โดยเฉพาะรูปแบบของงาน และวัตถุประสงค์แห่งการจัด แม้จะไม่ประสบผลสำเร็จ ในเรื่องการตลาด
ผมเข้าใจแต่แรกว่า การจัดงานในแต่ละครั้งถ้าหวังจะได้ผลกำไรจากงาน ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว เพราะทุกอย่างคือค่าใช้จ่าย
ไม่ว่าจะเป็นฉาก, เสียง, แสง, สถานที่, อาหาร, เครื่องดื่ม, ทีมงาน, ช่างกล้อง หรือแม้แต่ตัวรางวัล ซึ่งเป็นคริสตัลทั้งหมด ต่อตัว - ต่อชิ้น ก็เป็นหมื่นแล้ว เบ็ดเสร็จเฉพาะค่าทำโทรฟี่ก็หลายแสนบาท
ถึงจะขาดทุนในส่วนของโปรดักชั่น สิ่งที่ได้มามีจุดเดียวคือ ได้ช่องทางการโปรโมทนิตยสาร “Boss” ในวาระครบรอบ 17 ปี กับเงินที่จ่ายไป แลกกับสิ่งที่ได้มาคือความน่าเชื่อถือ - ยอมรับ จากนักธุรกิจถ้วนหน้า
คนรับรางวัลทุกท่านรู้ดีว่า ในสิ่งที่เราพิจารณามอบรางวัลให้ คือความพร้อม ความเหมาะสม และความเป็นจริง จากกฎเกณฑ์การตัดสินที่ตั้งไว้คือ เป็นนักบริหารที่มีวิสัยทัศน์ คำนึงต่อสังคม ไม่ใช่แค่หวังแต่ผลกำไรอย่างเดียว ที่สำคัญต้องเป็นบุคคลและองค์กรที่คนส่วนใหญ่ยอมรับ
ผู้เป็นประธานมอบรางวัลคือ องคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่ให้เกียรติกับเรา ซึ่งเป็นงานแรกของท่านในการเป็นประธานมอบ...ถือเป็นรางวัลเกียรติยศในวงการธุรกิจ เป็นประธานมอบที่ทรงคุณค่าที่ผู้รับภูมิใจ ข้อบกพร่องที่มีอยู่ 30% ที่ผมเกริ่นไว้ ในปีต่อๆ ไปจะนำมาปรับปรุงแก้ไขต่อไป
รางวัล Boss of the year 2007 สาขาธุรกิจบันเทิง ที่ทุกคนยอมรับและปรบมือกึกก้องในฮอลล์ ผู้ได้รับคือ “ถกลเกียรติ วีรวรรณ” จากค่ายเอ็กแซ็กท์ และซีเนริโอ “บอย” ฝากผลงานในวงการบันเทิงมากกว่าใครอื่น ในปี 2007 การสร้างงานบันเทิงอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน เช่น การสร้างโรงละครเมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ ละครเวทีที่มีแฟนเฉพาะกลุ่มไม่มากนัก
แต่การยอมรับอย่างกว้างในวันนี้ คือบทพิสูจน์การทำงานบันเทิงที่มีการวางแผนระยะยาว รู้จักความอดกลั้น - อดทน แม้จะขาดทุนย่อยยับตลอดมา งานหลักของ “บอย” คือ งานละคร และซิทคอม ละครของเขา ปักหลักที่ช่อง 5, ซิทคอม อยู่ที่ช่อง 9 และช่อง 3
งานละครและซิทคอม จะเรียกว่าบอยไม่ได้ทำเลยก็ได้ เขากระจายงานสู่ลูกน้อง ส่วนตัวเขานั่งวางแผนและบริหารภาพรวม ดีก็ชมเชยลูกน้อง ไม่ดีนั่งแก้ไขด้วยกัน นี่คือ บทบาทของ “Boss” ที่แท้จริง
ถกลเกียรติ วีรวรรณ คือ นักสร้างที่เป็นคนรุ่นใหม่โดยแท้ วัย 30 กว่าเกือบ 40 กับงานระดับชาติที่เขาทำอยู่...ต้องบอกว่า “มาแรงสุด” ในบรรดาผู้ผลิตละครทั้งหลาย และน่าจับตาดูมากที่สุด ไม่ใช่เพราะ “แกรมมี่” ถือหุ้นบริษัทฯ จึงอยู่ได้ และเจริญงอกงาม แต่ “ความสามารถเฉพาะตัว” ของ ผู้บริหารต่างหาก เอ็กแซ็กท์ และซีเนริโอ จึงเติบใหญ่อย่างมีคุณภาพ

ช่อง 5 ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าทำให้ได้กำไร...ลำบากมาก นอกจากค่าเวลาแพงแล้ว การขายโฆษณาก็ไม่ได้ราคา เมื่อ “ไม่ค่อยกำไร” หรือ “ไม่มีกำไร” (แม้ไม่ขาดทุนก็ตาม) แต่ธุรกิจต้องดำเนินไป...ช่วงที่คนสู้ธุรกิจกำลังประสบกับอุปสรรคเรื่องผลประกอบการที่ไม่เป็นดั่งใจ ต้องยอมรับว่า “ใจ” ของ “บอย” แกร่งจริงๆ คนไม่เคยทำธุรกิจ ไม่รู้หรอกว่า เมื่อใดก็ตามยอดไม่ได้ดังหวัง มันท้อแท้แค่ไหน เงินมีเท่าไหร่ เทลงไปแล้วหายต๋อม...มันวังเวง แค่ไหน หรือแม้แต่รายการ “เดอะ สตาร์”
“เอ็กแซ็กท์” ตั้งใจมากในละครแต่ละเรื่อง ลงทุนต่อตอนนับล้านบาท แต่ขายโฆษณาไม่ได้เท่าที่ควรจะได้ หรือได้ก็ไม่เคยเต็ม หรือเต็มก็เพียงแค่เสมอตัว เพราะขายไม่ได้ราคา...“เอ็กแซ็กท์” ปรับระบบบริษัทฯ ในรูปแบบใหม่ ไม่จำเป็นต้องใหญ่มาก งานของบริษัทฯ เปิดกว้างขึ้น มีทั้งรับจ้างผลิตให้ช่องอื่นๆ นอกจากละครช่อง 5 รายการช่อง 5...ช่อง 7 ที่ทำอยู่
สิ่งที่ “เอ็กแซ็กท์” มี...และได้เปรียบผู้จัดละครค่ายต่างๆ คือ “วัตถุดิบ” ดาราแสดงนำคือวัตถุดิบสำคัญที่สุดต่อการทำงานละคร “แกรมมี่” สร้างมาตรฐานนักร้องของค่ายไว้อย่างดีเยี่ยม อย่างแรกเลยคือ เสียงดี มีคุณภาพ อย่างที่ 2 คือ หน้าตาดี
หน้าตาดี - เสียงดี เป็นต่อตั้งแต่ยกแรกแล้ว นักร้องแกรมมี่ สามารถจะหยิบใครออกไปเป็นนักแสดง เป็นนายแบบ - นางแบบ พระเอก - นางเอก ได้เลย หรือการเลือกดารามาเป็นนักร้อง...ถ้าร้องไม่ดี เสียงไม่ดี ก็จะถูกจับเทรนอย่างหนัก แบบเอาเป็นเอาตายกันเลย...ไม่เช่นนั้น “แกรมมี่” จะไม่มี นักร้องคุณภาพอย่าง ใหม่, มอส, มาช่า, นัท มีเรีย, แคทรียา, บี-น้ำทิพย์ ฯลฯ
“เอ็กแซ็กท์” อยากได้ใครมาเล่นละคร ชี้นิ้วได้เลย ขณะที่ค่ายต่างๆ เลือดตาแทบกระเด็นกว่าจะหาดารานำแสดงได้...การทำงานง่ายกว่าแยะ ละครเกือบทุกเรื่องของ “เอ็กแซ็กท์” จะออกมาสมัยใหม่ และฟอร์มใหญ่เสมอ...เพราะละครฟอร์มใหญ่เขาวัดกันที่ดาราแสดงนำ
“บอย” ไม่เคยคิดหวังแค่จะเอานักร้องแกรมมี่มาแสดงละคร “เอ็กแซ็กท์” เก่งและถนัดในการ “สร้างเด็กไว้ใช้” จะเห็นได้ว่าเกือบทุกเรื่องของละครเอ็กแซ็กท์ จะเน้นปั้นดาราใหม่ๆ ประดับวงการไม่เคยขาด
แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์, นุสบา วานิชอังกูร, คัทลียา แมคอินทอช, ฟลุค-เกริกพล, อ้อม-พิยดา, ปิ่น-เก็จมณี, เมทินี กิ่งโพยม, ดู๋-สัญญา, พิม-ซอนย่า, ชาคริต แย้มนาม, แซน-พนมกร, ภูริ หิรัญพฤกษ์, บี้ เดอะสตาร์ ฯลฯ ดาราคุณภาพเหล่านี้ไม่ใช่นักร้องแกรมมี่ แต่เป็น “เด็กสร้าง” ของ “เอ็กแซ็กท์” เต็มๆ
ผู้จัดละครค่ายอื่นๆ ด้วยซ้ำที่ไม่มีความกล้า...ในการปั้นดาราใหม่ๆ ประดับวงการ คอยแต่รอจะจิกจากคนอื่น (ที่เขาปั้นดังแล้ว) จึงทำให้ “บอย” มีความแข็งแกร่งมากขึ้น มีบารมีมากขึ้น ที่จะรวบรวมดาราดังๆ มากที่สุด มีดาราดังในมือมาก ก็มีอำนาจต่อรองสูง ...“เอ็กแซ็กท์” ในปี 2008 ไม่จมปลักทนขาดทุนอยู่กับช่อง 5 เพราะมีทีมงานพร้อมที่สุด - ดาราพร้อมที่สุด โดยเฉพาะละครแห่งปี “สงครามนางฟ้า” ที่เขาได้เครดิตมากโข
อยากให้จับตา “เอ็กแซ็กท์” ไม่ว่าจะเป็นบทบาทใดๆ ก็ตาม การก้าวเดินของ “บอย” จะไม่ใช่การก้าว “แบบเด็กฝึกงาน” เหมือนเมื่อ 10 กว่าปีก่อน...เข้าสู่ “ทศวรรษที่ 2” บอยจะเป็นผู้กำหนดทิศทางละคร ด้วยการเป็นผู้รู้ “พาณิชย์ศิลป์” โดยแท้
เป็นสิ่งหนึ่งที่คนในวงการบันเทิงควรรู้ว่า “บอย” ใช้ “สมอง” ทำงาน มากกว่าการ “ชี้นิ้ว” และ “ทุ่มเงิน” เขารู้วิธี “ใช้เงินทำงาน” เป็นอย่างดี เขาจึงไม่เหนื่อยมากในงานแต่ละชิ้นที่ออกมา...“Boss of the year 2007” จึงน้อยไปที่จะมอบให้เขา♦
26 พค. 2551