เป็นหนึ่งในขบวนการค้ายาเสพติด และติดยาเสพติดนรกด้วย ยังไม่ได้จบลง เพราะตํารวจยังต้องสืบหาตัวดาราผู้ถูกซัดทอดว่าเป็นใคร รวมถึงผู้ถูกซัดทอดคนอื่นๆ ต่อไป
แม้ว่า “ภูริ หิรัญพฤกษ์” จะเป็นหนึ่งในดาราที่ถูกจับตามองและสงสัยว่า จะใช่ผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการอุบาทว์นี้รึเปล่า จนกระทั่ง “ภูริ” มีโอกาสได้ออกมาชี้แจงปฏิเสธข้อสงสัยของสังคมและยืนยันความบริสุทธิ์ไปแล้วว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือยุ่งเกี่ยวแม้แต่น้อยกับคดียาอุบาทว์ครั้งนี้
แต่ก็ยังมีพระเอกอีกหนึ่งคนที่กลายเป็นเป้าหมายต่อไปให้คนจับตามองและสงสัย เพราะมีชื่ออักษรย่อ “ภ.” นั่นคือ พระเอกมาดนิ่ง “กัปตัน-ภูธเนศ หงษ์มานพ” ที่เก็บตัวเงียบหลังจากที่มีข่าวร่ำลือออกมา แต่เมื่อมีโอกาส “กัปตัน” ก็พร้อมชี้แจงอย่างอารมณ์ดี และเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตัวเองว่า
“เรื่องข่าวชื่อย่อ ‘ภ.’ ผมนี่ ‘ภ.’ ตั้งแต่เกิดเลย แต่ผมกินแต่ยาคูลท์ครับ (หัวเราะ) คือคนเราถ้าไม่ได้ทําและบริสุทธิ์ใจ ก็ไม่ต้องกลัวอะไร มันเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ชื่อเราอาจไปตรงกับอักษรย่อนั้นๆ แต่ถ้าเราไม่ได้ทําก็คือไม่ได้ทํา ความจริงก็คือความจริง ไม่ต้องออกมาเดือดร้อนอะไร
แต่วูบแรกที่ได้ยินข่าวก็คิดเหมือนกันว่าคนต้องเพ่งเล็งมาที่เรา เพราะอักษร ‘ภ.’ อยู่ช่อง 5 มันมีไม่กี่คนสามารถนับได้เลย แต่ถ้าเราทําผิดจริงตํารวจคงเรียกตัวไปแล้ว และในเมื่อเราไม่ได้ทําก็ไม่รู้สึกอะไร เราก็พร้อมตอบคําถาม ใครก็ได้ทุกคน
ผมก็ไม่รู้ว่าคนที่พูดมีจุดประสงค์อะไร ถึงให้ข่าวอย่างนั้น เรื่องแบบนี้เราไม่สามารถไปรู้ตื้นลึกหนาบางได้ว่า คนที่ทําผิดแล้วถูกจับมีเจตนาอะไรอยู่ดีๆ ก็มีคนมาอ้างว่ามีแบบนี้ แล้วคนคนนั้นเป็นผู้กระทําผิดด้วยซ้ำ ผมว่ามันไม่แฟร์กับคนที่ทํางานตรงนี้
วันหนึ่งถ้ามีคนมาอ้างว่าพระเอก ‘ก’ ไปทําแบบนี้ แล้วมันมีใบเสร็จหลักฐานมาอ้างเหรอ มันก็ไม่มี มันก็กลายเป็นโจทก์ของสังคมไปอีก ผมอยากให้ทุกคนมองกลางๆ แล้วดูพฤติกรรมไป ดูคนนั้นไปว่าแท้จริงแล้วเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า
ตัวผมไม่กังวลอะไร คือผมเชื่อว่าคนที่รู้จักและใกล้ชิดกับผม เขาจะรู้ว่าอะไรคืออะไร ผมเคยผ่านชีวิตวัยรุ่นมาแล้ว แต่เรื่องยาเสพติดไม่มีแน่นอน ของแบบนี้เราโดนสั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก และตั้งแต่ทํางานในวงการบันเทิงแล้ว ผมเชื่อว่าถ้าผมจะเสียคนก็เสียไปตั้งแต่เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เพราะมันมีสิ่งล่อตาล่อใจเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ทําไมเรายังคงอยู่ได้จนทุกวันนี้ ดังนั้นผมว่าถ้าตัวเองจะเสียคนหรือเกเรคงเป็นไปนานแล้วครับ
เรื่องเที่ยวมันก็เคยมีไปเที่ยวบ้างปกติ แต่ไม่ได้บ่อยขนาดนั้น คือพอมันมีกระแสขึ้นมาคนก็พูดกันต่อๆ ไป แต่ถามว่าคนรู้ความจริงจะมีสักกี่คน ในเมื่อเราบริสุทธิ์ใจดังนั้นไม่ต้องกลัวอะไรอยู่แล้ว ถ้าตํารวจจะมาขอค้นอะไร ผมก็ไม่มีปัญหาสบายมาก”
ได้คุยกับภูริถึงเรื่องข่าวที่เกิดขึ้นมั้ย? “ก็คุยครับ เพราะโดยส่วนตัวผมก็สนิทกับเขา แต่ผมเชื่อว่าน้องผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแน่นอน เราก็คุยกันประมาณว่ามีประเด็นนี้ออกมาจะยังไง แต่ผมว่าตํารวจก็มีหลักฐาน และผมเองก็รู้จักตํารวจเยอะแยะมากมาย เรารู้ดีว่าทําอะไรอยู่ ถ้ามันเป็นเรื่องไม่จริงแล้วมายัดเยียด ผมก็ถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงมาก เพราะมันสามารถตัดอนาคตคนๆ หนึ่งได้ ไม่ว่าคุณจะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม ฉะนั้นทุกคนจะพูดย้ำกันเสมอว่า อย่าไปยุ่งเกี่ยวและข้องแวะกับมันเด็ดขาด”
เรื่องแบบนี้มันต้องจับให้ได้หลักฐานคาหนังคาเขา ถึงจะยอมรับเพราะดิ้นไม่หลุด แต่ถ้าไม่มีหลักฐานก็ต้องทําใจเอาคําพระท่านว่ามาสอนใจ ‘ทําดีได้ดี ทําชั่วได้ชั่ว คนทําชั่ววันหนึ่งก็ต้องได้รับผลกรรมที่ทําไว้’ แต่เมื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจกันแบบนี้แล้ว สังคมคงคลายความสงสัยในตัวของหนุ่มกัปตันพอสมควร และขอให้เป็นคนดีไม่ข้องแวะกับสิ่งชั่วร้ายต่อไปนะจ๊ะ...สาธุ!♦
4 มิย. 2551