และอยู่ในวงการมาหลายปีดีดักแต่ก็ยังไม่เปิดโอกาสเรื่องความรักสักที จนกระทั่งตอนนี้เจ้าตัวเปิดใจเรื่องความรักมากยิ่งขึ้นกับ “นวล-กุลพรรณ จันทรทรัพย์” พร้อมกับเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ “สึนามิ” เหตุการณ์สำคัญในชีวิตเขาที่จําได้ไม่มีวันลืม
“อ้นว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมนะเรื่องสึนามิ อย่างที่บอกไป การที่เราเคยเหมือนจะตายไปแล้วได้เกิดขึ้นมาใหม่ มันชัดเจนขึ้นในความคิดว่าต่อไปนี้จะอยู่เพื่ออะไร เมื่ออยู่รอดแล้ว ควรจะทําประโยชน์อะไร ให้ใครบ้าง คิดว่าเราอยากทำอะไรบ้าง มีครอบครัว สืบพันธุ์ เลี้ยงลูก ภาพตรงนั้นยังอยู่ในหัวตลอดเวลา
คือไปทะเลบ่อย ก็ยังรักทะเลเหมือนเดิม แต่ยังกลัวคลื่นอยู่ เมื่อไหร่ที่เล่นน้ำแล้วมีคลื่นลูกใหญ่มา ยังเสียวอยู่ ซึ่งจากที่หลายๆ คนเห็น พอมีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น ผมถือโอกาสได้ทําอะไรดีๆ ให้สังคมได้มากยิ่งขึ้น
ตอนนี้อยากจะทําอะไรสักครั้ง มอบเป็นของขวัญแด่ในหลวงบ้าง ตอนเล็กๆ ก็ไม่รู้ว่าจะให้อะไรท่านได้บ้าง ก็เลยอยาก ทําประโยชน์ให้ส่วนรวม เลือดมันพุ่งพล่านมากเลยไม่รู้จะทําอะไร ก็เลยโทรศัพท์ไปที่โรงพยาบาล คิดถึงตอนที่ผมเป็นเด็ก
ตอนที่พาย่าไปที่โรงพยาบาล แล้วก็มีพวกบุรุษพยาบาลพาไปชั้นนู้น ชั้นนี้ แล้วรู้สึกว่าโรงพยาบาลรัฐบาลมีคนจนอยู่ ต่างจังหวัดเยอะมาก แล้วคิดว่าหลายๆ คนที่โรงพยาบาลอาจจะอ่านข้อมูลไม่รู้เรื่อง หรือหาข้อมูลช่วยคนป่วยอะไรอย่างนี้
หรือว่าออกแรงแล้วได้ช่วยชาวบ้าน ก็ไปที่โรงพยาบาลรามา ได้เสื้อสีฟ้าใส่ คือแต่งตัวให้ถูกต้องตามกาลเทศะ ไปอยู่ตรงรับรถ พอแท็กซี่มาจอด สวัสดีครับ เป็นอะไรมาครับ เขาก็มองหน้าเรา อ้าว! คุณอ้นมาทําอะไรที่นี่
หลายๆ คนก็ตกใจ เอ๊ะมาถ่ายละครรึเปล่า ก็บอกว่าวันนี้มาทําประโยชน์ เขาก็ถามกันอีกว่าวันนี้ได้ตังค์เท่าไหร่ ก็บอกว่าฟรี ช่วยเข็นรถบ้าง แล้วก็พาไปส่งตามแผนกต่างๆ ถ้าคนไหนเจ็บมากแล้วลงมาจะกลับ ก็อุ้มขึ้นรถแท็กซี่เหมือนเดิม เรียกแท็กซี่ให้ด้วย อย่างคนแก่ เด็ก ก็ขยันขันแข็งเรียกให้ ประมาณ 10 โมง - 5 โมงเย็น เหนื่อยมาก แต่รู้สึกดี อย่างน้อยก็ช่วยอะไรเล็กๆ น้อยๆ ในวันที่ว่าง แม้จะได้พักผ่อนจากการทํางานที่เหนื่อยมาแล้ว ทําเพื่อในหลวงด้วย รู้สึกอิ่มใจมาก แล้วเวลาได้เห็นคนชรา, บุรุษพยาบาลช่วยพยุงผู้หญิงขึ้นรถ ผู้หญิงบางคนก็จะถือตัวใช่ไหม ไม่อยากให้โดน แต่พอเป็นอ้นเขาก็รู้สึกอิ่มใจ คนชราก็ให้พรด้วย-ได้ศีล-ได้พรไปด้วย ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีกับตัวเรา
อ้นจะพยายามใช้ชีวิตไม่ให้เป็นข่าวมากนัก ทั้งเรื่องส่วนตัวและความรัก มันต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่โฉ่งฉ่างมากไปน้อยไป มันจะแตกหักไว เพราะฉะนั้นความรักของอ้นก็จะเงียบๆ จะคอยตอบพี่ๆ นักข่าวทุกคนว่าตอนนี้เป็นอย่างไร? อย่างตอนนี้ ถ้าช่วงนี้มันผ่านการอินโทรมาแล้ว กําลังเข้าเนื้อเพลง ก็ค่อยๆ ประคับประคองไปก่อน
ผมเชื่ออย่างหนึ่ง ไม่จําเป็นต้องกําหนดว่าจะต้องแต่งปีนู้นปีนี้ อยากให้มันดีขึ้นไปทุกวัน ต้องเรียนกันไปเรื่อยๆ แล้วก็ดูตัวเราด้วย ดูตัวเขาด้วย ว่าเป็นยังไง การวางตัวดีๆ การประคับประคองที่ดี ก็จะทําให้ปัจจุบันมันดีตามไปด้วย แต่อนาคตเราจะไม่พูดถึงมัน
ยังไงปีนี้ยังไม่แต่งแน่นอน ผมเองก็ติดงาน ส่วนทางนู้นก็ต้องต่อปริญญาโท คงอีกสักพัก
ก็จะมีถามว่าหมั้นไว้ก่อนมั้ย จะมีแต่งเลยหรือเปล่า ตอนนี้ ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นแน่ ถ้าจะตอบนะ มันมีอยู่ในหัวสมองแน่ๆ แต่ ไม่ใช่ตอนนี้ ไม่ใช่ไม่จริงจังนะ รักจริงนะ แต่คิดว่ารอจนถึงเวลาก่อน จนทนไม่ไหวไปเลย ถ้าหมั้นไวก็แต่งไวจริงมั้ย”♦
4 มิย. 2551