สําหรับ “พิ้งกี้-สาวิกา ไชยเดช” ล่าสุดหลังจากมีข่าวกับพระเอกคนดัง “อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์” ก็อดไม่ได้ที่ให้เธอเปิดใจถึงกระแสข่าวทั้งหมด
โดยเฉพาะข่าวล่ามาเร็วที่เธอไปเลิฟซีนดุกับพระเอกคนดังถึงดินแดนซากุระ และหนนี้เธอก็ได้ออกมาเปิดใจถึงกระแสข่าวที่ออกมาว่า
การไปญี่ปุ่นของกี้ครั้งนี้ก็สนุก...แฮปปี้เพราะว่ากี้ไปทําอะไรหลายๆ อย่างทั้งคุยธุรกิจ ไปทําเสื้อผ้าหลายๆ ซึ่งพี่อั้มเขาก็ดูแลเทคแคร์ทุกคนในทริปหมดแหละรวมทั้งกด้วยี้ ยันทุกคน เพื่อนกี้ก็ไปพี่เขาก็ดูแลหมด เขาเป็นเหมือนป๋าใหญ่ในกลุ่มค่ะ เป็นคนคอยเทคแคร์ทุกคน
อย่างกระแสข่าวล่าสุดได้ยินก็งงมาก และต้องขอบคุณคนไทยด้วยนะที่หวังดีมากเลยนะคะ นี่กี้คิดว่าขนาดไปญี่ปุ่นแล้วจะพ้นแมงเมาธ์แล้วนะ คือ ถ้ามีคนมองว่ากี้จุ๊บปากกัน ก็แล้วแต่คนพูดกันแล้วกัน แต่คือกี้ก็บอกความจริงว่าเราอยู่ติดกัน
ตอนไปก็ไม่ได้ปิดบัง แต่ไม่ได้ไปจูจุ๊บกับพี่อั้มหรอก ไม่ได้หวานด้วยนะคะ ก็เดินญี่ปุ่นมันหนาวก็ต้องเดินติดๆ กันหลายๆ คน อยู่เมืองไทย ร้อนก็ต้องต่างคนต่างเดิน นี่อยู่ญี่ปุ่น ไม่ใช่ว่าไปเมืองนอกแล้วจะสวีท ไม่ถึงขนาดนั้นแต่ว่าคืออยู่ใกล้กันอยู่กันเยอะแล้วที่ญี่ปุ่นคนเยอะยิ่งรถไฟใต้ดินคนเยอะมากๆ
ถ้าถามนะรู้สึกยังไงบ้าง...มีอีกแล้ว ทําไมคนไทยแมงเมาธ์อีกแล้ว แต่ก็ไม่เป็นไรเราก็พูดในสิ่งที่เราบอกออกไปแล้ว เราก็เดินติดกันเพราะพี่เขาก็เห็นกี้เดินเอ๋อๆ เขาต้องช่วยจับเป็นเรื่องปกติ เพราะคนญี่ปุ่นเขาจะเดินรีบ เราทั้งคู่เดินด้วยกันก็ต้องช่วยๆ กันดูค่ะ แต่หลังๆ เดินไปเองได้แล้วเพระว่ารู้แล้วว่าทางไหนไปอย่างไรบ้าง
แต่ที่ดี สําหรับการไปทริปนี้ดีอยู่อย่างหนึ่งคือ แม่มีการส่งเงินมาให้ เพราะเห็นว่ากี้เหนื่อย แต่พอกลับมาเมืองไทยปุ๊บไม่มีการให้เงินอีกเลยเพราะว่าใช้แล้ว ห้ามซื้อเสื้อผ้า ห้ามทุกอย่าง แม่ไม่ให้แล้ว ปิดงบเลย เรียกได้ว่าชาร์ตเต็มที่เลย ไปอยู่ที่นั่น 2 อาทิตย์ อากาศดีมาก ไม่อยากกลับเลย นี่ก็ว่าจะเคลียร์งานอีกแล้วอีกไม่เกิน 4-5 เดือนจะไปอีก
อยากลองไปเมืองอื่นดู เพราะไปแล้วชอบ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าพี่อั้มเขาจะว่างไปด้วยหรือเปล่า อันนี้กี้ไปเองได้แล้วไม่ต้องมีไกด์แล้ว เชี่ยวแล้ว แต่เดือนหน้าไปคนละประเทศว่าจะไปอินเดียกับอเมริกา ซึ่งไปอเมริกา ไปเที่ยวกับคุณแม่ ไปดูที่เรียนต่อด้วยไปครึ่งเดือน ดูหลายๆ อย่างน่าจะเกี่ยวกับภาษาเหมือนเดิม
ภาษาอื่นๆ น่าจะเข้าท่าที่สุดแล้ว เพราะหลังจากปิดกล้องละครแล้วก็เลยคิดว่า ตอนนี้มีเวลาว่างก็ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าแล้วก็ไปเยี่ยมน้องชายเป็นนักมวย ที่นู่น ก็ไปดูน้องด้วยว่าอยู่เป็นไงบ้าง ตอนนี้
ส่วนที่ไปอินเดีย คือเรียนเต้นเพราะว่ามีพี่ที่กี้รู้จักอยู่หลายๆ คนเขาชอบเต้นกันก็เลยอยากจะเป็นแบบพี่ๆ เขาบ้าง ก็ไปเอาวัฒนธรรมเขามา ไปทํา อะไรหลายๆ อย่าง กี้ชอบดูหนังอินเดียไงก็ไปดูอะไร หลายๆ อย่างด้วย ตอนแรกเห็นว่าติดต่อมาหลายครั้งแล้ว กับทางคุณแม่
แต่ที่ครั้งนี้ใจอ่อน เหตุผลส่วนหนึ่งคือ ครั้งนี้ได้ไปถึงที่โน่น แล้วไปอยู่แถวที่ที่มีดาราอยู่ คือกี้ชอบ จากการที่ได้ดูหนังอินเดียแล้วอยากไป อยากไปเที่ยวไปดูพระเอกหนังอินเดีย ซึ่งถ้าได้ทํางานด้วยมันก็ดีถือเป็นโชค 2 ชั้น
7 พค. 2551