ไม่มีอาการอ่อนล้าตามวัยแต่อย่างใด ฝีมือการตีกอล์ฟก็ยังยอดเยี่ยมเหมือนเดิม หนุ่มๆ ที่อายุอ่อนกว่ายังตีไม่ไกลเท่า “ฉลอง” เลย
“ฉลอง” คือตํานานหนังไทย โดยเฉพาะหนังแอ็คชั่น ที่อยู่ในวงการมาไม่ต่ำกว่า 57 ปี สร้างหนังสร้างละครมาหลายสิบเรื่อง ทุกเรื่องต้องบอกว่า “ทําเงิน” หมด
เขาเป็นผู้สร้าง ผู้กํากับฯ คนแรกของเมืองไทย ที่ทําหนังขายต่างชาติได้...สมัยก่อนแค่จะคิดทําหนังแล้วทําเงินในโรงบ้านเราก็ยากแล้ว ไม่ต้องคิดไกลถึงระดับจะทําหนังอินเตอร์ ให้คนต่างชาติสนใจ
แต่ “ฉลอง” ทําสําเร็จมาแล้ว เมื่อหนังเรื่อง “ทอง 3” สามารถเข้าไปฉายในอเมริกา และทั่วโลก จนเป็น “ตํานาน” ที่วงการหนังไทย จะต้องพูดถึงอยู่เสมอๆ
วันนี้ “ฉลอง ภักดีวิจิตร” คือผู้จัดละครของช่อง 7 สี ทําละครมาแล้ว 4 เรื่องคือ ระย้า-อังกอร์ 1-อังกอร์ 2 และ ชุมแพ ประสบความสําเร็จทุกเรื่อง
ล่าสุด “ทอง ๙” ที่กําลังออกอากาศอยู่ตอนนี้ ก็เรียกเรทติ้งให้สถานีตั้งแต่ตอนแรกๆ ที่ออกอากาศ เพราะคนดู “มั่นใจ” ในฝีมือของเขาว่ายังไงละคร “ทอง ๙” ก็ต้องบู๊แบบได้ใจ
ละครของ “ฉลอง” ที่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งคือ จะไม่เน้นชื่อเสียงของนักแสดง แต่จะเน้น “บทบาท” และความสมจริงสมจังขององค์ประกอบในละครมากกว่า รวมทั้งเงินลงทุน “ทอง ๙” จึงแยกไม่ออกระหว่างความเป็น “ละคร” กับ “หนังใหญ่” เพราะแอ็คชั่น และการเดินเรื่องไม่ได้ต่างกัน ทั้งๆ ที่หนังกับละครจะลงทุนต่างกัน
“รังสิโรจน์ พันธ์เพ็ง” พระเอกคู่บุญของ “ฉลอง” เรื่องนี้ก็ยังรักษาฝีมือการแสดงได้เหมือนเดิม ส่วน “มาริสา อานิต้า” สามารถพลิกภาพพจน์ที่ติดตัวกับความเซ็กซี่มาเป็นนางเอกบู๊ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ขณะที่ “ทราย เจริญปุระ” ก็เล่นได้สมบทบาทที่ได้รับ รวมทั้งลูกชายอย่าง “กัญจน์ ภักดีวิจิตร” หน้าตาอาจจะไม่หล่อเหมือนพระเอกทั่วๆ ไป แต่บทบาทก็ยังเยี่ยม
จริงๆ แล้วผู้จัดฯ และผู้กํากับฯ ของช่อง 7 สี ที่ทุ่มเททํางานโดย ไม่ได้หวังแค่ “เงิน” แต่ต้องการสร้าง “ผลงาน” ดีๆ ให้กับสถานี ไม่ได้มีแค่ “ฉลอง ภักดีวิจิตร” ยังมี “ประยูร วงษ์ชื่น” อีกคนหนึ่ง
ทั้ง “ฉลอง” และ “ประยูร” คือผู้จัดฯ ที่มีอายุ เมื่อเทียบกับผู้จัดฯที่มีอยู่ในช่อง 7 สีตอนนี้..คนอายุปูนนี้ ไม่ได้ทํางานเพื่อเงิน แต่ทํางานเพื่อ “ศักดิ์ศรี” ละครทุกเรื่อง ไม่เคยสร้างความ “ผิดหวัง” ให้กับสถานี
แต่บางครั้งก็น่าน้อยใจอยู่เหมือนกัน เมื่อ “ช่อง 7 สี” ไม่ค่อยจะให้ “โอกาส” เพราะไปโอ๋อยู่กับผู้จัดฯ “ขาประจํา” เอะอะก็โยนงานให้ ผู้จัดฯ เหล่านี้ โดยไม่รู้ว่าละครจะได้เรทติ้งหรือไม่ได้
ละครหลายๆ เรื่องที่ผู้จัดฯ ซึ่งเป็น “ลูกรัก” ของสถานีสร้างมา ออกอากาศแล้วแป้กมีอยู่แยะ จนแพ้ช่อง “คู่แข่ง”...แต่ผู้จัดฯ อย่าง “ฉลอง” ซึ่งทําละครเรื่องไหนๆ ออกมา ก็โชะทุกเรื่อง แต่สถานีกลับ ไม่ค่อยจะเห็นความสําคัญ นานๆ ทีจะมีละครโผล่ซักเรื่อง
โดยเฉพาะ “ประยูร วงษ์ชื่น” ฝีมือในการสร้างละครของเขาทั้งการหยิบเรื่อง และการนําเสนอ อยู่ในระดับ “คุณภาพ” ทีเดียว อย่างเรื่อง “ใจสู้มุ่งสู่ฝัน” ก็สร้างกระแสให้กับสถานี
ละครหลายๆ เรื่องของ “ประยูร” เรทติ้งแซงละครหลังข่าวมาแล้ว...แต่วันนี้ “ประยูร” ก็ยังเป็นผู้จัดฯ ที่ทําได้แค่เป็นละครก่อนข่าว
ที่เป็นเช่นนี้เพราะสถานีไม่เคย “ให้โอกาส” ขยับละครของ “ประยูร” ไปเป็นละคร “หลังข่าว” ทั้งๆ ที่เนื้อหาและความนิยม “เหนือกว่า” ด้วยซ้ำ...“7 สี” อย่าไปสับสนกับคำพูดของคนอื่น จนทําให้เป๋ไปเป๋มา แต่จะต้องดูที่ “เนื้องาน” เป็นหลัก

ก่อนนี้ “7 สี” เคยให้โอกาส “ตู่-นพพล โกมารชุน” ยกก้นถึงขั้นเป็นผู้จัดฯ ฝีมือดี เพราะคิดว่า “ตู่-นพพล” จะจงรักภักดีกับสถานีตลอดไป แต่วันนี้เป็นยังไง?...เมื่อ “ตู่-นพพล” หนีไปอยู่ช่องคู่แข่ง
ซึ่งยังมีผู้จัดฯ อีกหลายเจ้าที่ลังเลจะอยู่หรือจะไป ทั้งๆ ที่ผู้จัดฯเหล่านั้น สถานีมั่นใจว่าจะไม่ “ปันใจ” อย่างเด็ดขาด เพราะป้อนงาน ให้โอกาส และให้ความสําคัญอยู่เสมอๆ
“ช่อง 7 สี” อย่าไปคิดเอาเองว่า ผู้จัดฯ คนนั้นคนนี้ทําละครแล้วมีเรทติ้ง อย่าไปเชื่อคําพูดของคนอื่น เพราะทุกวงการมีความอิจฉาริษยากันทั้งนั้น ไม่มีใครหรอกที่อยากจะเห็นคนอื่น ได้ดีกว่าตัวเอง
แต่จะมองที่เนื้องาน ผู้จัดฯ คนไหนที่ทําละครแล้ว เรทติ้งแซง “คู่แข่ง” มีกระแสตอบรับจากคนดูทั้งประเทศ ผู้จัดฯ แบบนี้แหละที่สถานีจะ ต้องให้ “โอกาส” ในการผลิตผลงานป้อนสถานี
แต่กับผู้จัดฯ ที่มีฝีมือ เป็นคนรุ่นเก่า ที่สร้างผลงานให้กับสถานีตลอดมาอย่าง “ประยูร วงษ์ชื่น” สถานีกลับมองไม่เห็นความสําคัญ ยังเป็นผู้จัดละครก่อนข่าวอยู่ทั้งปีทั้งชาติ
ละครของ “ฉลอง” ก็เช่นกัน ทุกเรื่องเรทติ้งเปรี้ยงหมด และไม่มีความคิดที่จะ “ตีจาก” สถานี...แต่ผู้จัดฯ แบบนี้ กลับไม่ได้รับ “โอกาส” จากสถานีมากนัก
21 พค. 2551