิวัติ รัฐประหาร
นั่นคือตัวอย่างหนึ่งที่มาจากความมั่นใจตัวเอง และยืนยันว่าตัวเองไม่ผิดที่จะพูด เพราะมั่นใจว่าตัวเองฉลาดพอที่จะพูด โดยใคร่ครวญ ไตร่ตรองแล้ว ส่วนคนฟังจะตีความหรือเข้าใจอย่างไร ก็สุดแท้แต่
บทสรุปในเรื่องที่ผมกล่าวมา เพื่อขยายความว่า “ไตรภพ” พูดสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และเรื่องราวทั้งหมดของเขาก็เป็นอย่างที่พูด...เขาไม่ได้ไปขอร้องช่อง 7 สีเพื่อทำรายการ ความจริงเขาไปคุยมาหมด ทั้ง ช่อง 9 - ช่อง 5 - ช่อง 3 แต่เลือกที่จะทำช่อง 7 สี เพราะศักยภาพโดยรวมดีกว่า ขายโฆษณาง่ายกว่า ที่สำคัญเขามั่นใจว่าจะทำเรทติ้งได้ดีแน่ๆ
วิธีการพูดของเขา ซึ่งมีความแข็งในตัวเป็นปกติอยู่แล้ว คนฟัง จึงไม่รื่นหู ไม่ใช่ไม่ให้เกียรติคุณแดง หรือวันที่เขาแยกช่อง 3 มา ไม่ใช่แดกดันคุณประวิทย์ แต่เขาพูดเพราะเขาคิดอย่างนั้นจริงๆ เพียงแต่ลำดับของคำพูดไม่ตรงใจกับคนฟังเท่านั้นเอง สไตล์เขาเป็นแบบนั้น อย่าไปเปลี่ยนเขาเลย
การเปลี่ยนคนที่ประสบผลสำเร็จแล้ว ให้เป็นไปอย่างมวลชนต้องการไม่ใช่ง่ายๆ เพราะความรื่นหู หรือการประดิษฐ์คำพูดต่อสื่อ ต้องออกแบบมาจากใจ ไม่ใช่สัมภาษณ์ตามสคริปท์ที่คนเขียนให้
ผมชอบ “ไตรภพ” ครับ...เพราะรายการทีวีปัจจุบัน หาพิธีกรที่เป็นหน้าเป็นตากับวงการไม่ได้เลย ถ้าถามว่า “ไตรภพ” ดีกว่าคนอื่นอย่างไร โดยเฉพาะพิธีกรทอล์คบันเทิง
คำตอบคือไม่รู้...แต่ถ้าเปรียบเทียบกับพิธีกรคนอื่นๆ โดยรวมเขาได้คะแนนมากกว่า...เพราะการดูพิธีกร ไม่ใช่แค่จุดใดจุดหนึ่ง มันต้องดูทั้งหมดแล้วสรุป
เหมือนปัญญา นิรันดร์กุล ในแง่ของพิธีกรเกมโชว์ในประเทศนี้ไม่มีใครมีจิตวิทยาเลิศเท่าเขา รายการเกมโชว์ ไตรภพ สู้ “ปัญญา” ไม่ได้เลย
ผมจะไม่เรียกร้องหรืออยากให้เขาเปลี่ยนวิธีคิด วิธีการแสดงออกผ่านสื่อ หรือให้เขาคิดใหม่ แต่อยากให้เป็นอย่างที่เขาเป็นอยู่ เป็นตัวของตัวเองอย่างนั้น แล้วทำงานอย่างทุ่มเท เพื่องานจะได้ออกมาดี สมกับที่ 7 สีไปง้อเขามาทำ
ผมเชื่อว่า “ไตรภพ” คิดก่อนพูดอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นให้สื่อไหนๆ มาอบรมสั่งสอนเขา ในการให้สัมภาษณ์ หรือระมัดระวังคำพูด♦
10 มิย. 2551