ล่าสุดในละคร “ดาวเปื้อนดิน” ที่นางเอกสาว “ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ที่รับบทร้ายครั้งแรกนั้น เธอพิสูจน์ตัวเองได้อย่างดี และทําให้เธอโด่งดังมาก จนกลายเป็นที่กล่าวขวัญถึงของประชาชน
ในขณะเดียวกัน “ช่อง 3” ได้นางเอกสาวหน้าหวาน “กบ- พิมลรัตน์ พิศลยบุตร” มาแสดงบทร้ายครั้งแรกเช่นเดียวกัน ในเรื่อง “ทองเนื้อแท้” ดีกรีความร้ายของเธอดูโดดเด่นอยู่ไม่น้อย
เพียงแค่เปิดตัวฉายไม่กี่วันความแรงของ “ทองเนื้อแท้” ก็ตีตื้นขึ้นมาติดๆ ในขณะที่ “ดาวเปื้อนดิน” ใกล้จบ
ดูเหมือนฝ่ายแรกจะ “ล้ำหน้า” ไปก่อน จากบท “รินลดา” สาวสวยโรคจิตที่พยายามแย่งชิงทุกอย่างจาก “เอื้อมดาว” มาเป็นของตน แม้จะต้องสูญเสียคนสําคัญในชีวิตไป เธอก็ยังไม่ยอมหยุด เพียงแค่ต้องการเอาชนะคนที่เป็นศัตรูหัวใจของเธอเท่านั้น
นับเป็นบทที่ช่วยให้ “ชมพู่” ได้โชว์ทักษะทางการแสดงที่เดี๋ยวดี-เดี๋ยวร้าย ความสับสนทางอารมณ์ ที่บ่งบอกถึง “พัฒนาการ” ทางด้านการแสดงของเธอที่ดูลึกล้ำและกล้าได้กล้าเสียเป็นอย่างมาก
ส่งผลให้เธอกลายเป็น “ดารา” เจ้าบทบาทรายล่าสุด ที่การันตีเรทติ้งได้แน่ หากมีชื่อ “ชมพู่” ในงานชิ้นต่อไป จะต้องถูกจับตามองจากประชาชนคนดูที่จะลุ้นว่า “เธอ” จะเล่นบทอะไร
กลับมาที่เรื่องของ “กบ-พิมลรัตน์” ใน “ทองเนื้อแท้” บท “พอลล่า” ที่เธอแสดงนั้นเป็นคุณหนูลูกไฮโซคู่ปรับ “นวล” (พรชิตา ณ สงขลา) ที่ชอบผู้ชายคนเดียวกัน แต่ความร้ายของเธอนั้นดูเหมือนว่าจะร้ายเพื่อแม่
ความร้ายของเธอจึงเพียงแค่ชั้นเดียว ไม่ได้ลงลึกไปหลายชั้นอย่าง “รินลดา” ที่เกิดจากรัก โลภ โกรธ หลง และเห็นแก่ตัวที่มี “มิติ” ให้ได้แสดงออกมากกว่า
ถ้าเทียบเชิงของตัวบทนั้น “รินลดา” ดูจะเหนือชั้นในแง่ของการนําเสนอ “การแสดง” มากกว่า “พอลล่า”
จึงนับว่าเป็นการ “ชิมลาง” ของ “กบ” เพื่อเปิดตัวสู่บท “นางร้าย” เพื่อทลายกําแพงภาพ “นางเอก” ของเธอออกไป ให้มีความชัดเจนในการเป็น “นักแสดง” มากกว่าคําว่า “ดารา”
สิ่งที่ยังต้องติงอยู่คือ “น้ำเสียง” ของ “กบ” ที่ยังต้องใช้เวลาในการปรับปรุง และพัฒนาทักษะทางด้านการแสดงอารมณ์เชิงลึก หรือเรียกว่าการ “เข้าถึง” บทบาทของตัวละคร
หากเธอได้รับคําชี้แนะและได้ทดลองการแสดงต่อไปเรื่อยๆ เชื่อว่า “กบ” จะเป็น “นางร้าย” อีกคนที่จะขายดี เพราะด้วยความสวยเธอไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว
แต่ถ้าจะกลับมาเป็น “นางเอก” เธอก็ต้องหาบทที่เหมาะสมกับตัวเธอ หรือกล้าที่จะลุกปฏิวัติตัวเองไปเลย
เพราะสังคมทุกวันนี้ คนดูมีโอกาสเสพสื่อที่มากขึ้น แน่นอน การ “ชม” ผลงานก็ย่อมพัฒนาตามกระบวนการของการรับสื่อ
แต่ถ้ามองในภาพ “เกมการตลาด” ก็ถือว่าทั้งช่อง 3 และช่อง 7 นั้นกล้าวาง “หมาก” ให้ละครมาชนกันจะจะ เพื่อพิสูจน์กันไปเลยว่า “เรทติ้ง” ละครแนวเมโลดราม่านั้นใครจะดีเด่นกว่ากัน
และที่สําคัญคือ “ตอบสนอง” ผู้บริโภคได้ตรงจุด ในสภาวะที่ “การเมืองและเศรษฐกิจ” ค่อนข้างตึงเครียด ละคร “น้ำเน่า” จะเป็นสิ่งที่ “คนดู” ต้องการเสมอในยามนี้♦
10 มิย. 2551