ที่ “คอทีวี” ไม่คุ้นเคยมาก่อน บางคนนึกว่าช่องนี้มีแค่รายการ “ข่าว-สาระสังคม-รายการเยาวชน-สารคดี” ที่ผ่านสายตาไปช่วงหนึ่ง ภายใต้การดูของ “คณะกรรมการชั่วคราว 5 คน” ที่ได้การแต่งตั้งมาจาก “รัฐบาลชุดเก่า”
นําทีมด้วย “เทพชัย หย่อง, อาจารย์ขวัญสรวง อติโพธิ, อภิชาต ทองอยู่” และ “อาจารย์นวลน้อย” ต้องยอมรับว่า ยุคแรกที่กําลังเปลี่ยนผ่านจาก “ช่องทีไอทีวี“ มาสู่ช่อง “ไทย พีบีเอส”
ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มองในแง่ “แบรนดิ้ง” ยังไม่แข็งแกร่ง “คอข่าว” ยังไม่ค่อยจดจําชื่อได้มากนัก จนต้องเปลี่ยนใหม่เป็น “ทีวีไทย” ซึ่งเริ่มคุ้นเคยกันมากขึ้น พร้อมกับเปลี่ยน “โลโก้” ใหม่อีกรอบหนึ่ง เพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของสถานีและพลังเสียงดิจิตอล ที่ดูแสบหู เร้าใจ ชวนน่าติดตาม “รายการ” ไม่น้อยในช่วงที่มีการไตเติ้ลก่อนเข้าสู่รายการ “ข่าว”
ก้าวแรก ความเป็น “ทีวีสาธารณะ” นั้น บอกได้เลยว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด ประชาชนยังสับสน เพราะเป็น “ของใหม่” ทั้งแง่รายการ การนําเสนอ และบุคลิกของช่องแล้ว อาจแปลกหู แปลกตา จากรายการทีวีทั่วไป โดยเฉพาะการนําเสนอและรูปแบบรายการ
แต่บอกเลยว่าบางรายการ “ทีวีไทย” น่าสนใจมาก โดยเฉพาะ “สารคดี” บางเรื่องนั้น เชื่อว่าถ้าวัดเรทติ้งกันแล้ว น่าจะโดดเด่นกว่า “ละคร-รายการเกมโชว์” บางช่องเสียอีก ที่สําคัญ ได้สาระ ความรู้และประเทืองปัญญา ทันต่อวิวัฒนาการของโลกข่าวสารยุคใหม่
.jpg)
แม้แต่ “รายการเด็กและเยาวชน” และรายกร “กลุ่มสาระประโยชน์” ก็ตาม ซึ่งบางประเด็นที่นําเสนอ ชุมชน สังคมเมือง และวิถีชีวิตสังคมชนบท ผู้ชมได้มองเห็น “บางมุมของสังคมคนชนบท” ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
“ทีมงานทีวีไทย” เขาเข้าไปเจาะลึก นําปัญหาต่างๆ มาคลี่ให้ “สังคม” ได้รับทราบกัน ยุคนี้น้อยมากที่ “ฟรีทีวี” บางช่อง ยอมเสียสละเพื่อสังคม นํารายการที่มีคุณประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง
อย่างรายการข่าว “ช่องทีวีไทย” นั้น บางประเด็นที่นําเสนอให้ผู้ชมติดตามกันนั้น อาจดูต่างจาก “ฟรีทีวี” ทั่วไป แต่ดูมีเนื้อหาที่อัดแน่น ได้สาระ เพราะช่องนี้เขาเปิดกว้างให้ “ประชาชน” ได้มีส่วนร่วมวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเต็มที่ และเป็นกลาง
น่าเห็นใจ เพราะเป็นที่รู้ดีว่า “ทีวีสาธารณะ” ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาล การที่จะคิดนอกกรอบ และแตกแถวไปบ้าง อาจไม่ “คล่องตัว” เหมือนยุคก่อนแน่
หากสร้างความดีเพื่อสังคม...เชื่อว่าใครๆ ก็อยากดู
12 พค. 2551