อย่าง เรื่องเล่าเช้านี้ รายการที่ถือได้ว่า ใช้บุคลากรได้เปลืองที่สุดรายการหนึ่งของเมืองไทย ที่เกริ่นว่าเปลืองไม่ได้ใช้พิธีกรเป็น 5-6 คนเหมือนเกมโชว์บางรายการ หากแต่คําว่าเปลืองคือ การเปลี่ยนพิธีกร
กว่าจะเหมาะสมลงตัวออกมาเป็นกลุ่มก้อนที่แข็งแรงได้เหมือนอย่างทุกวันนี้ รายการเล่าข่าวที่มีหัวเรืออย่าง “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ที่เข้ามาสร้างสีสันและเปลี่ยนทัศนคติของคนไทยให้หันมานิยมการตื่นเช้าเพื่อชมข่าวได้อย่างน่าชื่นชมที่สุดคนหนึ่งก็ว่าได้
จนหลายๆ คนมองว่า สรยุทธคือโลโก้หลักของรายการเรื่องเล่าเช้านี้ เพราะถึงแม้จะมีคนข่าวผลัดเปลี่ยนหน้าไปมาสักกี่คน แต่คนที่ไม่มีทางจะเปลี่ยนไปเลยก็คือคนข่าวรายนี้ ไม่ว่าจะเป็นยุคแรกอย่าง “สู่ขวัญ” ที่ถือเป็นรุ่นจั่วหัวของรายการนี้ ก่อนที่เธอจะลาออกไปเพื่อมีครอบครัว
ก่อนที่ช่อง 3 จะอาวรณ์กับความสามารถและวิสัยทัศน์การมองภาพรวมของเศรษฐกิจเมืองไทย จนต้องดึงเธอกลับมาอีกครั้งในปัจจุบัน นอกจากนี้ก็ยังคนข่าวสาวที่ถือเป็นลูกหม้อของช่อง 5 ในสมัยที่รายการข่าวยังคงเป็นแดนสนธยาในความรู้สึก ของใครหลายคน อย่าง “ไก่-มีสุข แจ้งมีสุข”
หนึ่งใน 4 สาวโฟร์แองเจิ้ล ของรายการผู้หญิงถึงผู้หญิงในปัจจุบันเองก็เคยเป็นหนึ่งในสมาชิกคนเล่าข่าวในรายการแม่แห่งนี้ หากแต่อาจจะเป็นเพราะการทํางานหรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า ทางข่าว ไม่ตรงกันกับพี่ใหญ่ในบ้าน ทําให้ไก่-มีสุขไม่สามารถสอบผ่านด่านหินจากการทดสอบของสรยุทธได้
จึงจําเป็นต้องระเห็จไปทํางานอย่างอื่นที่เธอถนัดมากกว่า และก็เป็นไปตามที่เธอต้องการจริงๆ เมื่อปัจจุบันนี้ เธอก็ได้กลายเป็นคนข่าวหนึ่งใน 4 สาวที่มีชื่อเสียงโด่งดังไม่แพ้รุ่นพี่ในรายการอื่นๆ และเมื่อมาถึงรุ่นของ “กุ๊ก-กฤติกา” ที่ถูกผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการสบประมาทไม่น้อยว่า
ลูกหม้อจากรั้วบ้านเนชั่นคนนี้ ที่สรยุทธเป็นฝ่ายดึงเธอมาร่วมงานกันที่รายการแห่งนี้ ก็คงจะไปไม่รอดเหมือนรุ่นพี่ “ไก่-มีสุข” เช่นกัน แต่เพียงเวลาไม่นาน หลังจากที่ถูกรุ่นพี่เคี่ยวจนข้นและเก่ง ทําให้ปัจจุบัน “กุ๊ก-กฤติกา” กลายเป็นคนข่าว มือขวาที่สรยุทธและทีมงานเรื่องเล่าเช้านี้ทุกคนจะขาดเธอไม่ได้เสียแล้ว
และอีกคนที่ถือว่าเป็นคนข่าวมือดีและเป็นความภูมิใจของไทยทีวีสีช่อง 3 คือ ปุณยวีร์ สุขสกุลวรเศรษฐ์
ซึ่งรายนี้สามารถสอบผ่านด่านทดสอบของคนข่าวลายครามไปได้อย่างไม่ต้องลุ้น เพราะด้วยความสามารถและประสบการณ์ในการทําข่าวและอ่านข่าว ทําให้สามารถที่จะเข้าขากับสรยุทธได้อย่างดี
หากแต่เนื่องจากเหตุผลส่วนตัวบางอย่างที่ทําให้เธอต้องขอลาออกจากรายการที่ต้องเตรียมตัวแต่เช้าตรู่ ไปทํารายการที่ไม่ต้องตื่นเช้ามาก และในปัจจุบันด้วยความสามารถที่มี เธอจึงมีโอกาสในการกลับมาทํางานกับรายการเรื่องเล่าเช้านี้อีกครั้ง ในช่วงของวันศุกร์ รวมทั้งรายการสามสิบยังแจ๋ว และการอ่านข่าวในพระราชสํานัก
ส่วนอีกหนึ่งหนุ่มที่หากไม่พูดถึงก็คงจะเป็นเรื่องเล่าเช้านี้ที่ไม่สมบูรณ์แบบนี้ คือ “หนุ่ย-เอกราช เก่งทุกทาง” คนข่าวที่ได้ร่วมงานกับรายการเรื่องเล่าฯ มาตั้งแต่ออกอากาศในปีแรกๆ สรรพคุณคงไม่ต้องอธิบายอะไรกันเพิ่มอีกแล้ว เพราะนอกจากข่าวกีฬาที่ถือว่าถนัด ข่าวต่างประเทศและข่าวแปลกๆ ก็กลายเป็นงานใหม่ที่เอกราชก็ทําหน้าที่ของตัวเองได้ดี
ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือเฟืองอะไหล่ที่ขับเคลื่อนคุณภาพให้กับรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ผ่านไปปีแล้วปีเล่า จากหนึ่งเป็นสอง เวลาผ่านไปเร็วจนตอนนี้ก็ได้หมดปีที่ห้าไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน และก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 ด้วยคุณภาพที่ยังคับแก้วเหมือนเดิม และเชื่อว่าด้วยศักยภาพของทั้งทีมงานและช่อง 3 เรื่องเล่าเช้านี้ ก็คงจะเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง♦
4 มิย. 2551