เลยไม่แปลกใจเลย พอ “อินเดียน่าโจนส์ ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าภาค 4” ในชื่อตอนภาษาไทยว่า “อาณาจักรกะโหลกแก้ว”
พร้อมกับเหล่านักแสดงดังๆ ที่ตบเท้ามาร่วมงานเพียบไม่ว่าจะเป็น “ไชอา ลาบัฟ” ดาวรุ่งหน้าใหม่ที่เพิ่งจะฝากผลงานไว้ 2 เรื่อง บนตารางบ๊อกซ์ออฟฟิศอย่าง Transfomers และ Disturbia, เคต แบลนเช็ต ที่แทคทีมกันมาเสริมความแข็งแรงให้กับตัวหนังมากยิ่งขึ้น
ยิ่งถ้าใครเป็นคอแฟนพันธุ์แท้ในการดูหนังผจญภัยมาตั้งแต่ภาคแรกๆ ก็คงจะชอบอยู่เป็นทุนเดิมไม่มากก็น้อย ยิ่งภาค 3 ใครที่ดูแล้วคงต้องบอกว่าความสมจริง และการนําเสนอของตัวภาพยนตร์ก็ถือว่า “กินขาด” กับภาพยนตร์ในแนวเดียวกันราบ

สําหรับในภาคนี้การดําเนินเรื่องก็คงไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่กับคอภาพยนตร์ที่ชอบหนังสไตล์นี้อยู่แล้ว แต่ที่คงจะเร้าใจและดูตื่นเต้นไม่มากก็น้อยคงไม่พ้นเรื่องฉากและการดําเนินเรื่องที่บอกได้คําเดียวว่า “มันและสะใจ” กว่าภาค 3 มากๆ ยิ่งในจอตู้นํามาฉายเรียงกันถึง 3 ภาคเพื่อเรียกน้ำย่อยแล้วก็ตามที ตัวหนังหนนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมากเลย แค่พูดถึงความสัมพันธ์ของ “ปู่-พ่อ-ลูก-หลาน” ที่ขนกันมาครบทีมและเยอะตัวละครซะด้วย
ถ้าพูดถึงเทคนิคพิเศษในการนําเสนอตั้งแต่ภาคแรก-ภาค 4 นี้มีวิวัฒนาการทั้งของการนําเสนอ, ฝีมือของผู้กํากับ และสเปเชียลเอฟเฟคท์ที่ไม่ด้อยน้อยหน้าตามยุคสมัยเลย มิหนำ ซ้ำนี่แหละ คือมนต์เสน่ห์ของตัวหนังที่ยังความขลังมาถึงปัจจุบันไม่เสื่อมลง
.jpg)
ด้านพระเอกนําของเรื่อง “แฮร์ริสัน ฟอร์ด” ไม่แปลกใจเลยที่กว่าจะกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับการทิ้งทวนหนสุดท้ายของเขาแล้ว เพราะการก่อกําเนิด “หลาน” มาหนนี้ก็บอกได้เป็นนัยๆ ว่าอาจจะมีเขาแจมหรือไม่มีอีกในโอกาสต่อไปก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องน่าคิดไปใหญ่ว่า “แก่” เกินแกงขนาดนี้แล้ว ยังมีคนอยากดูหรือเปล่า (อันนี้น่าคิดนะ)
ท้ายสุดใครที่อยากจะเห็น “บารมี” ของ “พ่อมด” แห่งโลกมายาที่เคยทําให้แผ่นฟิล์มของโลกในปัจจุบันได้ตื่นตัว พร้อมกับการผจญภัยที่สนุกสนาน ดูแล้วอิ่มเอมอยู่ไม่หยอก รวมไปถึงการจินตนาการที่ดูแล้วเพลินตาไปพร้อมๆ กัน ก็ไม่น่าพลาดด้วยประการทั้งปวง ที่สําคัญหลังจากไปเปิดฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์ ก็ได้รับการตอบรับดีไม่น้อย ใครที่รอลุ้นและอยากทัศนาหาชมได้แล้ววันนี้ทั่วประเทศ♦
23 พค. 2551