ก็จะต้องอยู่ในอันดับต้นๆ ที่คอบันเทิงทั้งหลายจะต้องนึกถึง “แหม่ม-เพชรี พรหมช่วย” คือพิธีกรหนึ่งเดียวของ “โต๊ะข่าวบันเทิง” ที่คลุกคลีอยู่กับรายการ “บันเทิง” มานับทศวรรษ ตั้งแต่ยังเป็นรายการ “สายตรงบันเทิง” ซึ่งออกอากาศทางช่อง 5 ครั้งนั้น “แหม่ม-เพชรี” ก็นั่งเป็นตัวหลักในรายการ ทําหน้าที่อย่างขยันขันแข็ง
แต่ “สายตรงบันเทิง” ก็เกิดการเปลี่ยนแปลง “แหม่ม-เพชรี” เคว้งอยู่พักหนึ่ง กระทั่งได้เข้ามาทํารายการ “โต๊ะข่าวบันเทิง” ซึ่งทีมงานส่วนใหญ่ก็ล้วนแต่ยกมาจากรายการ “สายตรงบันเทิง” เรียกว่าทํางานเข้าขา รู้ใจกันดี จนทําให้ “โต๊ะข่าวบันเทิง” กลายเป็นรายการบันเทิงที่แจ้งเกิดได้อย่างรวดเร็ว
“แหม่ม” เริ่มต้นทํางานที่ค่าย “แปซิฟิค” ซึ่งตอนนั้นเรียกว่าดังมากในเรื่องของข่าว แล้วก็ได้ไปเจอกับ “ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล” ซึ่งเป็นครูคนแรกของ “แหม่ม” ในการสอนด้านการเป็นพิธีกรและการทําข่าว
“แหม่ม” เคยให้สัมภาษณ์ว่า พอได้เจอกับอาจารย์เราก็จะอยากทํางาน พออาจารย์นัดสัมภาษณ์ เราก็มีความรู้สึกว่าอยากจะทําให้ดีที่สุด เพื่อว่าอาจารย์จะได้รับเรา
เพราะจริงๆ เราไม่มีพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องทีวีหรือการทําข่าวเลย แต่เห็นโอกาสตรงนั้นว่า จะทําอย่างไรให้เราได้ทํางานบริษัทนี้ แต่ตัวเองเป็นคนที่ว่าไม่มีความสามารถอะไรเลย
“แต่สิ่งหนึ่งที่คิดว่าใช้ได้ทุกสมัย คือความกระตือรือร้นในเรื่องของการทํางาน ถ้าเราไปสมัครงานที่ไหน แล้วเรามีความรู้สึกว่าอยากทํางานที่นั่น คือในช่วงที่สัมภาษณ์คือเมื่อได้โอกาสแล้วเราควรจะแสดงความกระตือรือร้นให้บริษัทได้เห็น
อย่างน้อยที่สุด เราจบมาแล้วยังไม่มีประสบการณ์ เป็นเรื่องแน่นอน เค้าก็ทราบอยู่แล้ว แต่เรื่องของการมีไฟอยากจะทํางาน บริษัทเค้าต้องการคนหนุ่มสาวไฟแรง ต้องการคนเหล่านี้มาทํางาน อย่าอายที่จะบอกผู้สัมภาษณ์ว่าเราอยากจะทํา ขอเวลา ขอโอกาสให้เราทําได้มั้ย
เพราะบางทีคนไทยค่อนข้างไม่กล้าที่จะขอเค้าทํางาน แล้วก็ไม่กล้าที่จะบอกว่าเรามีดีอะไร ซึ่งถ้าเราได้บอกเค้าไป เค้าก็จะได้เห็น จะได้รู้ แต่ถ้าเราปิดตัวเอง เค้าก็ไม่ทราบ แต่อย่างน้อยที่สุดเมื่อเราเห็นโอกาสตรงนั้นแล้วเราน่า จะแสดงความกระตือรือร้นให้เค้าทราบ”
“แหม่ม-เพชรี” ยังพูดอีกว่า เมื่อเค้าให้โอกาสเราแล้ว เราอย่าลืมว่า ช่วงนั้นแหละเราต้องทําให้ดีที่สุด ซึ่งมันใช้เวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้นเองที่เป็นช่วงทดลองงาน พอเราได้เข้ามาแล้ว บางทีเราก็ลืมว่าเค้าให้โอกาสเราแค่ 3 เดือน
เพราะฉะนั้นทุกวันเวลามันมีค่ามากสําหรับเรา บางทีเราเจอเพื่อน เจอพี่ เจอรุ่นน้อง เค้าเก่งอยู่แล้วในสายอาชีพนั้น เค้าก็ไม่ต้องพยายามมากเหมือนเรา แต่เราไม่มีพื้นฐานเลย เราก็ต้องพยายามมาก แล้วก็อย่าไปหลงระเริง บางทีสนุกสนานกับเพื่อนฝูงมากเกินไป บางทีทํางานเราเข้ากับเพื่อนได้ดีมากเกินไป แต่ลืมรับผิดชอบงานของตัวเอง
เส้นทางของ “แหม่ม-เพชรี” ในการก้าวมาเป็นพิธีกรชื่อดัง คงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ด้วยความพยายามและการเรียนรู้ จึงทําให้เธอก้าวมาสู่จุดนี้ได้ ♦
5 มิย. 2551