และ นุติ เขมะโยธิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีเดีย สตูดิโอ จํากัด ได้เปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับทิศทางธุรกิจของบริษัทครึ่งปีหลัง
โดยเร็วๆ นี้ จะเพิ่มรายการใหม่ในฟรีทีวี ขณะนี้ได้ยื่นเสนอรายการกับช่อง 7 อีก 2 รายการ ลักษณะเป็นรายการสาระเชิงข่าว 1 รายการ และรายการเชิงสืบสวนสอบสวน 1 รายการ ซึ่งจะทําให้เวลาผลิตรายการของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 846 นาที เป็นประมาณ 1,086 นาที คาดว่าจะสามารถเริ่มออกอากาศได้ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2551 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาผังรายการและการเช่าเวลา ของช่อง 7 อยู่
นอกจากนี้ มีเดียส์ฯ ได้มีการเสริมบุคลากรเข้ามากว่า 40 ชีวิต โดยเป็นทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านงานสารคดีสืบสวน สอบสวนและทีมงานข่าว ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นทีมงานรายการสืบสวนจาก TITV และทีม Hot News ซึ่งมีทั้งบุคลากรเบื้องหน้า ได้แก่ คุณเชิงชาย หว่างอุ่น บรรณาธิการข่าวและผู้ประกาศข่าว, นารากร ติยายน ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง, ชิบ จิตนิยม ผู้คร่ำหวอดในด้านข่าวต่างประเทศ, มนตรี อุดมพงษ์ และคุณบุญญิตา งามศัพพศิลป์ พิธีกรด้านข่าวบันเทิง
ดังนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการทําโมเดลธุรกิจ จึงได้มีการนําบริษัทลูกคือ บริษัท มีเดีย สตูดิโอ จํากัด ซึ่งแต่เดิมได้มีการจดทะเบียน โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะดําเนินการด้านธุรกิจสตูดิโอมารองรับบุคลากรดังกล่าว โดยทีมงานมีเดีย สตูดิโอ จะเป็นผู้ผลิตดูแลของคุณธงชัย ชั้นเสวิกุล กรรมการผู้จัดการ
นอกจากทีมงานด้านข่าวและสารคดีแล้ว ทางมีเดีย สตูดิโอ ได้แต่งตั้งคุณนุติ เขมะโยธิน นักแสดงผู้อยู่ในธุรกิจบันเทิงทั้งเบื้องหน้าและเบื้อหลังมากว่า 20 ปี เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท มีเดีย สตูดิโอ จํากัด
ส่วนแผนการลงทุน พร้อมลุยธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียมได้สร้างสรรค์งานให้กับฟรีทีวีแล้ว ทางมีเดีย ออฟ มีเดียส์ ได้เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจ จากการที่พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ได้ประกาศ และมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะทําให้ธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียม มีกฎหมายรองรับ และสามารถมีโฆษณาได้
บริษัทสนใจและมีแนวทางที่จะทําสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม โดยวางแผนการลงทุนไว้ตั้งแต่ปีนี้จนถึงปีหน้า น่าจะสามารถพัฒนาช่องใหม่ขึ้นมาได้ 3 ช่อง อาทิช่องข่าว เนื่องจากตอนนี้มีทีมงานที่พร้อมช่องที่ 2 หนังและละคร จะเป็นช่องนําละครหรือรายการดีๆ ในอดีตมา rerun
โดยมีการหารือกับทางช่อง 7 และพันธมิตรอื่นๆ ในการนําละคร รายการ และภาพยนตร์มาออกอากาศ และอีกช่อง เป็นชองไลฟ์สไตล์และวาไรตี้ ซึ่งสามารถผลิตรายการได้ตามความต้องการของสปอนเซอร์และผู้ชม สําหรับ “โมเดล” ในการดําเนินธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียม คือการที่จะมีการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม และร่วมมือกับเจ้าของธุรกิจเคเบิลในการที่จะนําช่องโทรทัศน์ดาวเทียมมาออกอากาศในเคเบิล สําหรับการหารายได้ วิธีแรกอาจจะเป็นการส่งสัญญาณ free to air คือไม่เก็บเงินค่าธรรมเนียมในการนําไปออกอากาศหรือรับชม
ซึ่งรายได้จะมาจากการขายโฆษณา วิธีที่ 2 คือการเก็บค่าสมาชิกจากเคเบิลที่นําช่องไปออกอากาศในบางช่อง เช่นดูหนังดูละคร เพราะบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการซื้อรายการต่างๆ เช่นกัน ซึ่งในเรื่องนี้ จะหารือกับทางผู้ประกอบการธุรกิจเคเบิลต่อไป
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียมมิใช่เรื่องใหม่ของบริษัท เพราะได้มีประสบการณ์ในการทําช่อง T-Channal ตั้งแต่ปี 48 ซึ่งได้รับความนิยมมาเป็นอันดับต้นๆ ในช่องเคเบิลทีวี แต่มีข้อจํากัดในอดีตคือ การหาโฆษณา และต้นทุนที่สูง ในปัจจุบันนอกจากกฎหมายจะอนุญาตแล้ว ยังมีการดําเนินการที่จะมีการวัดเรทติ้งโดย AGB Nielsens Media Research Thailand และทางเอเยนซี่ได้มีการตอบสนองอย่างดี จึงมั่นใจว่าในระยะสั้น จะสามารถสร้างรายได้คุ้มกับการลงทุนและจะสร้างกําไรได้
ชาลอต กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันนี้ผู้ชมมีความต้องการสิ่งใหม่ๆ มากขึ้น รวมถึงต้องการรายการที่มีคุณภาพ จึงได้ลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท สําหรับอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อที่จะสร้างหน้าจอที่น่าสนใจให้กับผู้ชม โดยการลงทุนใหญ่ส่วนหนึ่งคือการลงทุนใน virtual Studio คือการนําเทคโนโลยี 3D มาใช้ในการดําเนินงาน โดยเฉพาะรายการเชิงข่าว
“เทคโนโลยีดังกล่าว จะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชม เนื่องจากจะสามารถสร้างกราฟฟิกที่ทันสมัยและเปลี่ยนแปลงได้ตามระยะเวลาในการดําเนินรายการ ซึ่งเป็นเทคนิคที่สถานีชั้นนําของโลก เช่น BBC และ CNN ได้นํามาใช้แล้ว ขณะนี้บริษัทได้อยู่ในระหว่างการเจรจาเป็นพันธมิตรกับ VIZrt ซึ่งเป็นเจ้าของระบบ Virtual Studio ที่ทันสมัย”
1 พค. 2551